Baramizi Lab logo

“Crown Expression” คลื่นมหาชนร่วมแสดงออกและปลดปล่อย สร้าง Soft Power ที่มีจุดร่วมของคนทั้งโลก

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

17
04.2024
view
1,828
SHARE

“Crown Expression” คลื่นมหาชนร่วมแสดงออกและปลดปล่อย สร้าง Soft Power ที่มีจุดร่วมของคนทั้งโลก

เพราะเทศกาลสงกรานต์บ้านเราอยู่บนกระแสเทรนด์ของ Event Tourism ที่ชื่อ “Crown Expression” แม้ฉากหน้าจะดูไทยไทย แต่เนื้อในนั้นโดนใจ Inner ที่เป็นสากล สงกรานต์บ้านเราจึงสามารถเป็น Soft Power ที่ทรงพลังระดับโลกได้

เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา Baramizi Lab ได้ร่วมทำวิจัยกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในหัวเรื่องการศึกษาศักยภาพกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ระดับนานาชาติของประเทศไทย เราได้ทำการ Spot Event Tourism Trend ประจำปีล่าสุดเพื่อค้นหาแนวโน้มการสร้างสรรค์ประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมมาไว้เพิ่มพลังให้กับการผลักดันการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมของประเทศไทยให้ขึ้นสู่ระดับนานาชาติได้

ด้วยกระบวนการศึกษาผ่านข้อมูลทุติยภูมิและทำการ Spot กรณีศึกษากว่า 100 กรณีศึกษาของงานกิจกรรมและเทศกาลประเภทต่างๆ ที่ทำหน้าที่ดึงดูดการท่องเที่ยวทั่วโลก เราพบเจอถึง 12 เทรนด์ที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม บางแนวโน้มนั้นก็เป็นแนวโน้มที่มีมาแต่เดิมอยู่แล้วอันเนื่องจากมันสอดคล้องไปกับความต้องการดั้งเดิมของมนุษย์เราที่กระตุ้นให้เราออกเดินทางได้ บางแนวโน้มเป็นความคาดหวังที่ Emerging ใหม่จากแรงกระทบของ Megatrend บางแนวโน้มตัวมันอาจไม่ใหม่มากแต่มีรายละเอียดที่ใหม่ขึ้นมา ไว้จะมาเล่าทั้ง 12 แนวโน้มให้ฟังอีกครั้งนะคะ : )

แต่วันนี้เอาเรื่องนี้ก่อน หนึ่งในแนวโน้มที่น่าสนใจและช่วยไขความกระจ่างให้กับความฮอตฮิตของเทศกาลสงกรานต์บ้านเราคือแนวโน้มที่ชื่อว่า “Crown Expression” คือประสบการณ์ของงานอิเวนต์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ปลดปล่อยตัวเองจากโลกความเป็นจริง สามารถแสดงออกทางด้านอารมณ์หรือร่างกายได้อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ห้อมล้อมด้วยคนหมู่มากในการร่วมทำกิจกรรมที่มีความหมายเดียวกัน  อยากให้ทุกคนสังเกตค่ะ แนวโน้มนี้…เกิดขึ้นจาก Inner ภายในจิตใจของพวกเราที่ว่า ในการใช้ชีวิตบางทีก็มีอะไรที่อัดอั้นบ้างอะไรบ้าง (55) แล้วเราก็มีอารมณ์อยากปลดปล่อย อยากขว้างปา อยากทำลาย ยิ่งถ้าได้ทำแล้วได้แข่งขันกับคนอื่นด้วยนี่ยิ่งมันส์! แต่ๆๆๆ ในชีวิตจริง ใครจะให้เราทำอย่างนั้นกันล่ะ มันเดือดร้อนคนอื่นและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน แล้วๆๆๆ ในขณะเดียวกันนั้น ก็มีงานกิจกรรมมหกรรมประเภทหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ทำอะไรอย่างนั้นเกิดขึ้นเต็มไปหมดรอบโลกของเรา 🤣 แต่มาในรูปแบบและที่มาที่แตกต่างกันแต่ล้วน Serve Needs หรือตอบโจทย์ความต้องการแบบเดียวกัน บางที่ก็เป็นเรื่องราวของวัฒนธรรม บางที่ก็เป็นเรื่องศาสนา บางที่ก็มาจากฤดูกาลของพืชผลทางการเกษตร หรือไม่ก็เกิดจากการรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เริ่มต้นจากทำกันเองเชื่อกันเองในพื้นที่ของตนแล้วค่อยๆ ขยายวงใหญ่ขึ้นเติบโตขึ้นจนถึงจุดที่กลายเป็นสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้

เทรนด์ Crown Expression จากการ Spot ข้อมูลในรอบปีนี้ สามารถสรุป Key Experience สำคัญได้ 3 ประการได้แก่

1. Crowd on Public: การรวมตัวของฝูงชนในพื้นที่สาธารณะสร้างประสบการณ์ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไป

2. Splashing: การได้ขว้างปา ปลดปล่อย สิ่งต่างๆ ใส่กัน จากวัตถุดิบทางธรรมชาติใน  ท้องถิ่นนั้นๆ ทำให้เกิดประสบการณ์ที่สนุกสนาน หลุดออกจากโลกที่เป็นอยู่

3. Release and Move on: การได้ปลดปล่อยและทิ้งสิ่งที่เกิดขึ้นภายในงาน เพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่ในโอกาสต่อไป

เทศกาลสงกรานต์เข้าข่ายแนวโน้มนี้เต็มๆ เลยค่ะ ถอดรหัสความเจ๋งของเทศกาลที่ทำให้เป็น Soft Power ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาได้ น่าจะประกอบด้วยองค์ประกอบ ดังนี้ 1) มีรากมีที่มาที่อิงกับวัฒนธรรมและวันสำคัญของคนไทยทั้งประเทศ 2) รูปแบบของกิจกรรมมาในรูปแบบของการได้ปลดปล่อย (+ทำลายล้าง 55) ได้แข่งขันต่อสู้ (เล็กๆ) 3) เป็นวัฒนธรรมร่วมที่คนทั้งประเทศตอบรับอย่างแข่งขันและพร้อมมีส่วนร่วม แต่ก็ยังเกิดวัฒนธรรมย่อยที่มีอัตลักษณ์เฉพาะของตัวเองแตกต่างกันไป ทำให้เกิดความหลากหลายที่น่าสนใจ องค์ประกอบข้อ 3) นี้ ส่วนตัวในตอนที่วิเคราะห์โจทย์วิจัยที่เกี่ยวกับประเด็นของงานท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมระดับนานาชาติคิดว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด

นอกจากเทศกาลสงกรานต์ของบ้านเราแล้ว ยังมีงานกิจกรรมและเทศกาลอื่นๆ ที่น่าสนใจในเทรนด์นี้ คอนเทนต์นี้เราพาไปลองเที่ยวชมกันค่ะ 😁☺️

Burning Man

งานเทศกาลที่เน้นเรื่องชุมชน ศิลปะ การแสดงออก และการพึ่งพาตนเอง จัดขึ้นทุกปีทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ชื่อของงานมาจากพิธีการเผาหุ่นจำลองไม้ขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ซึ่งเรียกว่า The Man การเผานี้จะเกิดขึ้นในคืนสุดท้ายของงานเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการได้ปลดปล่อยและทิ้งสิ่งที่เกิดขึ้นภายในงานเพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่ในโอกาสต่อไป โดยภายในงานผู้คนที่เข้าร่วมจะใช้ไลฟ์สไตล์แบบสุดโต่ง เช่น การแสดงงานศิลปะที่มีความเฉพาะตัว การใช้ชีวิตด้วยการแลกเปลี่ยนสิ่งของไม่มีการใช้เงิน เทศกาล Burning Man จัดตั้งโดย Burning Man Project ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

 

Holi Festival

เทศกาลโฮลี มีการจัดขึ้น 2 วันในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเทศกาลนี้เรียกอีกอย่างว่า “เทศกาลแห่งสีสัน” ผู้คนมากมายจะออกมาเฉลิมฉลองด้วยการสาดสีหรือป้ายสีซึ่งมีลักษณะเป็นฝุ่นผงใส่กันอย่างสนุกสนาน ฝุ่นผงสีจะทำมาจากธรรมชาติ อาทิ ดอกทองกวาว บีทรูท และขมิ้น เป็นต้น การสาดสีจะเล่นกันเฉพาะช่วงเช้าจนถึงเที่ยงวันเท่านั้นจากนั้นผู้คนจะแยกย้ายไปพักผ่อนแล้วเมื่อตกเย็นจะออกมาพบปะสังสรรค์กันแจกขนมหวานและสวมกอดกัน

La Tomatina

เทศกาลดั้งเดิมของสเปนที่จัดขึ้นในเมือง Buñol ทางตะวันออก โดยผู้เข้าร่วมจัดปามะเขือเทศใส่กัน ผู้คนมากถึง 20,000 คนจะจ่ายเงินคนละ 12 ยูโร เพื่อเข้าร่วมเทศกาล เพียงเวลาไม่นานพื้นที่ถนนก็ชุ่มไปด้วยเนื้อสีแดง งานนี้จัดขึ้นในวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคมของทุกปี งานเทศกาลนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการต่อสู้แย่งชิงอาหารระหว่างเด็กๆ ในท้องถิ่นในปี 1945 ในเมืองที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ผลิตมะเขือเทศ

Crown Expression แนวโน้มสำคัญที่โดนใจผู้คนถ้าลองต่อยอดดูเราอาจจะสร้างสรรค์ Event Tourism ที่เป็น Soft Power เพิ่มเติมพลังการดึงดูดผู้คนสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งได้อีกมากมายอย่างแน่นอนค่ะ 🥰🥰

อาจจะใส่ไว้ตั้งแต่ข้อความกลุ่มแรกก่อนแตกเข้ารายภาพ

 

บทความวิเคราะห์โดย

ปรมา ทิพย์ธนทรัพย์ (โจ้ง)

Baramizi Lab Director

ข้อมูลวิจัยเทรนด์โดย Trend Researcher Team ของ Baramizi Lab

โครงการศึกษาศักยภาพกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ระดับนานาชาติของประเทศไทย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://burningman.org
https://www.holifestival.org/#google_vignette

RECOMMEND

read more
18.05.2026 367

อนาคตตลาด Software โลกเปลี่ยนไปแค่ไหน และแอปแบบไหนที่กำลังจะตาย?

คนทำธุรกิจหรือผู้บริหาร เราหมดเงินไปเท่าไหร่แล้วกับการซื้อซอฟต์แวร์ที่เซลส์บอกว่า “ดีที่สุด” แต่สุดท้ายพนักงานกลับไม่อยากใช้ เพราะมันยุ่งยาก ซับซ้อน และเพิ่มภาระมากกว่าจะช่วยลดงาน? วันนี้ตลาดซอฟต์แวร์ทั่วโลกกำลังก้าวผ่านจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เรากำลังโบกมือลาซอฟต์แวร์ที่เป็นแค่ “เครื่องมือรับคำสั่ง” และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่คิดแทนและทำงานล่วงหน้าให้เราได้ คอลัมน์ สาระ Trend ย่อยง่าย วันนี้ จะพาคุณไปเจาะลึกว่า อนาคตของเทคโนโลยีนี้จะเดินไปทางไหน และซอฟต์แวร์แบบไหนที่จะสูญพันธุ์ไปจากตลาดในเร็วๆ ภาพรวม: ตลาด Software ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทิศทางของเทคโนโลยีต่อจากนี้ จะไม่ได้แข่งกันที่ว่าใครมีฟีเจอร์เยอะกว่ากัน แต่แข่งกันที่ “ความฉลาดและเข้าถึงง่าย” โดยมี 3 เทรนด์หลักที่จะเข้ามาเปลี่ยนเกม: AI-First Software: ต่อจากนี้ AI จะไม่ใช่แค่ปุ่มกดหรือ “ลูกเล่นเสริม” อีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นแกนกลางของระบบ ซอฟต์แวร์จะสามารถเดาใจเราได้ว่าเราต้องการข้อมูลอะไร และจัดการสรุปมาให้ก่อนที่เราจะเอ่ยปากถามเสียอีก ยุคของ Citizen Dev […]

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027
read more
24.04.2026 1,070

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027

ถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์เวลเนสไทย ปี 2026 การดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเทคโนโลยีที่สร้างความกดดัน ไปสู่ยุคของการแสวงหาสมดุลและการฟื้นฟูร่างกายจากพื้นฐาน มาทำความเข้าใจInsightผู้บริโภคยุคใหม่และMega Trendด์ที่จะกำหนดทิศทางตลาดกันครับ 2 อินไซต์พฤติกรรมสุขภาพยุคใหม่ 1. Health is the New Wealth (สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว) ผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อป่วย เป็นการลงทุนกับสุขภาพระยะยาว กว่าครึ่งของผู้บริโภคตั้งงบดูแลสุขภาพไว้ที่ 1,000–3,000 บาทต่อเดือน โดย 72% ให้ความสำคัญกับสุขภาพองค์รวมมากกว่าความงามภายนอก เรื่องที่คนกังวลสูงสุดคือ การควบคุมน้ำหนัก การเสริมภูมิคุ้มกัน การนอนหลับ สุขภาพจิต และระบบขับถ่าย 2. Value-Driven & Evidence-Based (เน้นความคุ้มค่าและต้องมีหลักฐาน) แม้เศรษฐกิจจะตึงตัว แต่คนไทยไม่ยอมลดสเปกเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าสุขภาพ ผู้บริโภคยุคนี้คือ “Value Hackers” ที่ไม่เน้นของถูกที่สุด แต่เน้นของที่ส่วนผสมโปร่งใส (Clean Label) และพิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริง แบรนด์ไม่สามารถใช้การโฆษณาเกินจริงได้อีกต่อไป แต่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสต […]

Business Foresight 2035
read more
08.04.2026 441

Business Foresight 2035: เมื่อองค์กรมี Data มากขึ้น แต่กลับตัดสินใจยากขึ้น

วันนี้หลายองค์กรไม่ได้ขาดข้อมูล แต่กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่คือ “มองอนาคตไม่ตรงกัน” แม้แต่ละแผนกจะมีความเชี่ยวชาญของตัวเอง แต่เมื่อพูดถึงการวางกลยุทธ์ระยะยาว กลับมีมุมมองที่แตกต่างกัน ทำให้การตัดสินใจยิ่งซับซ้อนขึ้น ทำไมองค์กรยุคนี้ต้องมอง “เทรนด์ธุรกิจอนาคต” ให้ชัดขึ้น ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็ว “เทรนด์” ไม่ใช่แค่เรื่องของการตลาด แต่กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางของ โมเดลธุรกิจ ประสบการณ์ลูกค้า และโอกาสใหม่ในอนาคต คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ องค์กรรู้ว่าเทรนด์คืออะไร แต่คือ องค์กรสามารถ “ใช้เทรนด์เพื่อตัดสินใจ” ได้หรือไม่ Business Foresight 2035: Workshop เทรนด์เพื่อผู้บริหาร โครงการ Business Foresight 2035 เป็น workshop เทรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้บริหาร มองเห็นภาพอนาคตในระยะ 5–10 ปี โดย Baramizi Lab ได้ร่วมออกแบบและจัด Workshop นี้ ร่วมกับทีมผู้บริหารของ IMPACT Exhibition Management Co., Ltd. ที่เน้นการแลกเปลี่ยน มากกว่าการบรรยาย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 Insight จาก Workshop: ทำไมองค์กรยังใช้ Data ไม่ได้เต็มที่ จากการทำ workshop ผู้บริหาร พบความท้าทายสำคัญที่หลายองค์กรเผชิญ ได้แก […]

Health & Well-being x Food Industry
read more
27.03.2026 544

Health & Well-being x Food Industry

เมื่อ “อาหาร” ไม่ได้มีไว้แค่อิ่ม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือดูแลชีวิต ในอดีต การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ มักหมายถึงการลดแคลอรี หรือหลีกเลี่ยงไขมัน แต่ในวันนี้ ผู้บริโภคไม่ได้คิดแค่นั้นอีกต่อไป พวกเขากำลังตั้งคำถามใหม่ว่า “สิ่งที่กินเข้าไป…ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาวได้อย่างไร?” นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ Health & Well-being Economy อย่างเต็มตัว จาก “กินเพื่อไม่ป่วย”  สู่ “กินเพื่อออกแบบชีวิต” ข้อมูลจากรายงาน Health & Well-being Trends 2026  สะท้อนว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราว แต่เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หันมาให้ความสำคัญกับ การป้องกัน (Preventive Health) ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ (Premium for Better Life) มองหาอาหารที่ให้ “ผลลัพธ์เฉพาะด้าน” มากขึ้น ส่งผลให้อาหารไม่ได้เป็นแค่สินค้า แต่กลายเป็น Solution ของชีวิตในแต่ละวัน 4 ทิศทางสำคัญของ Food Industry ที่กำลังเกิดขึ้น 1. Edible Beauty การดูแลความงาม…เริ […]

brand health check and superfans
read more
03.04.2026 455

5 เหตุผลที่แบรนด์ต้อง “ตรวจสุขภาพแบรนด์” ทุกปี

เมื่อยอดขายไม่โต… อาจไม่ใช่เพราะคุณทำไม่พอ แต่เพราะคุณ “มองไม่เห็น” ในหลายธุรกิจ เรามักเห็นภาพแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ งบการตลาดเพิ่มขึ้น แคมเปญมีมากขึ้น ทีมทำงานหนักขึ้น แต่ผลลัพธ์กลับ “ไม่โตอย่างที่ควรจะเป็น” คำถามคือ… ปัญหาอยู่ที่ “การทำไม่มากพอ”หรืออยู่ที่ “คุณยังไม่รู้ว่าแบรนด์ของคุณอยู่จุดไหนในใจลูกค้า” จากยอดขาย สู่ “สุขภาพของแบรนด์” สิ่งที่หลายองค์กรอาจมองข้าม คือ ยอดขายเป็นเพียง “ปลายทาง” ของผลลัพธ์ แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนยอดขายจริง ๆ คือ การรับรู้ ความรู้สึกเชื่อมโยง ประสบการณ์และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Brand Monitoring หรือ “การตรวจสุขภาพแบรนด์” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินว่า แบรนด์ของคุณ “แข็งแรง” แค่ไหนในสายตาและความรู้สึกของลูกค้า 5 เหตุผลที่แบรนด์ต้องตรวจสุขภาพทุกปี 1. เพื่อเข้าใจ “เส้นทางความสัมพันธ์” ของลูกค้าอย่างแท้จริง ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจซื้อทันที แต่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ Brand Awareness — รู้จักแบรนด์ Brand Relevance — รู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับชีวิต Acceptable Performance — ยอมรับในสิ่งที่แบรนด์ทำ Advantage — เชื่อว่าแบรนด์ดีกว่าค […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง