Baramizi Lab logo

Future of Cheese: ถอดรหัสกระแสอาหารโลกผ่านมุมมองชีส

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

Future of Cheese

Future of Cheese: ถอดรหัสกระแสอาหารโลกผ่านมุมมองชีส

ขนาดตลาดชีสโลกและไทย: โอกาสเติบโตที่ไม่ควรมองข้าม

ตลาดชีสโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่า 93.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และคาดการณ์ว่าจะเติบโตด้วยอัตรา CAGR 5.08% จากปี 2025-2033 เพื่อไปสู่มูลค่า 153.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2033 ในขณะที่แหล่งข้อมูลอื่นคาดการณ์ว่าตลาดจะเติบโตไปสู่ 210.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2030

Global cheese market size

Global cheese market size projections showing steady growth from 2024 to 2030, with various forecasting models

สำหรับตลาดไทย ชีสกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากมูลค่า 2,146.5 ล้านบาทในปี 2563 เติบโตเป็น 4,924.1 ล้านบาทในปี 2567 ซึ่งคิดเป็นการเติบโต 7.6% ในปีที่ผ่านมา การเติบโตนี้สะท้อนอัตรา CAGR 23.07% ระหว่างปี 2020-2024 แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของชีสในตลาดไทย

Thai cheese market showing dramatic growth from 2020 to 2024

Thai cheese market showing dramatic growth from 2020 to 2024, with market value more than doubling

สาเหตุที่ทำให้เกิดเทรนด์ชีส

1. อิทธิพลของโซเชียลมีเดีย

การเติบโตของเทรนด์ชีสได้รับอิทธิพลอย่างมากจากโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ TikTok ที่มี hashtag #cottagecheese ได้รับการดูมากกว่า 500 ล้านครั้ง ขณะที่คนไทยใช้โซเชียลมีเดีย 98.6% เมื่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ต และใช้เวลาเฉลี่ย 2.31 ชั่วโมงต่อวันทำให้เทรนด์อาหารแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว

2. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค

ผู้บริโภคหันมานิยมรับประทานอาหารตะวันตกที่มีชีสเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น พิซซ่า ซีซาร์สลัด พาสต้า และชีสเค้ก นอกจากนี้ยังมีการนำชีสมาใช้กับอาหารไทยและเอเชีย เช่น ชาบูชีส ปิ้งย่างชีส ไก่ทอดชีส ชีสบอล

3. การเติบโตของร้านเบเกอรี่และคาเฟ่

ตลาดเบเกอรี่ไทยมีมูลค่า 30,000 ล้านบาทในปี 2567 เติบโต 7% ควบคู่กับการเกิดขึ้นของร้านกาแฟและคาเฟ่ใหม่ที่มีเบเกอรี่เป็นเมนูประกอบ ทำให้การใช้เนยและชีสในการทำขนมปัง ครัวซองต์ เค้ก และโดนัทเพิ่มขึ้น

เทรนด์ชีสในปัจจุบัน

1. ชาชีส – เทรนด์ที่กำลังมาแรง

จากข้อมูลของ LINE MAN พบว่า “ชาชีส” เป็นเมนูที่มียอดสั่งพุ่งสูงขึ้นถึง 7 เท่า พร้อมจำนวนร้านค้าที่เพิ่มขึ้นกว่า 4,000 ร้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของเครื่องดื่มที่ผสมผสานวิปชีสกับชานม ชาผลไม้ และเครื่องดื่มต่างๆ

2. Cottage Cheese บน TikTok

Cottage cheese กลายเป็นสุดยอดเทรนด์บนโซเชียลมีเดีย โดยยอดขายในสหรัฐฯ เติบโต 13.5% ในรอบปี และมีการเติบโตมากกว่า 50% ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ด้วยการนำเสนอในรูปแบบใหม่ๆ ตั้งแต่เมนูหวานจนถึงเมนูคาว

3. Plant-Based Cheese Alternatives

ตลาดชีสทางเลือกจากพืชเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยอัตรา CAGR 11.8% จาก 2.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ไปสู่ 8.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2035 เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และสวัสดิภาพสัตว์

เมนูชีสที่กำลังเป็นที่นิยม

1. เมนูชีสในร้านอาหาร

  • Artisan และ Specialty Cheese: ร้านอาหารหันมาใช้ชีสคุณภาพสูง เช่น halloumi, Danish blue cheese, Jarlsbergและชีสเม็กซิกัน เช่น queso fresco, Cotija, Chihuahua และ asadero
  • Cheese Tourism: การท่องเที่ยวเชิงชีสกำลังได้รับความนิยม รวมถึงการจัดกิจกรรม tasting events และ workshops

2. เมนูชีสไทยสไตล์

แบรนด์ชีสไทยเช่น Jartisann ได้พัฒนาชีสที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ข้าวหมากและเหล้าขาว เพื่อสร้างเนื้อสัมผัสและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แบบไทย

3. เครื่องดื่มชีส

ร้านชาชีสยอดนิยมในกรุงเทพ เช่น Dakasi Thailand, ME TEA, CiliC Tea ที่เสิร์ฟเครื่องดื่มที่มีวิปชีสเป็นส่วนประกอบโดยเฉพาะ ชานมหอมมะลิวิปชีส ที่ได้รับความนิยมสูง

คาดการณ์แนวโน้มชีสในอนาคต (2025-2030)

1. การเติบโตของตลาดเอเชีย-แปซิฟิก

ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะมีการเติบโตเร็วที่สุดด้วยอัตรา CAGR 6.77% โดยตลาด ASEAN คาดว่าจะเติบโต 6.87% ต่อปี เนื่องจากการขยายตัวของ QSR chains และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคสู่อาหารตะวันตก

2. นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์

  • Goat-milk cheese จะเติบโตเร็วที่สุดด้วยอัตรา 6.20% CAGR เนื่องจากผู้บริโภคสนใจรสชาติที่แตกต่างและประโยชน์ต่อการย่อย
  • Fermentation และ emulsification techniques จะถูกใช้เพื่อปรับปรุงรสชาติและเนื้อสัมผัสของชีสทางเลือกจากพืช

3. การเติบโตของ E-commerce

แพลตฟอร์ม E-grocery จะเติบโตด้วยอัตรา 9.10% CAGR  ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงชีส specialty และ premium brands ได้ง่ายขึ้น

4. Artisan Cheese Movement

การผลิตชีส artisan ขนาดเล็กจะเติบโตต่อเนื่อง โดยเน้น locally sourced ingredients, unique flavor profiles, และ traditional crafting methods ตลาดนี้ตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการ authentic dairy products และเรื่องราวเบื้องหลังผลิตภัณฑ์

5. ความยั่งยืนและจริยธรรม

ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ sustainable cheese production, climate impact, และ animal welfare  มากขึ้น ทำให้แบรนด์ต่างๆ ต้องปรับกลยุทธ์การผลิตและการตลาดให้สอดคล้องกับค่านิยมเหล่านี้

บทสรุป

เทรนด์ชีสในอนาคตจะขับเคลื่อนโดยการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และการใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการสร้างเทรนด์ ทั้งนี้ตลาดไทยมีศักยภาพในการเติบโตสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานเอกลักษณ์ไทยเข้ากับเทรนด์สากล

บทความโดย : ภูชิต มุณีวงศ์ (Future Trend Researcher)


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

RECOMMEND

Business Foresight 2035
read more
08.04.2026 82

Business Foresight 2035: เมื่อองค์กรมี Data มากขึ้น แต่กลับตัดสินใจยากขึ้น

วันนี้หลายองค์กรไม่ได้ขาดข้อมูล แต่กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่คือ “มองอนาคตไม่ตรงกัน” แม้แต่ละแผนกจะมีความเชี่ยวชาญของตัวเอง แต่เมื่อพูดถึงการวางกลยุทธ์ระยะยาว กลับมีมุมมองที่แตกต่างกัน ทำให้การตัดสินใจยิ่งซับซ้อนขึ้น ทำไมองค์กรยุคนี้ต้องมอง “เทรนด์ธุรกิจอนาคต” ให้ชัดขึ้น ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็ว “เทรนด์” ไม่ใช่แค่เรื่องของการตลาด แต่กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางของ โมเดลธุรกิจ ประสบการณ์ลูกค้า และโอกาสใหม่ในอนาคต คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ องค์กรรู้ว่าเทรนด์คืออะไร แต่คือ องค์กรสามารถ “ใช้เทรนด์เพื่อตัดสินใจ” ได้หรือไม่ Business Foresight 2035: Workshop เทรนด์เพื่อผู้บริหาร โครงการ Business Foresight 2035 เป็น workshop เทรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้บริหาร มองเห็นภาพอนาคตในระยะ 5–10 ปี โดย Baramizi Lab ได้ร่วมออกแบบและจัด Workshop นี้ ร่วมกับทีมผู้บริหารของ IMPACT Exhibition Management Co., Ltd. ที่เน้นการแลกเปลี่ยน มากกว่าการบรรยาย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 Insight จาก Workshop: ทำไมองค์กรยังใช้ Data ไม่ได้เต็มที่ จากการทำ workshop ผู้บริหาร พบความท้าทายสำคัญที่หลายองค์กรเผชิญ ได้แก […]

Health & Well-being x Food Industry
read more
27.03.2026 155

Health & Well-being x Food Industry

เมื่อ “อาหาร” ไม่ได้มีไว้แค่อิ่ม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือดูแลชีวิต ในอดีต การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ มักหมายถึงการลดแคลอรี หรือหลีกเลี่ยงไขมัน แต่ในวันนี้ ผู้บริโภคไม่ได้คิดแค่นั้นอีกต่อไป พวกเขากำลังตั้งคำถามใหม่ว่า “สิ่งที่กินเข้าไป…ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาวได้อย่างไร?” นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ Health & Well-being Economy อย่างเต็มตัว จาก “กินเพื่อไม่ป่วย”  สู่ “กินเพื่อออกแบบชีวิต” ข้อมูลจากรายงาน Health & Well-being Trends 2026  สะท้อนว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราว แต่เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หันมาให้ความสำคัญกับ การป้องกัน (Preventive Health) ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ (Premium for Better Life) มองหาอาหารที่ให้ “ผลลัพธ์เฉพาะด้าน” มากขึ้น ส่งผลให้อาหารไม่ได้เป็นแค่สินค้า แต่กลายเป็น Solution ของชีวิตในแต่ละวัน 4 ทิศทางสำคัญของ Food Industry ที่กำลังเกิดขึ้น 1. Edible Beauty การดูแลความงาม…เริ […]

brand health check and superfans
read more
03.04.2026 197

5 เหตุผลที่แบรนด์ต้อง “ตรวจสุขภาพแบรนด์” ทุกปี

เมื่อยอดขายไม่โต… อาจไม่ใช่เพราะคุณทำไม่พอ แต่เพราะคุณ “มองไม่เห็น” ในหลายธุรกิจ เรามักเห็นภาพแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ งบการตลาดเพิ่มขึ้น แคมเปญมีมากขึ้น ทีมทำงานหนักขึ้น แต่ผลลัพธ์กลับ “ไม่โตอย่างที่ควรจะเป็น” คำถามคือ… ปัญหาอยู่ที่ “การทำไม่มากพอ”หรืออยู่ที่ “คุณยังไม่รู้ว่าแบรนด์ของคุณอยู่จุดไหนในใจลูกค้า” จากยอดขาย สู่ “สุขภาพของแบรนด์” สิ่งที่หลายองค์กรอาจมองข้าม คือ ยอดขายเป็นเพียง “ปลายทาง” ของผลลัพธ์ แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนยอดขายจริง ๆ คือ การรับรู้ ความรู้สึกเชื่อมโยง ประสบการณ์และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Brand Monitoring หรือ “การตรวจสุขภาพแบรนด์” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินว่า แบรนด์ของคุณ “แข็งแรง” แค่ไหนในสายตาและความรู้สึกของลูกค้า 5 เหตุผลที่แบรนด์ต้องตรวจสุขภาพทุกปี 1. เพื่อเข้าใจ “เส้นทางความสัมพันธ์” ของลูกค้าอย่างแท้จริง ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจซื้อทันที แต่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ Brand Awareness — รู้จักแบรนด์ Brand Relevance — รู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับชีวิต Acceptable Performance — ยอมรับในสิ่งที่แบรนด์ทำ Advantage — เชื่อว่าแบรนด์ดีกว่าค […]

wellness Sleep Tourism
read more
18.02.2026 441

Sleep Tourism เมื่อการนอนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของมนุษย์ยุคใหม่

เมื่อ “การนอนหลับ” กลายเป็น New Luxury สินค้าที่แพงที่สุดในยุค Burnout  Future Wellness: Sleep Economy กำลังเปลี่ยนนิยามของการพักผ่อน เรากำลังเข้าสู่ยุคที่นิยามของ “การพักผ่อน” เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งใน Sub-sector ที่น่าจับตามองที่สุดคือ Sleep Economy อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “คุณภาพการนอน” โดยตรง คำถามสำคัญคือ ทำไมเรื่อง “นอน” ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก? The Insight: วิกฤตการนอนของคนเมือง เมื่อชีวิตรวนจนร่างกายตามไม่ทัน ปัญหาไม่ใช่แค่ “นอนน้อย” แต่คือภาวะ Social Jetlag  เวลาชีวิตรวนจากการทำงานข้ามเวลา เสพสื่อก่อนนอน และใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาชีวภาพ คนยุคปัจจุบันจึงไม่ได้แค่ “ง่วง” แต่กำลังโหยหา Deep Rest การพักผ่อนที่ฟื้นฟูระบบประสาทจริงๆ การนอนเฉยๆ อยู่บ้าน อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของเทรนด์ Sleep Tourism การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก “Check-in รัวๆ” เป็น “Check-out จากโลกภายนอก” Strategic Shift: เมื่อโรงแรมไม่ได้ขายเตียง แต่ขายการ Hack สมองให้หลับ สำหรับธุรกิจในกลุ่ม Welln […]

read more
26.01.2026 991

Gen Y เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y อายุ 29-44 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ คิดเป็นจำนวน 49.17% เป็นกลุ่มที่สะท้อนภาพ “วันทำงานตัวจริง” อย่างชัดเจนที่สุด พวกเขาเป็นวัยที่ต้องดูแลงาน บ้าน ครอบครัว การเงิน และยังต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไปพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ…พวกเขามี แรงจูงใจจะดูแลสุขภาพสูง แต่ก็มี อุปสรรคหนักที่สุด เช่นกัน Gen Y: เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง — แต่กลับเป็นวัยที่สนใจเทคโนโลยีสุขภาพมากที่สุด Gen Y เป็นกลุ่มที่ “เหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบตัว” มีผลกระทบมากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ให้ความ […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง