Baramizi Lab logo

นโยบายความเป็นส่วนตัว

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

ปรับปรุงล่าสุด 13  ธันวาคม 2566

บริษัท เบารามีซี่ แล็บ จำกัด (“บริษัท”) ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณและเคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของคุณ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้คุณมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่บริษัทได้รับจะถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์และเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายความเป็นส่วนตัว (“นโยบาย”) ฉบับนี้ขึ้นเพื่อแจ้งให้คุณในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิต่าง ๆ ของคุณตามกฎหมาย

1.นโยบายฉบับนี้ใช้กับใครบ้างและช่องทางในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

1.1 นโยบายฉบับนี้ใช้กับใครบ้าง

นโยบายฉบับนี้ใช้สำหรับคุณ หากคุณเป็นบุคคลประเภทใดประเภทหนึ่งหรือหลายประเภท ดังนี้

ประเภทบุคคลที่อยู่ภายใต้นโยบายรายละเอียดและตัวอย่าง
1.ลูกค้าบุคคลธรรมดาของบริษัท “ลูกค้าบุคคลธรรมดาลูกค้าบุคคลธรรมดาของบริษัท เช่น

  • ผู้ซึ่งสมัคร ใช้ หรือเคยใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ
  • ผู้ติดต่อสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ
  • ผู้ที่รับทราบข้อมูลผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการผ่านช่องทางต่าง ๆ
  • ผู้ที่ได้รับการเสนอหรือชักชวนจากบริษัท และ/หรือ พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท ให้ใช้หรือรับผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการของบริษัท
2.บุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรนิติบุคคลของลูกค้า หรือนิติบุคคลที่มีการทำธุรกรรมกับบริษัท “บุคลากรของนิติบุคคลบุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรนิติบุคคลของลูกค้า หรือนิติบุคคลที่มีการทำธุรกรรมกับบริษัท เช่น

  • ผู้ถือหุ้น
  • กรรมการ
  • ผู้มีอำนาจกระทำการแทน
  • หุ้นส่วนตัวแทน
  • พนักงาน เจ้าหน้าที่ และ/หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย
3.บุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมของบริษัทหรือลูกค้าของบริษัทบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมของบริษัทหรือลูกค้าของบริษัท เช่น

  • ผู้ติดต่อ
  • ลูกจ้าง พนักงาน เจ้าหน้าที่ บุคลากร
  • บุคคลในครอบครัว เพื่อน เพื่อนบ้าน
  • บุคคลที่ลูกค้าของบริษัทแนะนำหรืออ้างอิง
  • พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท เช่น ผู้ขายสินค้าตามโครงการสินเชื่อเพื่อผู้ซื้อสินค้ารายย่อย ผู้รับจ้าง ผู้ให้บริการ เป็นต้น
  • บุคคลที่ได้ชำระเงินให้แก่หรือรับเงินจากลูกค้าของบริษัท
  • บุคคลอื่นใดที่บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากการทำธุรกรรมของลูกค้า
  • บุคคลที่ได้เข้าชมแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์หรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัท
  • ที่ปรึกษาด้านวิชาชีพ
  • บุคคลธรรมดาอื่นในทำนองเดียวกัน
4.บุคคลธรรมดาทั่วไปบุคคลธรรมดาทั่วไป เช่น

  • บุคคลที่บริษัทมีความสัมพันธ์ ปฏิสัมพันธ์ ติดต่อกันโดยประการอื่น หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท หรือที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ว่าผ่านช่องทางใด

1.2 ช่องทางในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้

(1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง หรือให้ผ่านบริษัท หรือมีอยู่กับบริษัททั้งที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ ติดต่อ เยี่ยมชม เข้าร่วมกิจกรรม ค้นหา ผ่านช่องทางให้บริการ และ/หรือ ช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ของบริษัท เช่น แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัท จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์บริการลูกค้า โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์ ข้อความสั้น (SMS) แบบสอบถาม นามบัตร การประชุม อบรม สัมมนา งานอีเว้นท์ สันทนาการ กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด การพบปะ หรือช่องทางอื่นใด

(2) ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น เช่น หน่วยงานของรัฐ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น ผู้ให้บริการทางการเงินและผู้ให้บริการอื่น ๆ ของบริษัท พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ให้บริการของพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทข้อมูลเครดิต ผู้ให้บริการข้อมูล ลูกค้าของบริษัท บุคคลหรือนิติบุคคลที่มาทำธุรกรรมกับบริษัท (ในฐานะที่คุณเป็นบุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมดังกล่าวตามที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น) สื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลภายนอก แหล่งข้อมูลสาธารณะ ผู้มีอำนาจหรือมีสิทธิตามกฎหมาย บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่บริษัทมีนิติสัมพันธ์ด้วย เป็นต้น

2.ข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้างที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย

2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลหมายถึง ข้อมูลที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของคุณได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ดังนี้

2.1.1 บุคคลธรรมดา คือ ลูกค้าบุคคลธรรมดา บุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมของบริษัทหรือลูกค้าของบริษัท และบุคคลธรรมดาทั่วไป

ประเภทของข้อมูลตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย
ข้อมูลส่วนตัว
  • คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล นามแฝง (หากมี)
  • วัน/เดือน/ปีเกิด
  • สัญชาติ
  • เพศ
  • สถานภาพ
ข้อมูลเพื่อการติดต่อ
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน
  • หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลขโทรสาร อีเมล ชื่อหรือบัญชีเข้าใช้งานสำหรับการติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ
ข้อมูลการศึกษาและการทำงาน
  • ระดับการศึกษา
  • อาชีพและสาขาอาชีพ
  • รายละเอียดงาน ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น คำอธิบายเกี่ยวกับธุรกิจ จำนวนชนิดสินค้าที่จำหน่าย ภาพถ่ายร้านค้า ช่องทางการรับชำระเงิน รูปแบบพื้นที่ตั้งร้านค้า
ข้อมูลทางการเงินและการทำธุรกรรม
  • รายได้ต่อเดือน แหล่งที่มาของรายได้ ประเทศที่มาของรายได้
  • เอกสารยืนยันรายได้ เช่น ใบแจ้งหนี้จากผู้ขาย รายการเดินบัญชีย้อนหลัง
  • ข้อมูลบัญชีธนาคารที่ใช้รับ/หักชำระเงิน
  • ประวัติและรายละเอียดการทำธุรกรรมกับพันธมิตรทางธุรกิจ (เช่น บมจ. ธนาคารกสิกรไทย ผู้ขายสินค้า) เช่น จำนวนครั้งในการซื้อสินค้ากับผู้ขายสินค้าโดยเฉลี่ยต่อเดือน ปริมาณยอดซื้อสินค้าเฉลี่ยต่อเดือน วงเงินและระยะเวลาการชำระค่าสินค้า (Credit Term) ที่มีกับผู้ขายสินค้า ประวัติการชำระเงิน (รวมถึงประวัติการค้างชำระ)
  • ข้อมูลคะแนนเครดิต (Credit Score)
  • บัญชีชื่อผู้ใช้งานแอปพลิเคชันและรหัสผ่าน
  • ประวัติและรายละเอียดการทำธุรกรรมกับบริษัท หรือข้อมูลประกอบการใช้ผลิตภัณฑ์/บริการอื่น ๆ เช่น วงเงินที่ได้รับอนุมัติ จำนวนเงินเบิกรับเงินกู้ยืม ระยะเวลาการกู้ยืม วันที่ทำรายการ วันครบกำหนดชำระเงินกู้ยืม วงเงินคงเหลือ อัตราดอกเบี้ย ยอดค้างชำระ ช่องทางการชำระเงินคืน เลขที่บัญชีหักชำระเงิน เลขที่ธุรกรรม เลขที่ใบเสร็จ เลขที่หลักฐานการรับเงินกู้ยืม ยอดใช้สินเชื่อรายเดือน
ข้อมูลการยืนยันตัวตน
  • หมายเลขประจำตัวประชาชน
  • เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียนแอปพลิเคชัน เค พลัส (K PLUS)
ข้อมูลทางเทคนิค อุปกรณ์หรือเครื่องมือ
  • ข้อมูลการใช้งานแอปพลิเคชัน
  • หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP address หรือ Mac address)
  • คุกกี้ (Cookies ID)
  • เว็บบีคอน (Web beacon) พิกเซลแท็ก (Pixel Tag) หรือ Software Development Kit (SDK)
  • รหัสประจำอุปกรณ์ (Device ID)
  • รุ่นและประเภทของอุปกรณ์ เครือข่าย ข้อมูลการเชื่อมต่อ
  • ข้อมูลการเข้าถึง ข้อมูลการเข้าใช้งานแบบ single sign – on (SSO)
  • ล็อก (Log)
  • ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ (Log – in) ระยะเวลาที่เข้าถึง การใช้งานและระยะเวลาการใช้งานแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ประวัติการค้นหา ข้อมูลการเรียกดู
  • ค่าเขตเวลา (Time zone) และสถานที่ตั้ง (Location Data)
  • ประเภทและเวอร์ชันของปลั๊กอินเบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ บนอุปกรณ์ที่คุณใช้ในการเข้าถึงแพลตฟอร์ม
  • ข้อมูลทางเทคนิคอื่น ๆ จากการใช้งานบนแพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการ
ข้อมูลอื่น ๆ
  • บันทึกการสื่อสารหรือการโต้ตอบระหว่างคุณกับบริษัท รายละเอียดเรื่องร้องเรียนหรือการออกความเห็น คำขอใช้สิทธิต่าง ๆ ผลประเมินการสำรวจความคิดเห็น บันทึกเสียง ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว คลิปบันทึกเสียง บันทึกการสื่อสารผ่าน Log/Chat – Bot ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ข้อมูลบนคำสั่งศาล/ราชกิจจานุเบกษาที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมของลูกค้าของบริษัทหรือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท (เช่น คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ คำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดก คำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนสมือนไร้ความสามารถ คำสั่งเรียกพยานเอกสารหรือพยานวัตถุ) และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท

2.1.2 บุคลากรของนิติบุคคล คือ บุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรนิติบุคคลของลูกค้า หรือนิติบุคคลที่มีการทำธุรกรรมกับบริษัท

ประเภทของข้อมูลตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย
ข้อมูลส่วนตัว
  • คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล นามแฝง (หากมี)
  • วัน/เดือน/ปีเกิด
  • สัญชาติ
  • เพศ
  • สถานภาพ
  • ในกรณีที่คุณเป็นบุคลากรของพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทอาจได้รับข้อมูลบนเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาวีซ่า สำเนาใบต่างด้าว สำเนาใบอนุญาตทำงาน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารที่ใช้ในการระบุและยืนยันตัวตนที่มีลักษณะเดียวกัน)
ข้อมูลเพื่อการติดต่อ
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน
  • หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลขโทรสาร อีเมล
ข้อมูลการทำงาน
  • อาชีพและสาขาอาชีพ
  • ความสัมพันธ์กับองค์กรนิติบุคคล
  • ตำแหน่ง อายุงานปัจจุบัน
  • รายละเอียดงาน ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ
ข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารประกอบการทำธุรกรรม
  • หนังสือรับรองบริษัท
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • หนังสือมอบอำนาจ
  • หนังสือจดทะเบียนพาณิชย์
ข้อมูลอื่น ๆ
  • ข้อมูลที่มีการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยโดยเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์กับบริษัท เช่น ข้อมูลที่นิติบุคคลให้แก่บริษัทในสัญญา รายละเอียดเรื่องร้องเรียนหรือการออกความเห็น ผลประเมินการสำรวจความคิดเห็น ข้อมูลการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท

2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Personal Data)

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ โดยบริษัทไม่มีเจตนาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนจากคุณ หากบริษัททราบว่าบริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน โดยปราศจากความยินยอมโดยชัดแจ้งจากคุณ และไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้น(ต่อไปในนโยบายฉบับนี้หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจงจะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนข้างต้น รวมกันว่า (“ข้อมูลส่วนบุคคล”)

2.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

บริษัทไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เว้นแต่บริษัทจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ หรือการใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) และ/หรือดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น ๆ หากบริษัททราบว่าบริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยปราศจากความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ หรือผู้เยาว์ที่อาจให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) และไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

2.4 ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอื่นใด

หากคุณเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอื่นใด ซึ่งเป็นบุคลากรของนิติบุคคล และ/หรือ ที่เกี่ยวข้องกับคุณแก่บริษัท เช่น ผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน บุคคลในครอบครัว บุคคลอ้างอิง คู่ค้า และ/หรือ บุคคลอื่นใดตามเอกสารการทำธุรกรรมของคุณ เป็นต้น คุณรับรองและรับประกันว่าได้แจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบเกี่ยวกับรายละเอียดตามนโยบายฉบับนี้ และขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้นหากจำเป็น หรือสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทสามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามเหล่านี้ได้

3.บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เพื่อวัตถุประสงค์ใดบ้าง

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อดำเนินการตามความยินยอมของคุณ เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งคุณเป็นคู่สัญญา เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการจำเป็นในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และ/หรือ เพื่อดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น ๆ โดยวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้ มีดังนี้

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์บางประเภทดังต่อไปนี้อาจใช้บังคับกับบางคุณและอาจไม่ใช้บังคับกับบางคุณ โปรดพิจารณาลักษณะวัตถุประสงค์ตามความสัมพันธ์ระหว่างคุณและบริษัท เป็นรายกรณีไป

3.1 วัตถุประสงค์ที่อาศัยความยินยอม

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณโดยอาศัยฐานความยินยอม สำหรับวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

3.1.1 การวิเคราะห์ วิจัย ทำสถิติและพัฒนา ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการของบริษัท บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย พันธมิตรทางธุรกิจ และ/หรือนิติบุคคลอื่น ที่ต้องอาศัยความยินยอมจากคุณตามกฎหมาย

3.1.2 การดำเนินการทางการตลาด การนำส่งข้อเสนอผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรมที่บริษัท บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย พันธมิตรทางธุรกิจ และ/หรือนิติบุคคลอื่นจัดขึ้น รวมถึงข่าวสาร คำแนะนำที่เป็นประโยชน์และโปรโมชันที่คัดสรรอย่างเหมาะสม และการออกกลยุทธ์ทางการตลาดที่ต้องอาศัยความยินยอมจากคุณตามกฎหมาย

3.1.3 การแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างบริษัทกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย และ/หรือ พันธมิตรทางธุรกิจ (กล่าวคือ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย และผู้ขายสินค้าตามโครงการสินเชื่อเพื่อผู้ซื้อสินค้ารายย่อย) โดยบริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณผ่านทางบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย และ/หรือ พันธมิตรทางธุรกิจดังกล่าว เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ การตรวจสอบสถานะ และการทำธุรกรรมตามโครงการสินเชื่อเพื่อผู้ซื้อสินค้ารายย่อย การติดตามทวงถามหนี้ การพัฒนาและจัดทำแบบจำลอง การพิจารณาให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการใด ๆ การพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของบริษัท รวมทั้งการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับโครงการสินเชื่อเพื่อผู้ซื้อสินค้ารายย่อย

นอกจากนี้ บริษัทยังอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย และ/หรือ พันธมิตรทางธุรกิจดังกล่าว เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณาให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการใด ๆ จาก บมจ. ธนาคารกสิกรไทย และ/หรือ บริษัทอื่น ๆ ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย และผู้ขายสินค้า ตลอดจน การตรวจสอบสถานะและการทำธุรกรรมตามโครงการสินเชื่อเพื่อผู้ซื้อสินค้ารายย่อย การติดตามทวงถามหนี้ การพัฒนาและจัดทำแบบจำลอง การพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ของ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย และ/หรือ บริษัทอื่น ๆ ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย และผู้ขายสินค้า

ทั้งนี้ บริษัทอาจขอความยินยอมโดยตรงจากคุณหรือผ่านบริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของบริษัท พันธมิตรทางธุรกิจ และ/หรือ นิติบุคคลอื่น โดยดำเนินการขอความยินยอมตามที่จำเป็นเป็นคราว ๆ ไป โดยในกรณีที่คุณได้ให้ความยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ คุณมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์และข้อยกเว้นตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด โดยติดต่อมายังบริษัทตามรายละเอียดที่ระบุในข้อ 11 (คุณจะติดต่อบริษัท และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างไร)

คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิขอถอนความยินยอมได้ในข้อ 9 (สิทธิของคุณเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง)

3.2 วัตถุประสงค์ที่อาศัยฐานทางกฎหมายอื่น นอกเหนือจากความยินยอม

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณโดยอาศัยฐานทางกฎหมายอื่น ๆ เท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท เช่น เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งคุณเป็นคู่สัญญาหรือตามที่คุณร้องขอ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการจำเป็นในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และ/หรือ เพื่อดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น ๆ สำหรับวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

3.2.1 การดำเนินการก่อนเข้าทำสัญญากับบริษัท เช่น การให้คำปรึกษา คำแนะนำ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ การวิเคราะห์และประเมินความต้องการของลูกค้า การตรวจสอบคุณสมบัติ การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลหรือเอกสาร การพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคล การตรวจสอบข้อมูลเครดิต และ/หรือ การขอแก้ไขข้อมูลเครดิต การตรวจสอบกับรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด (Sanction List) ของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐและ/หรือหน่วยงานทางการซึ่งเปิดเผยเป็นการทั่วไปตามที่กฎหมายกำหนด การตรวจสอบการถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือความเป็นบุคคลล้มละลาย การจัดระดับความเสี่ยงลูกค้า การ pre – fill ข้อมูลส่วนตัว/ข้อมูลเพื่อการติดต่อของลูกค้าเพื่อการอำนวยความสะดวกในการสมัครผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการของบริษัท

3.2.2 การดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาให้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่าง ๆ เช่น การติดต่อสื่อสาร การรับส่งเอกสารหรือพัสดุ การประมวลผลคำขอและการดำเนินการตามกระบวนการพิจารณาอนุมัติคำขอ การกำหนดวงเงินสินเชื่อ การเข้าทำสัญญา ข้อตกลง และ/หรือ นิติกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้อง การลงทะเบียนใช้ผลิตภัณฑ์ บริการ และ/หรือ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท

3.2.3 การส่งมอบผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการต่าง ๆ ตามสัญญาที่คุณได้ทำไว้กับบริษัท เช่น

3.2.4 การดำเนินการทางการตลาดที่ไม่ต้องอาศัยความยินยอมจากคุณตามกฎหมาย เช่น

3.2.5 การวิเคราะห์ วิจัย และ/หรือ จัดทำข้อมูลทางสถิติที่ไม่ต้องอาศัยความยินยอมจากคุณตามกฎหมาย เพื่อใช้ในการพัฒนา ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการภายในบริษัทเอง เช่น

3.2.6 การดำเนินงานอื่น ๆ ของบริษัท เช่น

3.2.7 การปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และ/หรือ การปฏิบัติตามกฎหมายเช่น

การปฏิบัติตามคำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลบริษัท เจ้าพนักงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทั้งที่ใช้บังคับอยู่แล้วในขณะนี้ ที่จะแก้ไขเพิ่มเติม หรือที่จะมีขึ้นต่อไปในอนาคต ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องปฏิบัติตาม

3.2.8 การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
3.2.9 การจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ
3.2.10 การดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท หรือการปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัท
3.2.11 การจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ หากบริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากคุณสำหรับการเข้าทำหรือการปฏิบัติตามสัญญาที่คุณได้ทำไว้กับบริษัท และ/หรือ การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท และคุณไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นเหล่านั้นแก่บริษัทเมื่อมีการร้องขอ หรือกรณีที่คุณเลือกที่จะลบบัญชีผู้ใช้งานของคุณออกจากแอปพลิเคชันที่ให้บริการของบริษัท บริษัทอาจจะไม่สามารถพิจารณาอนุมัติ หรือส่งมอบ/จัดหา ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่คุณได้ ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท หรือความสัมพันธ์ระหว่างคุณและบริษัทได้

4.บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ใครบ้าง

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของคุณหรือภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ และขอบเขตที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ โดยในบางกรณี คุณอาจอยู่ภายใต้นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเหล่านั้นอีกด้วย โดยที่ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอาจอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ

โดยบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานต่าง ๆ ตามแต่ความสัมพันธ์และการทำธุรกรรมของคุณ ดังต่อไปนี้

ประเภทผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลรายละเอียด
บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ซึ่งรวมถึง บมจ. ธนาคารกสิกรไทย ตามความยินยอมของคุณและ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดภายใต้นโยบายฉบับนี้

ท่านสามารถดูนโยบายความเป็นส่วนตัวของบมจ. ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งอธิบายว่า บมจ. ธนาคารกสิกรไทย เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอย่างไร โดยไปที่ https://www.kasikornbank.com/financial-conglomerate

ผู้ให้บริการของบริษัทบริษัทอาจใช้บริษัทอื่น คู่ค้า ตัวแทนของบริษัท ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ หรือผู้ให้บริการภายนอกเพื่อประกอบธุรกิจแทนบริษัท หรือเพื่อช่วยสนับสนุนการให้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการของบริษัทแก่คุณ ด้วยเหตุนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่ผู้ให้บริการของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

  • ผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์และบริการนำส่งข้อความ (SMS)
  • ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยี
  • ผู้ให้บริการ Cloud Computing
  • ผู้ให้บริการเพื่อการทำการตลาด
  • ผู้ให้บริการคลังเก็บเอกสาร
  • ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์
  • ผู้ให้บริการช่องทางการรับชำระเงิน
  • ผู้ให้บริการติดตามทวงถามหนี้
  • โรงพิมพ์หรือผู้ให้บริการสิ่งพิมพ์
  • ผู้ผลิตบัตร
  • ผู้ให้บริการจัดส่งเอกสารหรือพัสดุ
  • ผู้ให้บริการสำหรับการให้บริการอำนวยความสะดวก (Concierge Services)
พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท เช่น ผู้ขายสินค้าตามโครงการสินเชื่อเพื่อผู้ซื้อสินค้ารายย่อย

ทั้งนี้ กรณีเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้พันธมิตรทางธุรกิจเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดของพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น เพื่อการส่งเสริมการขาย การประชาสัมพันธ์ หรือการเสนอผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจให้แก่คุณ บริษัทจะแจ้งรายชื่อพันธมิตรทางธุรกิจให้คุณทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจให้ความยินยอม

บุคคลตามที่กฎหมายกำหนดในบางกรณี บริษัทมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจหรือมีสิทธิตามกฎหมาย และ/หรือ การปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณรวมถึง

  • หน่วยงานที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย
  • หน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลบริษัท เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร กรมการปกครอง ศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมบังคับคดี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น
  • หน่วยงานราชการ
  • สมาคม หน่วยงาน หรือบุคคลอื่นใดตามความจำเป็นในการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย หรือภาระหน้าที่ตามข้อบังคับ หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิของบริษัท สิทธิของบุคคลภายนอก ซึ่งอาจรวมถึงการดำเนินกระบวนการทางกฎหมายใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยัง

  • ผู้สอบบัญชี
  • ผู้ตรวจสอบภายนอก
  • ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย
  • ที่ปรึกษาด้านภาษี
  • บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ ตามแต่กรณี

ผู้สนใจจะเข้ารับโอนสิทธิ และ/หรือ ผู้รับโอนสิทธิในธุรกรรมหรือการควบรวมกิจการต่าง ๆ ของบริษัทในกรณีที่บริษัทมีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร ปรับโครงสร้างหนี้ การควบรวมกิจการ การได้มาซึ่งกิจการ การโอนสิทธิ การเลิกกิจการ หรือเหตุการณ์อื่นใดในลักษณะเดียวกันนั้น บริษัทอาจมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยัง

  • คู่ค้า ผู้สนใจ
  • บริษัทบริหารสินทรัพย์ และ/หรือ ผู้รับโอนสิทธิดังกล่าว
บุคคลที่สามอื่นใดบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังบุคคลที่สามอื่นใด เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ บุคคลที่สามอื่นใดที่รับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ อาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

  • บริษัทข้อมูลเครดิต
  • ผู้พัฒนาเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือ ระบบงานของบริษัท
  • บริษัทหรือสถาบันการเงินอื่น ๆ ที่คุณมีธุรกรรมร่วม
  • ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์

สาธารณะหรือบุคคลทั่วไป

5.บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังต่างประเทศหรือไม่

บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยที่อยู่ต่างประเทศ หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บนแพลตฟอร์มคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ หน่วยงานภาครัฐในต่างประเทศ เป็นต้น

กรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ บริษัทจะดูแลให้มั่นใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับ เช่น มีข้อตกลงกับผู้รับข้อมูลในประเทศดังกล่าวเพื่อยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจะได้รับการคุ้มครองภายใต้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่ากับประเทศไทย หรือในกรณีที่ผู้รับข้อมูลเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย บริษัทอาจเลือกใช้วิธีการดำเนินการให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (Binding Corporate Rules) ที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและจะดำเนินการให้การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยที่อยู่ต่างประเทศเป็นไปตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวก็ได้

6.การใช้งานคุกกี้ และ/หรือ เทคโนโลยีที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน

บริษัทอาจเก็บรวบรวมและใช้งานคุกกี้ และ/หรือ เทคโนโลยีอื่นใดที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เมื่อคุณมีการใช้งานแอปพลิเคชัน และ/หรือ เว็บไซต์ของบริษัท รวมถึงการทำธุรกรรม การใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการของบริษัทผ่านช่องทางดิจิทัลและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การเก็บรวบรวมคุกกี้ และ/หรือ การใช้งานเทคโนโลยีอื่นใดที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน จะช่วยให้บริษัทสามารถจดจำการใช้งานและความชื่นชอบของคุณ รวมถึงการวิเคราะห์ความสนใจของคุณเพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชัน และ/หรือ เว็บไซต์ของบริษัท ให้ตอบสนองต่อความต้องการและการใช้งานของคุณ เพื่อให้คุณได้รับได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานแอปพลิเคชัน และ/หรือ เว็บไซต์ของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทอาจมีการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตนของคุณแก่ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น Google ทั้งในและต่างประเทศ โดย Google จะมีการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น คุกกี้ และ/หรือ Software Development Kit (SDK) ในการติดตามและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการใช้งานของคุณบนแอปพลิเคชัน และ/หรือ เว็บไซต์ของบริษัท ทั้งนี้ คุณสามารถศึกษารายละเอียดการวิเคราะห์ข้อมูลของ Google ได้ที่หัวข้อ “How Google uses data when you use our partner’s sites or apps” ที่ www.google.com/policies/privacy/partners หรือ URL อื่นตามที่ Google กำหนด

7.บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้นานเท่าใด

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในระหว่างที่คุณเป็นลูกค้า หรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัท หรือตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ และเมื่อคุณสิ้นสุดความสัมพันธ์กับบริษัท บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นตามระยะเวลาที่จำเป็นตามอายุความ หรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น

ทั้งนี้ บริษัทจะมีการดำเนินการในขั้นตอนที่เหมาะสม เพื่อทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของคุณได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

8.บริษัทคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอย่างไร

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Safeguard) มาตรการเชิงบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical Safeguard) เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน สภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการเข้าถึง เก็บรวบรวม เปลี่ยนแปลง แก้ไข ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด

บริษัทได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์สำหรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ปลอดภัยและเหมาะสม การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล การกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน สิทธิในการอนุญาตให้พนักงานที่ได้รับมอบหมายให้เข้าถึงข้อมูล และหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจัดให้มีมาตรการสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องเหมาะสมกับวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการตรวจสอบเพื่อประเมินประสิทธิผลของการปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นอกจากนี้ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษา และผู้รับข้อมูลจากบริษัทมีหน้าที่ต้องรักษาความลับข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรการรักษาความลับที่บริษัทกำหนดขึ้น

9.สิทธิของคุณเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง

สิทธิของคุณในข้อนี้เป็นสิทธิตามกฎหมายที่คุณควรทราบ โดยคุณสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ในขณะนี้หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัทกำหนดขึ้น และในกรณีคุณมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือถูกจำกัดความสามารถในการทำนิติกรรมตามกฎหมาย คุณสามารถขอใช้สิทธิโดยให้บิดาและ/หรือมารดา ผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือมีผู้อำนาจกระทำการแทนเป็นผู้แจ้งความประสงค์

9.1 สิทธิขอถอนความยินยอม: หากคุณได้ให้ความยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ คุณมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอยู่กับบริษัท เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่คุณอยู่ โดยการถอนความยินยอมของคุณจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่ได้กระทำขึ้นก่อนการถอนความยินยอม

ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของคุณในส่วนที่เกี่ยวข้องและจำเป็นกับการขอรับบริการ อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือให้บริการกับคุณได้ หรืออาจส่งผลให้ธุรกรรมหรือกิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องถูกระงับ หรือหยุดลงชั่วคราว หรืออาจส่งผลกระทบต่อคุณในการรับทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการต่าง ๆ เช่น คุณจะไม่ได้รับข้อเสนอผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ สิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ ๆ ไม่ได้รับผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการที่ถูกใจมากยิ่งขึ้นและสอดคล้องหรือตรงตามความต้องการของคุณ หรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร คำแนะนำอันเป็นประโยชน์แก่คุณ เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของคุณ จึงควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนถอนความยินยอม

9.2 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล: คุณมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่คุณ รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยว่าบริษัทได้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณมาได้อย่างไร

9.3 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล: คุณมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในกรณีที่บริษัทได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยเพื่อให้คุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการของบริษัทได้ตามความประสงค์ซึ่งคุณเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัท หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของคุณก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการของบริษัท หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด

9.4 สิทธิขอคัดค้าน: คุณมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากคุณยื่นคัดค้าน บริษัทจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณต่อไปเฉพาะที่บริษัทสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่า หรือเป็นไปเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

นอกจากนี้ คุณยังมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติได้อีกด้วย

9.5 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล: คุณมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวคุณได้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของคุณถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อคุณได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

9.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล: คุณมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอใช้สิทธิคัดค้านของคุณ หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่คุณขอให้บริษัทระงับการใช้แทน

9.7 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล: คุณมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

9.8 สิทธิร้องเรียน: คุณมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากคุณเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การใช้สิทธิของคุณดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของคุณได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากบริษัทปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้คุณทราบด้วย

ทั้งนี้ คุณสามารถดำเนินการขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้โดยการติดต่อมายังบริษัทตามรายละเอียดในข้อ 11 (คุณจะติดต่อบริษัท และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างไร)

10.บริษัทจะแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงนโยบายฉบับนี้หรือไม่

บริษัทอาจพิจารณาทบทวนเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราวตามความเหมาะสมและเท่าที่กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ บริษัทจะดำเนินการประกาศนโยบายฉบับปัจจุบันให้คุณทราบผ่านช่องทางของบริษัท

11.คุณจะติดต่อบริษัท และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างไร

หากคุณมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ รวมถึงการขอใช้สิทธิตามนโยบายฉบับนี้ คุณสามารถติดต่อบริษัท ตามรายละเอียดด้านล่าง

สถานที่ติดต่อ : เบารามีซี่ แล็บ 111 True Digital Park West, Unicorn Building, Unit 1016, 10th Floor, Sukhumvit Road, Bangchak, Phra Khanong, Bangkok 10260