Baramizi Lab logo

The Future of Robo Taxi อนาคตของแท็กซี่ที่ไร้คนขับ

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

The Future of Robo Taxi อนาคตของแท็กซี่ที่ไร้คนขับ

‘Robotaxi’ หรือ แท็กซี่ไร้คนขับที่ใช้ยานพาหนะแบบระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง มีระดับ SAE automation ที่เลเวล 4-5 ที่เป็นเกณฑ์วัดระดับของยานพาหนะตั้งแต่ระบบแมนนวลไปจนถึงระดับอัตโนมัติสูงสุดโดยลูกค้าสามารถเรียก Robotaxi ไปยังสถานที่ใดก็ได้และเดินทางไปที่จุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย โดยหนึ่งในเทคโนโลยี Robo Taxi ใช้คือตัวยานพาหนะจะติดตั้งเซ็นเซอร์ LiDAR ไว้หลายจุดเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนำทาง การประมวลผลข้อมูลและการโต้ตอบกับสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ ช่วยให้สามารถระบุตำแหน่งยานพาหนะและตรวจจับสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำด้วยความช่วยเหลือจากเซ็นเซอร์ทำให้ผู้โดยสารเดินทางได้อย่างไร้กังวล

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของ Robotaxi

ตลาดของ Robotaxi ทั่วโลกเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยจะเติบโตจาก 2.71 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566 เป็น 4.32 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567 มีอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) ที่ 59.5% และจากการคาดการณ์ในอนาคตตลาด Robotaxi จะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดโดยจะเติบโตเป็น 25.23 พันล้านดอลลาร์ในปี 2571 มีอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) ที่ 55.5% การเติบโตที่คาดการณ์ไว้ในช่วงระยะเวลาคาดการณ์นั้นได้รับอิทธิพลจากความต้องการบริการเรียกรถโดยสารที่เพิ่มขึ้น การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาที่สูง การมุ่งเน้นของรัฐบาลในการลดก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตของการใช้พลังงานไฟฟ้าของยานพาหนะ

นอกจากนี้การเติบโตของ Robotaxi ในอนาคตคาดว่าจะได้รับแรงผลักดันจากการลดต้นทุนเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง Robotaxi และแท็กซี่ทั่วไปหรือการเป็นเจ้าของรถยนต์ส่วนตัว รวมถึงการขยายตัวของแนวโน้มการใช้รถร่วมกันและ Mobility-as-a-Service (MaaS) กำลังกระตุ้นให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการใช้งาน Robotaxi ข้อกำหนดสำหรับการขนส่งในเมืองที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากการยกเลิกความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) รวมไปถึงมุมมองของผู้คนที่เปลี่ยนไปต่อรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติปัจจัยสำคัญเหล่านี้บ่งชี้ถึงอนาคตที่สดใสของตลาด Robotaxi โดยมีศักยภาพในการเติบโตที่สำคัญในปีต่อๆ ไป เนื่องจากบริการแท็กซี่ไร้คนขับถูกนำมาใช้งานร่วมกับระบบการขนส่งในเมืองมากขึ้น

ผู้นำโลกในตลาด Robotaxi

จากการทดลองและพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับยานยนต์ที่ต่อเนื่องมายาวนานหลายปี ปัจจุบันยานพาหนะจากหลายบริษัทเริ่มมีการนำระบบขับขี่อัตโนมัติไปใส่ในยานยนต์ของตนเองเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ผู้ขับขี่แทบไม่จำเป็นสำหรับยานพาหนะอีกต่อไป โดยประเทศแรกที่ได้รับอนุญาตในการเปิดบริการ Robotaxi เต็มรูปแบบสู่สาธารณะ คือ ประเทศจีน โดยบริษัท Baidu Inc. ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนที่ได้ทำการทดสอบ Robotaxi ของบริษัทตนอย่างเข้มงวด ยานพาหนะอัตโนมัติเหล่านี้ได้รับการทดสอบโดยมีผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยนั่งอยู่ในที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสาร หลังจากได้รับอนุญาต Baidu Inc. ก็ดำเนินการให้บริการ Robotaxi เต็มรูปแบบที่อู่ฮั่นและหยงฉวนในฉงชิ่ง

นอกเหนือจากประเทศจีน ยังมีประเทศสหรัฐอเมริกาที่เปิดให้ใช้บริการแท็กซี่ไร้คนขับแล้วเช่นกัน บริษัทที่เป็นเจ้าใหญ่ผู้คุมตลาด Robotaxi ให้บริการอยู่ตอนนี้ คือ บริษัท Waymo ซึ่งเจ้าของ คือ บริษัทแม่ของ Google โดย Waymo เริ่มให้บริการการเดินทางแบบไร้คนขับแก่ผู้โดยสารในซานฟราซิสโกเมื่อปีที่แล้วก่อนขยายการให้บริการไปยังฟีนิกซ์ ซึ่งในแรกเริ่มจะบริการฟรีให้เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนไว้จำนวน 50,000 คน ก่อนที่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าจะเปลี่ยนไปให้ชำระเงินตามปกติ พื้นที่การให้บริการของ Waymo ครอบคลุมถึง 63 ตารางไมล์ในแอลเอ ตั้งแต่ซานตาโมนิก้าไปจนถึงตัวเมือง และอีกหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตยานพาหนะที่มีระบบขับขี่อัตโนมัติอย่าง Tesla ที่มีแพลนจะเปิดตัว Robotaxi เป็นของตัวเองในเดือนสิงหาคม 2567 นี้

ปัจจุบันนี้ได้มีบริษัทที่ให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับเริ่มดำเนินการทดสอบหรือเปิดให้บริการกันมากขึ้นจากหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่

  1. สหรัฐอเมริกา : บริษัทต่างๆ เช่น Waymo, Cruise และ Zoox ได้ทำการทดสอบและให้บริการ Robotaxi ในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกาอย่างฟีนิกซ์ ซานฟรานซิสโกและลาสเวกัส
  2. จีน : บริษัทต่างๆ เช่น Baidu, Didi Chuxing และ AutoX ได้ทำการทดสอบและให้บริการ Robotaxi ในเมืองต่างๆ อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจวและอู่ฮั่น
  3. สิงค์โปร์ : เป็นศูนย์กลางในการทดสอบยานยนต์ไร้คนขับ โดยมีโครงการเกี่ยวกับยานยนต์อัตโนมัติ ชื่อว่า ‘Singapore Automous Vehicle Initiative (SAVI)’ และการทดลองที่ดำเนินการโดยบริษัท Aptiv และ Grab
  4. เยอรมนี : บริษัทต่างๆ เช่น Volkswagen, BMW และ Daimler ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติและทดสอบ Robotaxi บนถนนสาธารณะในเมืองต่างๆ อย่าง มิวนิกและสตุ๊ดการ์ท
  5. ญี่ปุ่น : บริษัทอย่าง Toyota และ Honda ได้ลงทุนในเทคโนโลยีการขับขี่แบบอัตโนมัติและมีการทดลองใช้ Robotaxi ในเมืองต่างๆ อย่างโตเกียวและโยโกฮาม่า
  6. เกาหลีใต้ : บริษัท Hyundai และ Samsung กำลังทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีการขับขี่แบบอัตโนมัติและมีการทดลองใช้ Robotaxi ในเมืองต่างๆ อย่างโซลและเซจู

สถานการณ์ของ Robotaxi ในอนาคต

ในปี 2574 ตลาด Robotaxi คาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญซึ่งได้รับแรงหนุนจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ด้วยการแพร่กระจายของปัญญาประดิษฐ์  และระบบอัตโนมัติ แม้ว่าแท็กซี่ไร้คนขับจะดูเหมือนมีอนาคตสดใสแต่ก็มีอุปสรรคหลายประการที่ต้องได้รับการพิจารณาก่อนนำไปใช้อย่างแพร่หลายและการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ ประเด็นที่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้มีดังนี้

    1. ข้อกังวลด้านความปลอดภัย

ด้านความปลอดภัยของผู้โดยสาร คนเดินเท้าและผู้ใช้ถนนรายอื่นๆ ที่กังวลถึงการนำ Robotaxi มาใช้งาน แม้ว่าเทคโนโลยีการขับขี่แบบอัตโนมัติจะมีความก้าวหน้าอย่างมากแต่ก็มียังมีความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การจราจรที่ซับซ้อน สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยและการโต้ตอบกับผู้ขับขี่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้

    2.ข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี

เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติยังคงเผชิญกับความท้าทายทางเทคนิคบางอย่างที่รวมไปถึงการปรับปรุงความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของเซ็นเซอร์ การปรับปรุงอัลกอริธึมการตัดสินใจและการบรรลุประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

    3. การยอมรับจากสาธารณะ

การสร้างความไว้วางใจและการยอมรับของประชาชนถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในการนำ Robotaxi มาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากยังมีหลายคนที่สงสัยหรือวิตกเกี่ยวกับควาปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของยานพาหนะ

    4. ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน

หากจะมีการใช้งาน Robotaxi อย่างจริงจัง อาจต้องมีการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเพื่อรองรับการขับขี่อัตโนมัติ เช่น การปรับปรุงเครื่องหมายบนถนน สัญญาณไฟจราจรและเครือข่ายการสื่อสาร เป็นต้น

    5. ผลกระทบด้านจริยธรรมและสังคม

การใช้ Robotaxi ทำให้เกิดคำถามด้านจริยธรรมและผลกระทบทางสังคม ซึ่งรวมไปถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลิกจ้างพนักงานขับรถ ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมและการเฝ้าระวังข้อมูล และการเข้าถึงการขนส่งแบบอัตโนมัติอย่างเท่าเทียมในสังคม

และถึงแม้ในอนาคต Robotaxi จะได้รับความนิยมและพัฒนาไปมากขนาดไหนแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ยังคงมีผู้คนบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการให้หุ่นยนต์ขับขี่แทนมนุษย์จริงๆ อยู่เป็นจำนวนมาก หากอยากให้ผู้คนเข้าใจถึงประโยชน์และหันมาใช้งานยานพาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัตินี้ ทางที่ดีที่สุด คือ บริษัทที่ให้การผลิตและบริการจะต้องจัดการกับอุปสรรคและข้อจำกัดของแท็กซี่ไร้คนขับนี้ให้ได้เสียก่อนนั่นเอง

ผู้เขียน: จินต์ศุจี มณฑิราลัยพร

ที่มา: 

https://www.infosysbpm.com/blogs/business-transformation/fully-automated-driving-and-the-rollout-of-robo-taxis.html#:~:text=People%20can%20call%20a%20taxi,the%20environment%20in%20real%2Dtime

https://en.wikipedia.org/wiki/Robotaxi 

https://finance.yahoo.com/news/global-robo-taxis-market-witness-080100557.html?guccounter=1&guce_referrer=aHR0cHM6Ly93d3cuZ29vZ2xlLmNvbS8&guce_referrer_sig=AQAAADKvd9JcIfo7qqj6tnAEOXp3OuJPbldwn6KUxK2iNsZfuXk1dr9wcFnJRQVvJ73ONJlDe45UzZ-AYW3fT8n6bHzy-EMl6v0mUzawYqfLGF3F_PNLYWhkBbsMSsT7K41vGb-iet0Yhkx0_0tI4niuFlVwabqfsSd5UKyNY-frWmii 

https://www.linkedin.com/pulse/robo-taxi-market-analysis-report-2024-market-dynamics-trend-tdt6e 

https://www.npr.org/2024/03/14/1238489046/waymo-robotaxi-los-angeles#:~:text=After%20more%20than%20a%20year,by%20Google’s%20parent%20company%20Alphabet

RECOMMEND

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027
read more
24.04.2026 12

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027

ถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์เวลเนสไทย ปี 2026 การดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเทคโนโลยีที่สร้างความกดดัน ไปสู่ยุคของการแสวงหาสมดุลและการฟื้นฟูร่างกายจากพื้นฐาน มาทำความเข้าใจInsightผู้บริโภคยุคใหม่และMega Trendด์ที่จะกำหนดทิศทางตลาดกันครับ 2 อินไซต์พฤติกรรมสุขภาพยุคใหม่ 1. Health is the New Wealth (สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว) ผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อป่วย เป็นการลงทุนกับสุขภาพระยะยาว กว่าครึ่งของผู้บริโภคตั้งงบดูแลสุขภาพไว้ที่ 1,000–3,000 บาทต่อเดือน โดย 72% ให้ความสำคัญกับสุขภาพองค์รวมมากกว่าความงามภายนอก เรื่องที่คนกังวลสูงสุดคือ การควบคุมน้ำหนัก การเสริมภูมิคุ้มกัน การนอนหลับ สุขภาพจิต และระบบขับถ่าย 2. Value-Driven & Evidence-Based (เน้นความคุ้มค่าและต้องมีหลักฐาน) แม้เศรษฐกิจจะตึงตัว แต่คนไทยไม่ยอมลดสเปกเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าสุขภาพ ผู้บริโภคยุคนี้คือ “Value Hackers” ที่ไม่เน้นของถูกที่สุด แต่เน้นของที่ส่วนผสมโปร่งใส (Clean Label) และพิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริง แบรนด์ไม่สามารถใช้การโฆษณาเกินจริงได้อีกต่อไป แต่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสต […]

Business Foresight 2035
read more
08.04.2026 112

Business Foresight 2035: เมื่อองค์กรมี Data มากขึ้น แต่กลับตัดสินใจยากขึ้น

วันนี้หลายองค์กรไม่ได้ขาดข้อมูล แต่กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่คือ “มองอนาคตไม่ตรงกัน” แม้แต่ละแผนกจะมีความเชี่ยวชาญของตัวเอง แต่เมื่อพูดถึงการวางกลยุทธ์ระยะยาว กลับมีมุมมองที่แตกต่างกัน ทำให้การตัดสินใจยิ่งซับซ้อนขึ้น ทำไมองค์กรยุคนี้ต้องมอง “เทรนด์ธุรกิจอนาคต” ให้ชัดขึ้น ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็ว “เทรนด์” ไม่ใช่แค่เรื่องของการตลาด แต่กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางของ โมเดลธุรกิจ ประสบการณ์ลูกค้า และโอกาสใหม่ในอนาคต คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ องค์กรรู้ว่าเทรนด์คืออะไร แต่คือ องค์กรสามารถ “ใช้เทรนด์เพื่อตัดสินใจ” ได้หรือไม่ Business Foresight 2035: Workshop เทรนด์เพื่อผู้บริหาร โครงการ Business Foresight 2035 เป็น workshop เทรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้บริหาร มองเห็นภาพอนาคตในระยะ 5–10 ปี โดย Baramizi Lab ได้ร่วมออกแบบและจัด Workshop นี้ ร่วมกับทีมผู้บริหารของ IMPACT Exhibition Management Co., Ltd. ที่เน้นการแลกเปลี่ยน มากกว่าการบรรยาย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 Insight จาก Workshop: ทำไมองค์กรยังใช้ Data ไม่ได้เต็มที่ จากการทำ workshop ผู้บริหาร พบความท้าทายสำคัญที่หลายองค์กรเผชิญ ได้แก […]

Health & Well-being x Food Industry
read more
27.03.2026 333

Health & Well-being x Food Industry

เมื่อ “อาหาร” ไม่ได้มีไว้แค่อิ่ม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือดูแลชีวิต ในอดีต การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ มักหมายถึงการลดแคลอรี หรือหลีกเลี่ยงไขมัน แต่ในวันนี้ ผู้บริโภคไม่ได้คิดแค่นั้นอีกต่อไป พวกเขากำลังตั้งคำถามใหม่ว่า “สิ่งที่กินเข้าไป…ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาวได้อย่างไร?” นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ Health & Well-being Economy อย่างเต็มตัว จาก “กินเพื่อไม่ป่วย”  สู่ “กินเพื่อออกแบบชีวิต” ข้อมูลจากรายงาน Health & Well-being Trends 2026  สะท้อนว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราว แต่เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หันมาให้ความสำคัญกับ การป้องกัน (Preventive Health) ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ (Premium for Better Life) มองหาอาหารที่ให้ “ผลลัพธ์เฉพาะด้าน” มากขึ้น ส่งผลให้อาหารไม่ได้เป็นแค่สินค้า แต่กลายเป็น Solution ของชีวิตในแต่ละวัน 4 ทิศทางสำคัญของ Food Industry ที่กำลังเกิดขึ้น 1. Edible Beauty การดูแลความงาม…เริ […]

brand health check and superfans
read more
03.04.2026 306

5 เหตุผลที่แบรนด์ต้อง “ตรวจสุขภาพแบรนด์” ทุกปี

เมื่อยอดขายไม่โต… อาจไม่ใช่เพราะคุณทำไม่พอ แต่เพราะคุณ “มองไม่เห็น” ในหลายธุรกิจ เรามักเห็นภาพแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ งบการตลาดเพิ่มขึ้น แคมเปญมีมากขึ้น ทีมทำงานหนักขึ้น แต่ผลลัพธ์กลับ “ไม่โตอย่างที่ควรจะเป็น” คำถามคือ… ปัญหาอยู่ที่ “การทำไม่มากพอ”หรืออยู่ที่ “คุณยังไม่รู้ว่าแบรนด์ของคุณอยู่จุดไหนในใจลูกค้า” จากยอดขาย สู่ “สุขภาพของแบรนด์” สิ่งที่หลายองค์กรอาจมองข้าม คือ ยอดขายเป็นเพียง “ปลายทาง” ของผลลัพธ์ แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนยอดขายจริง ๆ คือ การรับรู้ ความรู้สึกเชื่อมโยง ประสบการณ์และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Brand Monitoring หรือ “การตรวจสุขภาพแบรนด์” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินว่า แบรนด์ของคุณ “แข็งแรง” แค่ไหนในสายตาและความรู้สึกของลูกค้า 5 เหตุผลที่แบรนด์ต้องตรวจสุขภาพทุกปี 1. เพื่อเข้าใจ “เส้นทางความสัมพันธ์” ของลูกค้าอย่างแท้จริง ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจซื้อทันที แต่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ Brand Awareness — รู้จักแบรนด์ Brand Relevance — รู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับชีวิต Acceptable Performance — ยอมรับในสิ่งที่แบรนด์ทำ Advantage — เชื่อว่าแบรนด์ดีกว่าค […]

wellness Sleep Tourism
read more
18.02.2026 461

Sleep Tourism เมื่อการนอนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของมนุษย์ยุคใหม่

เมื่อ “การนอนหลับ” กลายเป็น New Luxury สินค้าที่แพงที่สุดในยุค Burnout  Future Wellness: Sleep Economy กำลังเปลี่ยนนิยามของการพักผ่อน เรากำลังเข้าสู่ยุคที่นิยามของ “การพักผ่อน” เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งใน Sub-sector ที่น่าจับตามองที่สุดคือ Sleep Economy อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “คุณภาพการนอน” โดยตรง คำถามสำคัญคือ ทำไมเรื่อง “นอน” ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก? The Insight: วิกฤตการนอนของคนเมือง เมื่อชีวิตรวนจนร่างกายตามไม่ทัน ปัญหาไม่ใช่แค่ “นอนน้อย” แต่คือภาวะ Social Jetlag  เวลาชีวิตรวนจากการทำงานข้ามเวลา เสพสื่อก่อนนอน และใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาชีวภาพ คนยุคปัจจุบันจึงไม่ได้แค่ “ง่วง” แต่กำลังโหยหา Deep Rest การพักผ่อนที่ฟื้นฟูระบบประสาทจริงๆ การนอนเฉยๆ อยู่บ้าน อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของเทรนด์ Sleep Tourism การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก “Check-in รัวๆ” เป็น “Check-out จากโลกภายนอก” Strategic Shift: เมื่อโรงแรมไม่ได้ขายเตียง แต่ขายการ Hack สมองให้หลับ สำหรับธุรกิจในกลุ่ม Welln […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง