Baramizi Lab logo

“Gartner” เปิด 10 เทรนด์เทคโนโลยีเปลี่ยนโฉมธุรกิจปี 2569

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

03
11.2025
view
2,341
SHARE

“Gartner” เปิด 10 เทรนด์เทคโนโลยีเปลี่ยนโฉมธุรกิจปี 2569

ในปี 2569 จะเป็นปีที่สำคัญต่อผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ต้องเผชิญกับการหยุดชะงัก นวัตกรรม ไปจนถึงความเสี่ยงที่ขยายตัวรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน
เทรนด์เทคโนโลยีทั้งหมดในปีหน้าจะเชื่อมโยงกับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-driven world) และเชื่อมต่อกัน
ตลอดเวลา ซึ่งองค์กรธุรกิจต้องขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ ดำเนินงานด้วยความเป็นเลิศ และสร้างความไว้วางใจทางดิจิทัลไปพร้อมกัน

ผู้นำองค์กรต้องเผชิญกับ การหยุดชะงัก (Disruption) นวัตกรรม และความเสี่ยงที่ขยายตัวรวดเร็ว

10 เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญแห่งปี 2569

1. AI Supercomputing Platforms 

AI Supercomputing Platforms (แพลตฟอร์ม AI ซูเปอร์คอมพิวติ้ง) เป็นการรวมพลังของ CPU, GPU, ชิป AI ASICs และการประมวลผลแบบนิวโรมอร์ฟิก (จำลองสมองมนุษย์) ช่วยให้องค์กรจัดการงานที่ซับซ้อนมหาศาล ปลดล็อกประสิทธิภาพและนวัตกรรม ต้องอาศัย Orchestration Software เพื่อจัดการเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อนโดยอัตโนมัติ คาดการณ์ว่าภายในปี 2571 องค์กรชั้นนำ 40% จะใช้สถาปัตยกรรม Hybrid Computing (เพิ่มจาก 8% ในปัจจุบัน) ตัวอย่างการใช้งาน: คิดค้นยาใหม่ในไม่กี่สัปดาห์ (แทนที่จะใช้เวลาหลายปี) หรือจำลองตลาดโลกเพื่อลดความเสี่ยง

2. Multi Agent Systems (MAS)

Multi Agent Systems (MAS) คือชุดของ AI Agent (ตัวแทน AI) ที่โต้ตอบกันเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ซับซ้อน ช่วยให้องค์กรสามารถทำให้กระบวนการทางธุรกิจที่ซับซ้อนเป็นอัตโนมัติได้จริง

สร้างวิธีการใหม่ๆ ให้ “คน” และ “AI Agent” ทำงานร่วมกัน Agent แบบโมดูลาร์ (Modular) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เร่งการส่งมอบ และลดความเสี่ยง ทำให้องค์กรสามารถขยายการดำเนินงาน (Scale) และปรับใช้ได้รวดเร็วตามความต้องการ

3. Domain-Specific Language Models (DSLMs)

LLM (โมเดลภาษาขนาดใหญ่) ทั่วไป มักไม่ตอบโจทย์งานเฉพาะทางของธุรกิจ DSLMs คือโมเดลภาษาที่ถูกฝึกหรือปรับแต่งด้วย ข้อมูลเฉพาะทาง สำหรับอุตสาหกรรมนั้นๆ

DSLMs ให้ความแม่นยำสูงกว่า ต้นทุนต่ำกว่า และปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance) ได้ดีกว่า คาดการณ์ว่าภายในปี 2571 มากกว่าครึ่งหนึ่ง (50%) ของโมเดล GenAI ที่องค์กรใช้ จะเป็นแบบ DSLMs AI Agent ที่ใช้ DSLM จะตีความบริบทเฉพาะอุตสาหกรรมและตัดสินใจได้ถูกต้องแม่นยำ

4. AI Security Platforms

AI Security Platforms เป็นแนวทางการทำงานแบบ “รวมศูนย์” เพื่อรักษาความปลอดภัยแอปพลิเคชัน AI ทั้งหมด ช่วยรวมศูนย์การมองเห็น (Visibility) และบังคับใช้นโยบายการใช้งาน AI ป้องกันความเสี่ยงเฉพาะของ AI เช่น
Prompt Injection (การโจมตีด้วยพรอมต์),

Data Leakage (ข้อมูลรั่วไหล) ป้องกันการกระทำที่เป็นอันตรายของ Agent (Rogue Agent Actions) คาดการณ์ว่าภายในปี 2571 องค์กรมากกว่า 50% จะใช้ AI Security Platforms

5. AI-Native Development Platforms

AI-Native Development Platforms คือแพลตฟอร์มที่ใช้ GenAI เพื่อสร้างซอฟต์แวร์ได้รวดเร็วและง่ายขึ้น ช่วยให้ Software Engineer ที่ทำงานหน้างาน (Forward-Deployed Engineer) ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในโดเมนเพื่อพัฒนาแอปฯ ได้โดยตรง องค์กรสามารถใช้ ทีมขนาดเล็กที่ทำงานคู่กับ AI เพื่อสร้างแอปพลิเคชันได้มากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญในโดเมนที่ไม่ใช่สายเทคนิค (Non-technical) ก็สามารถผลิตซอฟต์แวร์เองได้ คาดการณ์ว่าภายในปี 2573 องค์กร 80% จะเปลี่ยนทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ ให้เป็นทีมที่เล็กและคล่องตัวขึ้นโดยมี AI เสริม

6. Confidential Computing

Confidential Computing เป็นแนวทางใหม่ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล “ขณะกำลังถูกประมวลผล” (Data-in-use) ใช้วิธีแยกภาระงาน (Workload) ไว้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย (Trusted Execution Environment – TEE) ช่วยให้ข้อมูลเป็นส่วนตัว แม้แต่จากเจ้าของโครงสร้างพื้นฐาน

หรือผู้ให้บริการคลาวด์ มีประโยชน์สูงสุดกับอุตสาหกรรมที่มีการควบคุมเข้มงวด หรือมีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
คาดการณ์ว่าภายในปี 2572 มากกว่า 75% ของการประมวลผลบนโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่น่าเชื่อถือ จะใช้ Confidential Computing

7. Physical AI

Physical AI คือการนำความฉลาดของ AI มาสู่โลกจริง โดยฝังไว้ในเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ หุ่นยนต์ (Robotics), โดรน และอุปกรณ์อัจฉริยะ

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพที่วัดผลได้จริง ในอุตสาหกรรมที่เน้นระบบอัตโนมัติและความปลอดภัย องค์กรที่นำไปใช้ ต้องการทักษะใหม่ที่เชื่อมโยงระบบไอที (IT), การดำเนินงาน (OT) และวิศวกรรม (Engineering)

8. Preemptive Cybersecurity

Preemptive Cybersecurity คือการเปลี่ยนโหมดจากการป้องกันแบบ Reactive (ตั้งรับ) ไปสู่โหมด Proactive (เชิงรุก) หมายถึงการดำเนินการ “ก่อน” ที่ผู้โจมตีจะโจมตีสำเร็จ ใช้เทคโนโลยี

เช่น AI-powered SecOps, Programmatic Denial และ Deception (เทคโนโลยีลวง) เพื่อหลอกล่อ Hacker คาดการณ์ว่าภายในปี 2573 โซลูชันเชิงป้องกันล่วงหน้า จะคิดเป็นครึ่งหนึ่ง (50%) ของการใช้จ่ายด้านความปลอดภัยทั้งหมด

9. Digital Provenance

คือความสามารถในการตรวจสอบ แหล่งที่มา, ความเป็นเจ้าของ และความสมบูรณ์ (Integrity) ของสินทรัพย์ดิจิทัล จำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อองค์กรต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ Open Source, โค้ดจากบุคคลที่สาม และเนื้อหาที่สร้างโดย AI เครื่องมือใหม่ๆ ที่ใช้คือ Software Bills of Materials (SBoM), Attestation Database และ Digital Watermarking

คาดการณ์ว่าภายในปี 2572 องค์กรที่ไม่ได้ลงทุนด้านนี้ จะเผชิญความเสี่ยงถูกลงโทษมูลค่ามหาศาล

10. Geo patriation

คือการย้ายข้อมูลและแอปพลิเคชันจาก Global Public Cloud (คลาวด์สาธารณะระดับโลก) กลับสู่การดำเนินงานแบบท้องถิ่น (Local) สาเหตุหลักมาจาก ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) และความต้องการ Cloud Sovereignty (อธิปไตยบนคลาวด์) การย้ายกลับไปใช้ Sovereign Cloud หรือ Regional Cloud Provider ช่วยให้องค์กรควบคุมการเก็บข้อมูลในพื้นที่ได้ดีขึ้น

ช่วยปรับปรุงการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่น (Local Regulations) และสร้างความไว้วางใจให้ลูกค้า

บทสรุป

ปี 2569 ไม่ใช่แค่ยุคของเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดกว่า แต่ยังเป็นยุคที่ต้อง “ใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ” องค์กรที่สามารถผสาน นวัตกรรม ความปลอดภัย และความไว้วางใจ เข้าด้วยกันได้ จะเป็นผู้กำหนดอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลในทศวรรษต่อไปอย่างแท้จริง

บทความโดย : ภูชิต มุณีวงศ์ (Future Trend Researcher)


อ้างอิงจาก:

Gartner Identifies the Top Strategic Technology Trends for 2026
เข้าถึงได้จาก: https://www.gartner.com/en/newsroom/press-releases/2025-10-20-gartner-identifies-the-top-strategic-technology-trends-for-2026

RECOMMEND

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027
read more
24.04.2026 192

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027

ถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์เวลเนสไทย ปี 2026 การดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเทคโนโลยีที่สร้างความกดดัน ไปสู่ยุคของการแสวงหาสมดุลและการฟื้นฟูร่างกายจากพื้นฐาน มาทำความเข้าใจInsightผู้บริโภคยุคใหม่และMega Trendด์ที่จะกำหนดทิศทางตลาดกันครับ 2 อินไซต์พฤติกรรมสุขภาพยุคใหม่ 1. Health is the New Wealth (สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว) ผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อป่วย เป็นการลงทุนกับสุขภาพระยะยาว กว่าครึ่งของผู้บริโภคตั้งงบดูแลสุขภาพไว้ที่ 1,000–3,000 บาทต่อเดือน โดย 72% ให้ความสำคัญกับสุขภาพองค์รวมมากกว่าความงามภายนอก เรื่องที่คนกังวลสูงสุดคือ การควบคุมน้ำหนัก การเสริมภูมิคุ้มกัน การนอนหลับ สุขภาพจิต และระบบขับถ่าย 2. Value-Driven & Evidence-Based (เน้นความคุ้มค่าและต้องมีหลักฐาน) แม้เศรษฐกิจจะตึงตัว แต่คนไทยไม่ยอมลดสเปกเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าสุขภาพ ผู้บริโภคยุคนี้คือ “Value Hackers” ที่ไม่เน้นของถูกที่สุด แต่เน้นของที่ส่วนผสมโปร่งใส (Clean Label) และพิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริง แบรนด์ไม่สามารถใช้การโฆษณาเกินจริงได้อีกต่อไป แต่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสต […]

Business Foresight 2035
read more
08.04.2026 194

Business Foresight 2035: เมื่อองค์กรมี Data มากขึ้น แต่กลับตัดสินใจยากขึ้น

วันนี้หลายองค์กรไม่ได้ขาดข้อมูล แต่กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่คือ “มองอนาคตไม่ตรงกัน” แม้แต่ละแผนกจะมีความเชี่ยวชาญของตัวเอง แต่เมื่อพูดถึงการวางกลยุทธ์ระยะยาว กลับมีมุมมองที่แตกต่างกัน ทำให้การตัดสินใจยิ่งซับซ้อนขึ้น ทำไมองค์กรยุคนี้ต้องมอง “เทรนด์ธุรกิจอนาคต” ให้ชัดขึ้น ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็ว “เทรนด์” ไม่ใช่แค่เรื่องของการตลาด แต่กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางของ โมเดลธุรกิจ ประสบการณ์ลูกค้า และโอกาสใหม่ในอนาคต คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ องค์กรรู้ว่าเทรนด์คืออะไร แต่คือ องค์กรสามารถ “ใช้เทรนด์เพื่อตัดสินใจ” ได้หรือไม่ Business Foresight 2035: Workshop เทรนด์เพื่อผู้บริหาร โครงการ Business Foresight 2035 เป็น workshop เทรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้บริหาร มองเห็นภาพอนาคตในระยะ 5–10 ปี โดย Baramizi Lab ได้ร่วมออกแบบและจัด Workshop นี้ ร่วมกับทีมผู้บริหารของ IMPACT Exhibition Management Co., Ltd. ที่เน้นการแลกเปลี่ยน มากกว่าการบรรยาย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 Insight จาก Workshop: ทำไมองค์กรยังใช้ Data ไม่ได้เต็มที่ จากการทำ workshop ผู้บริหาร พบความท้าทายสำคัญที่หลายองค์กรเผชิญ ได้แก […]

Health & Well-being x Food Industry
read more
27.03.2026 422

Health & Well-being x Food Industry

เมื่อ “อาหาร” ไม่ได้มีไว้แค่อิ่ม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือดูแลชีวิต ในอดีต การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ มักหมายถึงการลดแคลอรี หรือหลีกเลี่ยงไขมัน แต่ในวันนี้ ผู้บริโภคไม่ได้คิดแค่นั้นอีกต่อไป พวกเขากำลังตั้งคำถามใหม่ว่า “สิ่งที่กินเข้าไป…ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาวได้อย่างไร?” นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ Health & Well-being Economy อย่างเต็มตัว จาก “กินเพื่อไม่ป่วย”  สู่ “กินเพื่อออกแบบชีวิต” ข้อมูลจากรายงาน Health & Well-being Trends 2026  สะท้อนว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราว แต่เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หันมาให้ความสำคัญกับ การป้องกัน (Preventive Health) ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ (Premium for Better Life) มองหาอาหารที่ให้ “ผลลัพธ์เฉพาะด้าน” มากขึ้น ส่งผลให้อาหารไม่ได้เป็นแค่สินค้า แต่กลายเป็น Solution ของชีวิตในแต่ละวัน 4 ทิศทางสำคัญของ Food Industry ที่กำลังเกิดขึ้น 1. Edible Beauty การดูแลความงาม…เริ […]

brand health check and superfans
read more
03.04.2026 367

5 เหตุผลที่แบรนด์ต้อง “ตรวจสุขภาพแบรนด์” ทุกปี

เมื่อยอดขายไม่โต… อาจไม่ใช่เพราะคุณทำไม่พอ แต่เพราะคุณ “มองไม่เห็น” ในหลายธุรกิจ เรามักเห็นภาพแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ งบการตลาดเพิ่มขึ้น แคมเปญมีมากขึ้น ทีมทำงานหนักขึ้น แต่ผลลัพธ์กลับ “ไม่โตอย่างที่ควรจะเป็น” คำถามคือ… ปัญหาอยู่ที่ “การทำไม่มากพอ”หรืออยู่ที่ “คุณยังไม่รู้ว่าแบรนด์ของคุณอยู่จุดไหนในใจลูกค้า” จากยอดขาย สู่ “สุขภาพของแบรนด์” สิ่งที่หลายองค์กรอาจมองข้าม คือ ยอดขายเป็นเพียง “ปลายทาง” ของผลลัพธ์ แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนยอดขายจริง ๆ คือ การรับรู้ ความรู้สึกเชื่อมโยง ประสบการณ์และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Brand Monitoring หรือ “การตรวจสุขภาพแบรนด์” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินว่า แบรนด์ของคุณ “แข็งแรง” แค่ไหนในสายตาและความรู้สึกของลูกค้า 5 เหตุผลที่แบรนด์ต้องตรวจสุขภาพทุกปี 1. เพื่อเข้าใจ “เส้นทางความสัมพันธ์” ของลูกค้าอย่างแท้จริง ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจซื้อทันที แต่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ Brand Awareness — รู้จักแบรนด์ Brand Relevance — รู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับชีวิต Acceptable Performance — ยอมรับในสิ่งที่แบรนด์ทำ Advantage — เชื่อว่าแบรนด์ดีกว่าค […]

wellness Sleep Tourism
read more
18.02.2026 511

Sleep Tourism เมื่อการนอนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของมนุษย์ยุคใหม่

เมื่อ “การนอนหลับ” กลายเป็น New Luxury สินค้าที่แพงที่สุดในยุค Burnout  Future Wellness: Sleep Economy กำลังเปลี่ยนนิยามของการพักผ่อน เรากำลังเข้าสู่ยุคที่นิยามของ “การพักผ่อน” เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งใน Sub-sector ที่น่าจับตามองที่สุดคือ Sleep Economy อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “คุณภาพการนอน” โดยตรง คำถามสำคัญคือ ทำไมเรื่อง “นอน” ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก? The Insight: วิกฤตการนอนของคนเมือง เมื่อชีวิตรวนจนร่างกายตามไม่ทัน ปัญหาไม่ใช่แค่ “นอนน้อย” แต่คือภาวะ Social Jetlag  เวลาชีวิตรวนจากการทำงานข้ามเวลา เสพสื่อก่อนนอน และใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาชีวภาพ คนยุคปัจจุบันจึงไม่ได้แค่ “ง่วง” แต่กำลังโหยหา Deep Rest การพักผ่อนที่ฟื้นฟูระบบประสาทจริงๆ การนอนเฉยๆ อยู่บ้าน อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของเทรนด์ Sleep Tourism การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก “Check-in รัวๆ” เป็น “Check-out จากโลกภายนอก” Strategic Shift: เมื่อโรงแรมไม่ได้ขายเตียง แต่ขายการ Hack สมองให้หลับ สำหรับธุรกิจในกลุ่ม Welln […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง