Baramizi Lab logo

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027
24
04.2026
view
12
SHARE

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027

ถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์เวลเนสไทย ปี 2026
การดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเทคโนโลยีที่สร้างความกดดัน ไปสู่ยุคของการแสวงหาสมดุลและการฟื้นฟูร่างกายจากพื้นฐาน มาทำความเข้าใจInsightผู้บริโภคยุคใหม่และMega Trendด์ที่จะกำหนดทิศทางตลาดกันครับ

2 อินไซต์พฤติกรรมสุขภาพยุคใหม่

1. Health is the New Wealth (สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว)

ผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อป่วย เป็นการลงทุนกับสุขภาพระยะยาว กว่าครึ่งของผู้บริโภคตั้งงบดูแลสุขภาพไว้ที่ 1,000–3,000 บาทต่อเดือน โดย 72% ให้ความสำคัญกับสุขภาพองค์รวมมากกว่าความงามภายนอก เรื่องที่คนกังวลสูงสุดคือ การควบคุมน้ำหนัก การเสริมภูมิคุ้มกัน การนอนหลับ สุขภาพจิต และระบบขับถ่าย

2. Value-Driven & Evidence-Based (เน้นความคุ้มค่าและต้องมีหลักฐาน)

แม้เศรษฐกิจจะตึงตัว แต่คนไทยไม่ยอมลดสเปกเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าสุขภาพ ผู้บริโภคยุคนี้คือ “Value Hackers” ที่ไม่เน้นของถูกที่สุด แต่เน้นของที่ส่วนผสมโปร่งใส (Clean Label) และพิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริง แบรนด์ไม่สามารถใช้การโฆษณาเกินจริงได้อีกต่อไป แต่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับอย่างน่าเชื่อถือ

พฤติกรรมสุขภาพแบ่งตามเจเนอเรชัน (Generational Wellness Profiling)

เพื่อให้การสื่อสารตรงใจ การเลือกใช้ข้อความให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัยคือสิ่งสำคัญ

  1. Baby Boomers (60 ปีขึ้นไป): โฟกัสเรื่องการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนความยั่งยืนของข้อต่อ กระดูก และระบบประสาท ชื่นชอบการบริการระดับพรีเมียมและความน่าเชื่อถือทางการแพทย์ ที่สำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการสื่อสารที่ทำให้พวกเขารู้สึกเป็น “คนแก่” หรือ “อ่อนแอ”
  2. Gen X (44-59 ปี): ให้ความสำคัญกับการชะลอวัยจากภายใน การป้องกันโรค NCDs และการจัดการความเครียดสะสม เป็นกลุ่มที่มีวินัยสูง ยินดีจ่ายเงินให้กับโปรแกรมสุขภาพที่วัดผลได้ (Scientific Wellness) และต้องการหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน
  3. Gen Y / Millennials (28-43 ปี): มุ่งเน้นไปที่สุขภาพจิต สุขภาพลำไส้ และคุณภาพการนอนหลับ มองหาความสะดวกสบาย เปิดรับการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) นอกจากนี้ยังต้องการวิธีบำบัดความเครียดแบบธรรมชาติ และชอบผลิตภัณฑ์ที่โปร่งใสและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  4. Gen Z (15-27 ปี): เน้นความแข็งแกร่งทางจิตใจ สุขภาพองค์รวมที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ และการป้องกันก่อนเกิดโรค มองว่าสุขภาพคือการแสดงออกทางอัตลักษณ์และสังคม ชอบเสพเนื้อหาวิดีโอสั้น เปิดกว้างเรื่องจิตบำบัด และเชื่อใจอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความจริงใจ (Authenticity)

เจาะลึก 6 เมกะเทรนด์สุขภาพและเวลเนส (ปี 2568-2569)

1. วิวัฒนาการยืดอายุขัย: จาก Biohacking สู่ “Longevity 0 บาท”

การอยากมีอายุยืนยาวแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว ขั้วแรกคือกลุ่มที่ใช้เวชศาสตร์ชะลอวัยขั้นสูงที่มีราคาแพง (เช่น สเต็มเซลล์ หรือ การดริปวิตามิน NAD+) แต่ขั้วที่กำลังกลายเป็นกระแสหลักคือ “Longevity 0 บาท” ซึ่งเน้นการปรับไลฟ์สไตล์ขั้นพื้นฐาน เช่น การนอนให้ดี กินอาหารธรรมชาติ ลดน้ำตาล สร้างมวลกล้ามเนื้อ และรักษาสายสัมพันธ์ แบรนด์ต่างๆ จึงต้องสื่อสารให้เห็นว่า สินค้าสามารถผสานเข้ากับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายนี้ได้อย่างไร

2. การก้าวขึ้นของสุขภาวะทางระบบประสาท (Neurowellness & Somatic Healing)

วิถีชีวิตดิจิทัลทำให้คนจำนวนมากมีอาการสมองล้าและหมดไฟ จากการที่ระบบประสาทอยู่ในสภาวะเตรียมสู้หรือหนีตลอดเวลา เทรนด์จึงขยับจากการรักษาสุขภาพจิตแบบนามธรรม มาเป็นการปรับสมดุลระบบประสาททางสรีรวิทยา การบำบัดด้วยการฝึกลมหายใจ (Breathwork) หรือคลื่นเสียงบำบัด ได้รับการยอมรับทางการแพทย์มากขึ้น แบรนด์และธุรกิจสถานที่พักผ่อน (Wellness Retreats) ต้องปรับตัวเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ที่มอบความสงบให้กับผู้บริโภค

3. หมดยุคบ้าสถิติ สู่การดูแลสุขภาพแบบชิลๆ (Lazy Wellness & Anti-optimization)

ผู้บริโภคเริ่มเหนื่อยล้ากับการใช้อุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) ที่คอยประเมินสุขภาพทุกย่างก้าว จนเกิดความเครียดรูปแบบใหม่ ทำให้เกิดกระแสการโหยหาความสุขที่เรียบง่ายและยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบได้ เราจึงเริ่มเห็นเทรนด์อย่าง “Social Saunas” หรือการไปซาวน่าและออนเซ็นเพื่อสังสรรค์แทนการไปบาร์ รวมถึงการจัดเทศกาลสุขภาพที่เน้นความสนุกและผ่อนคลาย

4. โภชนาการเฉพาะบุคคลและวิวัฒนาการสุขภาพลำไส้ (Personalized Nutrition & Advanced Gut Health)

ตลาดสุขภาพลำไส้กำลังก้าวข้ามโพรไบโอติกส์ (Probiotics) ไปสู่ โพสไบโอติกส์ (Postbiotics) ที่มีผลลัพธ์ลึกซึ้งกว่าด้านภูมิคุ้มกันและผิวพรรณ นอกจากนี้ ผู้บริโภคปฏิเสธผลิตภัณฑ์แบบครอบจักรวาล แต่หันมาใช้ AI หรือผลตรวจเลือด/DNA เพื่อเลือกวิตามินที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ ตลอดจนกระแส “อาหารเป็นยา” ที่นำสมุนไพรท้องถิ่นของไทยมาใช้ภายใต้มาตรฐานที่ปลอดสารเคมี

5. ใบสั่งยาทางสังคมและพลวัตใหม่ของสุขภาพองค์กร (Social Prescription & Corporate Wellness)

เพื่อแก้ปัญหาความเครียดสะสม ระบบสาธารณสุขกำลังศึกษาแนวคิด “ใบสั่งยาทางสังคม” ที่ให้แพทย์สั่งจ่ายกิจกรรมอย่างการทำศิลปะหรือการออกกำลังกายในสวนสาธารณะแทนการใช้ยา ในฝั่งขององค์กร พนักงานรุ่นใหม่คาดหวังให้บริษัทดูแล “ความแข็งแกร่งทางจิตใจ” อย่างเป็นระบบ เช่น มีสวัสดิการปรึกษาจิตแพทย์ สิทธิประโยชน์ช่วงวัยหมดประจำเดือน และเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น

6. นิเวศวิทยาสุขภาวะและความยั่งยืนของเมือง (Eco-Wellness & Swimmable Cities)

วิกฤต PM 2.5 และไมโครพลาสติก ทำให้ผู้บริโภคตระหนักว่าเราไม่อาจมีสุขภาพดีได้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ เกิดการผลักดันโครงการเมืองที่สามารถว่ายน้ำในแม่น้ำได้ หรือการจัดการขยะพลาสติกเพื่อสร้างเมืองที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศ แบรนด์เวลเนสที่ต้องการเติบโตในยุคนี้ ต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ด้านสิ่งแวดล้อม (Green Proof) ไม่ใช่แค่การกล่าวอ้างลอยๆ

บทความโดย : ภูชิต มุณีวงศ์ (Future Trend Researcher)


บทความเทรนด์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

RECOMMEND

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027
read more
24.04.2026 12

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027

ถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์เวลเนสไทย ปี 2026 การดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเทคโนโลยีที่สร้างความกดดัน ไปสู่ยุคของการแสวงหาสมดุลและการฟื้นฟูร่างกายจากพื้นฐาน มาทำความเข้าใจInsightผู้บริโภคยุคใหม่และMega Trendด์ที่จะกำหนดทิศทางตลาดกันครับ 2 อินไซต์พฤติกรรมสุขภาพยุคใหม่ 1. Health is the New Wealth (สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว) ผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อป่วย เป็นการลงทุนกับสุขภาพระยะยาว กว่าครึ่งของผู้บริโภคตั้งงบดูแลสุขภาพไว้ที่ 1,000–3,000 บาทต่อเดือน โดย 72% ให้ความสำคัญกับสุขภาพองค์รวมมากกว่าความงามภายนอก เรื่องที่คนกังวลสูงสุดคือ การควบคุมน้ำหนัก การเสริมภูมิคุ้มกัน การนอนหลับ สุขภาพจิต และระบบขับถ่าย 2. Value-Driven & Evidence-Based (เน้นความคุ้มค่าและต้องมีหลักฐาน) แม้เศรษฐกิจจะตึงตัว แต่คนไทยไม่ยอมลดสเปกเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าสุขภาพ ผู้บริโภคยุคนี้คือ “Value Hackers” ที่ไม่เน้นของถูกที่สุด แต่เน้นของที่ส่วนผสมโปร่งใส (Clean Label) และพิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริง แบรนด์ไม่สามารถใช้การโฆษณาเกินจริงได้อีกต่อไป แต่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสต […]

Business Foresight 2035
read more
08.04.2026 112

Business Foresight 2035: เมื่อองค์กรมี Data มากขึ้น แต่กลับตัดสินใจยากขึ้น

วันนี้หลายองค์กรไม่ได้ขาดข้อมูล แต่กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่คือ “มองอนาคตไม่ตรงกัน” แม้แต่ละแผนกจะมีความเชี่ยวชาญของตัวเอง แต่เมื่อพูดถึงการวางกลยุทธ์ระยะยาว กลับมีมุมมองที่แตกต่างกัน ทำให้การตัดสินใจยิ่งซับซ้อนขึ้น ทำไมองค์กรยุคนี้ต้องมอง “เทรนด์ธุรกิจอนาคต” ให้ชัดขึ้น ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็ว “เทรนด์” ไม่ใช่แค่เรื่องของการตลาด แต่กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางของ โมเดลธุรกิจ ประสบการณ์ลูกค้า และโอกาสใหม่ในอนาคต คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ องค์กรรู้ว่าเทรนด์คืออะไร แต่คือ องค์กรสามารถ “ใช้เทรนด์เพื่อตัดสินใจ” ได้หรือไม่ Business Foresight 2035: Workshop เทรนด์เพื่อผู้บริหาร โครงการ Business Foresight 2035 เป็น workshop เทรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้บริหาร มองเห็นภาพอนาคตในระยะ 5–10 ปี โดย Baramizi Lab ได้ร่วมออกแบบและจัด Workshop นี้ ร่วมกับทีมผู้บริหารของ IMPACT Exhibition Management Co., Ltd. ที่เน้นการแลกเปลี่ยน มากกว่าการบรรยาย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 Insight จาก Workshop: ทำไมองค์กรยังใช้ Data ไม่ได้เต็มที่ จากการทำ workshop ผู้บริหาร พบความท้าทายสำคัญที่หลายองค์กรเผชิญ ได้แก […]

Health & Well-being x Food Industry
read more
27.03.2026 332

Health & Well-being x Food Industry

เมื่อ “อาหาร” ไม่ได้มีไว้แค่อิ่ม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือดูแลชีวิต ในอดีต การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ มักหมายถึงการลดแคลอรี หรือหลีกเลี่ยงไขมัน แต่ในวันนี้ ผู้บริโภคไม่ได้คิดแค่นั้นอีกต่อไป พวกเขากำลังตั้งคำถามใหม่ว่า “สิ่งที่กินเข้าไป…ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาวได้อย่างไร?” นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ Health & Well-being Economy อย่างเต็มตัว จาก “กินเพื่อไม่ป่วย”  สู่ “กินเพื่อออกแบบชีวิต” ข้อมูลจากรายงาน Health & Well-being Trends 2026  สะท้อนว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราว แต่เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หันมาให้ความสำคัญกับ การป้องกัน (Preventive Health) ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ (Premium for Better Life) มองหาอาหารที่ให้ “ผลลัพธ์เฉพาะด้าน” มากขึ้น ส่งผลให้อาหารไม่ได้เป็นแค่สินค้า แต่กลายเป็น Solution ของชีวิตในแต่ละวัน 4 ทิศทางสำคัญของ Food Industry ที่กำลังเกิดขึ้น 1. Edible Beauty การดูแลความงาม…เริ […]

brand health check and superfans
read more
03.04.2026 306

5 เหตุผลที่แบรนด์ต้อง “ตรวจสุขภาพแบรนด์” ทุกปี

เมื่อยอดขายไม่โต… อาจไม่ใช่เพราะคุณทำไม่พอ แต่เพราะคุณ “มองไม่เห็น” ในหลายธุรกิจ เรามักเห็นภาพแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ งบการตลาดเพิ่มขึ้น แคมเปญมีมากขึ้น ทีมทำงานหนักขึ้น แต่ผลลัพธ์กลับ “ไม่โตอย่างที่ควรจะเป็น” คำถามคือ… ปัญหาอยู่ที่ “การทำไม่มากพอ”หรืออยู่ที่ “คุณยังไม่รู้ว่าแบรนด์ของคุณอยู่จุดไหนในใจลูกค้า” จากยอดขาย สู่ “สุขภาพของแบรนด์” สิ่งที่หลายองค์กรอาจมองข้าม คือ ยอดขายเป็นเพียง “ปลายทาง” ของผลลัพธ์ แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนยอดขายจริง ๆ คือ การรับรู้ ความรู้สึกเชื่อมโยง ประสบการณ์และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Brand Monitoring หรือ “การตรวจสุขภาพแบรนด์” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินว่า แบรนด์ของคุณ “แข็งแรง” แค่ไหนในสายตาและความรู้สึกของลูกค้า 5 เหตุผลที่แบรนด์ต้องตรวจสุขภาพทุกปี 1. เพื่อเข้าใจ “เส้นทางความสัมพันธ์” ของลูกค้าอย่างแท้จริง ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจซื้อทันที แต่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ Brand Awareness — รู้จักแบรนด์ Brand Relevance — รู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับชีวิต Acceptable Performance — ยอมรับในสิ่งที่แบรนด์ทำ Advantage — เชื่อว่าแบรนด์ดีกว่าค […]

wellness Sleep Tourism
read more
18.02.2026 461

Sleep Tourism เมื่อการนอนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของมนุษย์ยุคใหม่

เมื่อ “การนอนหลับ” กลายเป็น New Luxury สินค้าที่แพงที่สุดในยุค Burnout  Future Wellness: Sleep Economy กำลังเปลี่ยนนิยามของการพักผ่อน เรากำลังเข้าสู่ยุคที่นิยามของ “การพักผ่อน” เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งใน Sub-sector ที่น่าจับตามองที่สุดคือ Sleep Economy อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “คุณภาพการนอน” โดยตรง คำถามสำคัญคือ ทำไมเรื่อง “นอน” ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก? The Insight: วิกฤตการนอนของคนเมือง เมื่อชีวิตรวนจนร่างกายตามไม่ทัน ปัญหาไม่ใช่แค่ “นอนน้อย” แต่คือภาวะ Social Jetlag  เวลาชีวิตรวนจากการทำงานข้ามเวลา เสพสื่อก่อนนอน และใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาชีวภาพ คนยุคปัจจุบันจึงไม่ได้แค่ “ง่วง” แต่กำลังโหยหา Deep Rest การพักผ่อนที่ฟื้นฟูระบบประสาทจริงๆ การนอนเฉยๆ อยู่บ้าน อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของเทรนด์ Sleep Tourism การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก “Check-in รัวๆ” เป็น “Check-out จากโลกภายนอก” Strategic Shift: เมื่อโรงแรมไม่ได้ขายเตียง แต่ขายการ Hack สมองให้หลับ สำหรับธุรกิจในกลุ่ม Welln […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง