Baramizi Lab logo

Place Making เพราะเมืองเป็น ‘สถานที่’ ของทุกคน

Place Making เพราะเมืองเป็น ‘สถานที่’ ของทุกคน

Place Making เป็นแนวทางหนึ่งในการออกแบบ ‘สถานที่ (Place)’ ที่จะเป็นมากกว่า ‘พื้นที่ (Space)’ พื้นที่อาจเป็นมิติทางกายภาพ แต่สถานที่จะหมายถึงมิติสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับพื้นที่ ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นในด้านวิถีชีวิต ความคิด และกิจกรรม แนวคิดของ Place Making คือการสร้างสถานที่ที่ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ใช้สอยเท่านั้น แต่ยังสวยงามและมีความหมายสำหรับผู้ที่อาศัย ทำงาน และเที่ยวเล่นอยู่ที่นั่น

Place Making มีทั้งหมด 4 ประเภท

  1. Standard Placemaking คือ การที่ชุมชนได้ใช้พื้นที่สาธารณะอย่างมีประสิทธิผลเพื่อสร้างชุมชนที่มีชีวิตชีวาและน่าอยู่ซึ่งผู้คนต้องการอยู่อาศัย ทำงาน เล่น และเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของสาธารณะและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้างในการฟื้นฟู มีส่วนร่วมทางสังคมและหลักการออกแบบเมืองใหม่
  2. Strategic Placemaking คือ การฟื้นฟูที่เพิ่มทางเลือกด้านที่อยู่อาศัยและการคมนาคมขนส่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกในเมืองเพื่อดึงดูดคนงานที่มีความสามารถเข้ามา เพิ่มอัตราการจ้างงานมากขึ้นในเมือง
  3. Creative Placemaking คือ การฟื้นฟูด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ผสมผสานกิจกรรมศิลปะ วัฒนธรรมและการออกแบบทำให้สถานที่ต่างๆ จุดประกายการพัฒนาเศรษฐกิจ ดึงดูดให้คนหลั่งไหลเข้ามา
  4. Tactical Placemaking คือ การทดสอบโซลูชันต่างๆ โดยใช้ตัวแทนต้นทุนต่ำเพื่อวัดประสิทธิภาพและการสนับสนุนจากสาธารณะเนื่องจากการปรับปรุงพื้นที่มีราคาสูงทำให้ผู้กำหนดนโยบายอาจไม่เห็นด้วย

 

คุณลักษณะของ ‘สถานที่’ ที่ดีเป็นอย่างไร?

อ้างอิงจากภาพด้านบน คุณลักษณะที่ทำให้สถานที่เป็นที่ที่ยอดเยี่ยมนั้นมีอยู่ 4 ลักษณะสำคัญ ได้แก่ 

1. Sociability ความเป็นกันเอง 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนในชุมชนรู้สึกถึงความเป็นกันเอง ได้แก่ ความหลากหลาย การดูแล องค์กรในชุมชน เพื่อนบ้าน ความภาคภูมิใจ ความเป็นมิตร การมีปฏิสัมพันธ์และการต้อนรับ โดยสามารถวัดผลได้จากจำนวนสตรี เด็ก และผู้สูงอายุในชุมชน เครือข่ายทางสังคม กลุ่มอาสาสมัคร การใช้ชีวิตตอนเย็นของคนในชุมชนและชีวิตบนท้องถนน

2. Uses and Activity การใช้งานและกิจกรรม

ปัจจัยสำคัญที่ให้คนในชุมชนรู้สึกถึงการใช้งานและกิจกรรมของพื้นที่ ได้แก่ ความสนุกสนาน กระตือรือร้น ความสำคัญ ความพิเศษ ความมีประโยชน์  การเฉลิมฉลองและยั่งยืน โดยสามารถวัดผลได้จากจำนวนเจ้าของธุรกิจในท้องถิ่น รูปแบบการใช้ที่ดิน มูลค่าทรัพย์สิน ระดับค่าเช่า ยอดขายปลีก

3. Access and linkages การเข้าถึงและการเชื่อมโยง

ปัจจัยที่ทำให้คนในชุมชนรับรู้ถึงการเข้าถึงและการเชื่อมโยงที่มีต่อพื้นที่ ได้แก่ ความต่อเนื่อง ความใกล้ชิด การเชื่อมต่อกัน สามารถอ่านได้ เดินได้ มีความสะดวกและเข้าถึงได้ โดยวัดผลจากข้อมูลการจราจร การแบ่งโหมด การใช้ระบบขนส่ง กิจกรรมคนเดินเท้าและรูปแบบการใช้ที่จอดรถ

4. Comfort and Images ความสะดวกสบายและภาพลักษณ์

ปัจจัยที่ทำให้คนในชุมชนรับรู้ถึงความสะดวกสบายและภาพลักษณ์ที่ดีของพื้นที่ คือ ความปลอดภัย ความสะอาด มีพื้นที่สีเขียว สามารถเดินได้ นั่งได้ มีจิตวิญญาณ มีเสน่ห์ น่าดึงดูดและมีภาพลักษณ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ โดยวัดผลได้จากข้อมูลสภาพแวดล้อม สถิติอาชญากรรม ระดับสุขอนามัยและสภาพโครงสร้างอาคาร

Place Making เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพของพื้นที่สาธารณะและชีวิตของผู้คนที่ใช้สถานที่นั้น ตามที่รายงานของ MIT ระบุว่า “หากนำไปปฏิบัติ Place Making ที่พยายามที่จะสร้างหรือปรับปรุงพื้นที่สาธารณะ สร้างความสวยงามและความสุข ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจของพลเมือง เชื่อมโยงละแวกใกล้เคียง สนับสนุนสุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน ขยายความยุติธรรมทางสังคม กระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และแน่นอนว่ารักษาความรู้สึกของสถานที่อย่างแท้จริง”

บทบาทของ Place Making ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน

Place Making อาจทำได้ง่ายเพียงแค่การปรับปรุงสวนสาธารณะในท้องถิ่นหรือการปรับโฉมย่านใจกลางเมืองทั้งหมดเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิต แต่หากทำในสเกลเล็กๆ อาจไม่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากนัก ส่วนใหญ่ Place Making จึงเกิดในขนาดสเกลเมืองเท่านั้น การทำ Place Making มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะในเมืองต่างๆ เป็นการปรับปรุงคุณภาพชีวิตในชุมชน สามารถนำมาใช้เพื่อการพัฒนาชุมชนในเชิงกายภาพ เช่น การฟื้นฟูอาคารหรือสร้างการสัญจรที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าดึงดูดใจซึ่งนำไปสู่การสร้างงาน ฐานภาษีที่สำคัญยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มทรัพย์สิน แรงบันดาลใจและดึงดูดคนงานหรือผู้อยู่อาศัยที่มีความสามารถเข้ามาช่วยให้เศรษฐกิจในชุมชนเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งเสริมความรู้สึกเป็นเจ้าของในการเปลี่ยนแปลงหรือสร้างพื้นที่ที่มีส่วนร่วมมากขึ้น

แนวโน้ม Placemaking ที่ได้รับความสนใจในปี 2024

ผู้คนเริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับ Placemaking มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นมีจัดอีเวนต์เกี่ยวกับ Placemaking week ในต่างประเทศประจำปีกันเลยทีเดียว เนื่องจาก Placemaking ช่วยให้ชุมชมเริ่มตระหนักถึงสภาพแวดล้อมของชุมชนที่ตนเองอยู่อาศัย เริ่มอยากส่งเสริมพื้นที่ในเมืองที่มีชีวิตชีวา มีการบูรณาการความยั่งยืน ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดี ขับเคลื่อนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งนี้ Placemaking ได้ก่อกำเนิดเทรนด์ที่ผู้คนเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นโดยหากสถานที่ไหนๆ ก็ตามที่ได้ออกแบบพื้นที่ตามเทรนด์ของ Placemaking ก็จะช่วยส่งเสริมให้คนในชุมชนออกมาใช้ชีวิตข้างนอกมากขึ้น ยกตัวอย่าง เทรนด์ Placemaking ประจำปี 2024 ได้แก่

  • Equitable Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานที่เท่าเทียม คือ การแก้ไขอันตรายและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในชุมชนผู้มีรายได้น้อยและชุมชนคนผิวสี ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ชุมชนที่ไม่ได้รับการลงทุนในอดีต การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้สามารถจัดการกับความแตกต่างและส่งเสริมความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม
  • Creative Placemaking การสร้างสถานที่อย่างสร้างสรรค์ คือ กระบวนการที่สมาชิกชุมชน ศิลปิน องค์กรศิลปะและวัฒนธรรม นักพัฒนาชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ใช้กลยุทธ์ศิลปะและวัฒนธรรมเพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงสถานที่ต่างๆ ในชุมชน
  • Placekeeping การเก็บสถานที่ คือ การใช้ทรัพยากรชุมชนที่มีอยู่และเพิ่มบทบาทและความเข้มแข็งในชุมชน เป็นวิธีการพัฒนาพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์พื้นที่ทางสังคมและวัฒนธรรม
  • Vacant and underused spaces พื้นที่ว่างและใช้งานน้อย คือ การนำพื้นที่ว่างหรือที่ไม่ได้ใช้คือพื้นที่ในเมืองหรือพื้นที่ชนบทที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เช่น อาคารร้างหรือพื้นที่ว่างเปล่ามาปรับปรุง สิ่งเหล่านี้มักเป็นโอกาสในการพัฒนาและฟื้นฟูชุมชน
  • Waterfronts สถานที่ริมน้ำ คือ พื้นที่ตามแนวแหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำ ที่มาใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพ การเข้าถึง และการใช้งานสำหรับชุมชนโดยรอบให้เป็นพื้นที่ที่มีชีวิตชีวา ซึ่งมอบโอกาสในการพักผ่อนหย่อนใจและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ

เมืองที่นำ Place Making ไปประยุกต์ใช้

มีหลายเมืองจากหลากประเทศทั่วโลกที่ได้นำหลักการ Place Making นำไปปรับใช้กับพื้นที่เพื่อพัฒนาตัวอย่างของเมืองที่นำแนวคิดนี้มาใช้และประสบความสำเร็จ ได้แก่:

1. นิวยอร์กซิตี้ – Times Square

ในช่วงกลางทศวรรษ 2000 ไทม์สแควร์ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของคนเดินถนนและปรับปรุงคุณภาพชีวิต โครงการนี้รวมถึงการปิดถนนบางส่วนสำหรับรถยนต์และสร้างพื้นที่นั่งเล่นสำหรับคนเดินเท้า การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ไทม์สแควร์กลายเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตชีวามากขึ้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวและส่งเสริมธุรกิจในท้องถิ่น

2. โคเปนเฮเกน – สวน Nørrebro

ย่าน Nørrebro ในโคเปนเฮเกนได้รับการปรับปรุงหลายโครงการที่เน้นการสร้างพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะ หนึ่งในโครงการที่สำคัญคือสวน Superkilen ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความหลากหลายของชุมชน โดยมีองค์ประกอบจากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก สวนนี้ช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจและความสามัคคีในชุมชน

3. สิงคโปร์ – Marina Bay

พื้นที่ Marina Bay ในสิงคโปร์เป็นตัวอย่างของการทำ Place Making ที่ยิ่งใหญ่ รวมถึงโครงสร้างที่โดดเด่นอย่าง Marina Bay Sands และ Gardens by the Bay พื้นที่นี้มีการผสมผสานพื้นที่สีเขียว ทางเดินคนเดิน และศิลปะสาธารณะ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมเมืองที่มีชีวิตชีวาและสนับสนุนทั้งการท่องเที่ยว ธุรกิจ และกิจกรรมของชุมชน

Place Making เพื่อการเปลี่ยนแปลงเมืองให้น่าอยู่กว่าเดิม

ในอนาคต แนวคิด Place Making ยังคงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เมืองต่างๆ จะสามารถนำแนวทางนี้ไปใช้เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อม สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรได้อย่างแท้จริง การทำ Place Making ไม่ใช่เพียงแค่การปรับปรุงพื้นที่ แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับคนทุกคนในชุมชน

ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การทำ Place Making สามารถเปลี่ยนแปลงเมืองทั่วโลกให้กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา สร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน และเป็นแหล่งรวมความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่รู้จบ ดังนั้น แนวคิดนี้จึงควรได้รับการสนับสนุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทุกคน.

ผู้เขียน: จินต์ศุจี มณฑิราลัยพร

ที่มา:

https://www.citizenlab.co/blog/neighborhoods-community-development/5-examples-of-placemaking-in-community-engagement/ 

https://placemaking-europe.eu/what-is-placemaking/#:~:text=Placemaking%20is…-,Placemaking%20is%20an%20approach%20to%20urban%20planning%20and%20design%20that,%2C%20work%2C%20and%20play%20there

https://calvium.com/5-of-the-worlds-most-creative-placemaking-projects/ 

https://www.philmyrick.com/sb/top-10-examples-of-creative-placemaking-projects/#:~:text=Millennium%20Park%2C%20Chicago%2C%20USA,attracts%20visitors%20and%20locals%20alike

https://sangsehanat-s.medium.com/placemaking-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%86%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88-84725948df11

RECOMMEND

wellness Sleep Tourism
read more
18.02.2026 113

Sleep Tourism เมื่อการนอนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของมนุษย์ยุคใหม่

เมื่อ “การนอนหลับ” กลายเป็น New Luxury สินค้าที่แพงที่สุดในยุค Burnout  Future Wellness: Sleep Economy กำลังเปลี่ยนนิยามของการพักผ่อน เรากำลังเข้าสู่ยุคที่นิยามของ “การพักผ่อน” เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งใน Sub-sector ที่น่าจับตามองที่สุดคือ Sleep Economy อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “คุณภาพการนอน” โดยตรง คำถามสำคัญคือ ทำไมเรื่อง “นอน” ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก? The Insight: วิกฤตการนอนของคนเมือง เมื่อชีวิตรวนจนร่างกายตามไม่ทัน ปัญหาไม่ใช่แค่ “นอนน้อย” แต่คือภาวะ Social Jetlag  เวลาชีวิตรวนจากการทำงานข้ามเวลา เสพสื่อก่อนนอน และใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาชีวภาพ คนยุคปัจจุบันจึงไม่ได้แค่ “ง่วง” แต่กำลังโหยหา Deep Rest การพักผ่อนที่ฟื้นฟูระบบประสาทจริงๆ การนอนเฉยๆ อยู่บ้าน อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของเทรนด์ Sleep Tourism การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก “Check-in รัวๆ” เป็น “Check-out จากโลกภายนอก” Strategic Shift: เมื่อโรงแรมไม่ได้ขายเตียง แต่ขายการ Hack สมองให้หลับ สำหรับธุรกิจในกลุ่ม Welln […]

read more
26.01.2026 491

Gen Y เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y อายุ 29-44 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ คิดเป็นจำนวน 49.17% เป็นกลุ่มที่สะท้อนภาพ “วันทำงานตัวจริง” อย่างชัดเจนที่สุด พวกเขาเป็นวัยที่ต้องดูแลงาน บ้าน ครอบครัว การเงิน และยังต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไปพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ…พวกเขามี แรงจูงใจจะดูแลสุขภาพสูง แต่ก็มี อุปสรรคหนักที่สุด เช่นกัน Gen Y: เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง — แต่กลับเป็นวัยที่สนใจเทคโนโลยีสุขภาพมากที่สุด Gen Y เป็นกลุ่มที่ “เหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบตัว” มีผลกระทบมากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ให้ความ […]

read more
26.01.2026 475

Gen Baby Boomer วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ”

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Baby Boomer อายุ 60 ปีขึ้นไป คือกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 5.42% ของทั้งหมด 1,200 คน Gen Baby Boomer (60+): วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ” Gen Baby Boomer คือกลุ่มที่ให้คะแนนความสำคัญด้านสุขภาพสูงที่สุดในทุกช่วงวัย นี่คือวัยที่ ตระหนักแล้วว่า เวลาไม่ได้รอใคร และเหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบข้างยิ่ง ตอกย้ำความจำเป็นในการดูแล แต่ในขณะที่ความจำเป็นเพิ่มขึ้น อุปสรรคก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ค่าใช้จ่ายคือกำแพงสูงที่สุด และแม้จะเชื่อในแพทย์มากที่สุด พวกเขาก็พบว่าเสียงจากครอบครัว เว็บไซต์สุขภาพ และโซเช […]

read more
26.01.2026 530

เจาะอินไซต์นักกินไทย 6 สายพันธุ์ | Future Food Trend 2026

นักกินไทยในวันนี้…ไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกันอีกต่อไปBaramizi Lab ได้ศึกษารายงาน Future Food Trend 2026 จากการวิจัยเชิงปริมาณทั่วประเทศกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 820 คน เพื่อทำความเข้าใจความคิด ค่านิยม และทัศนคติด้านการกินของคนไทยยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผลการศึกษาพบว่า นักกินไทยสามารถจำแนกออกเป็น 6 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความสนใจ ค่านิยม และมุมมองต่ออาหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. Comfort-Loyal Eaters นักกินสายผูกพัน ผู้ผ่อนคลายและมีความสุขจากความคุ้นเคย มีสัดส่วน 15.5% กลุ่มนี้มีความสุขกับ “ความรู้สึกขณะกิน” มากกว่าการคำนึงถึงสุขภาพหรือคุณค่าทางสังคม ชอบความคุ้นเคย ความมั่นใจในแบรนด์เดิม และความพึงพอใจที่คาดเดาได้ รู้จักตัวเองดีว่าชอบอะไร มองการกินเป็นทั้งความสุขส่วนตัวและกิจกรรมสังสรรค์ 📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในสาวนักศึกษาและคนทำงานอิสระ หรือแม่บ้าน Gen X รายได้ไม่สูงมากนัก คนกรุงเทพฯ หรือคนเหนือ 2. Conscious Epicureans นักกินสายตระหนักรู้ ผู้พิถีพิถันทุกมิติ มีสัดส่วน 18.3% กลุ่มนี้คือ “นักกินผู้มีความพิถีพิถันใส่ใจ” ที่ตัดสินใจเลือกอาหารไม่เพียงแค่เพื่อลิ้มรส แต่เพื่อสอ […]

business trend 2026
read more
19.01.2026 607

BEYOND DISRUPTION เทรนด์ธุรกิจ 2026

รู้ก่อนนำคนอื่นไป “10 ก้าว”เทรนด์ขับเคลื่อนธุรกิจปี 2026 ที่ธุรกิจต้องเริ่มทำ ปี 2026 คือปีแห่ง “โอกาสธุรกิจ” สำหรับผู้ประกอบการเมื่อเทคโนโลยีใหม่ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และนโยบายระดับภูมิภาค เริ่มบรรจบกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจไม่ตกยุคและสร้างมูลค่าเหนือคู่แข่งเราได้รวบรวมเทรนด์โลกที่สำคัญ พร้อมแนวทางวัดผลตอบแทน (ROI) และกรอบการทำงานที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ 1. ปัญญาประดิษฐ์ตัวแทน (AI Agents) ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้อยู่แค่ในวงการด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป มันกลายเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจที่จับต้องได้ โดย Gartner คาดการณ์ว่า 40% ขององค์กรจะนำเอา AI Agent เข้ามาใช้ภายในปลายปี 2026 AI Agent ต่างจาก Generative AI ที่ดำเนินงานตามคำสั่ง AI Agent สามารถทำงานอิสระได้ ถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจเฉพาะเจาะจง และเรียนรู้ได้ตามเวลาจริง​ กรณีศึกษา :Nextoria บริษัทที่ปรึกษาด้าน M&A จากลอนดอน ที่นำแพลตฟอร์ม AI ชื่อว่า Juma (ชื่อเดิม Team-GPT) เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ AI ช่วยลดความซับซ้อนในขั้นตอน Due Diligence ปรับปรุงความแม่นยำของโมเดลการเงิน และให้ข้อมูลสนับสนุน […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง