Baramizi Lab logo

วัดผลการสร้างแบรนด์ยังไงให้ได้ผลลัพธ์ที่ทุกคนยอมรับ?

index วัดผลการสร้างแบรนด์
04
07.2025
view
597
SHARE

วัดผลการสร้างแบรนด์ยังไงให้ได้ผลลัพธ์ที่ทุกคนยอมรับ?

ก่อนจะพูดถึงกลยุทธ์หรือเครื่องมือไหนๆ อยากชวนคุณติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกก่อนนะคะ 
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่มองว่า “แบรนด์” เป็น “สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้”
และนั่นคือมุมมองที่ทำให้หลายคนยัง “ลังเล” ว่าจะลงทุนสร้างแบรนด์ดีไหม
แค่ลังเล อาจทำให้คุณพลาดโอกาสสำคัญไปโดยไม่รู้ตัว

✅ การลงทุนกับการสร้างแบรนด์คือสิ่งที่ถูกต้อง
✅ การสร้างแบรนด์ไม่จำเป็นต้องใช้งบเสมอไป เพราะการสร้างแบรนด์คือการควบคุมทุกจุดสัมผัสของลูกค้าให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
เพียงแค่มีเข็มทิศที่แม่นยำ และควบคุมทุกประสบการณ์ให้ไปในทิศทางนั้น
หากมีงบ ก็สามารถเพิ่มพลังความสร้างสรรค์ให้แตกต่างจนลูกค้าจดจำได้ไม่รู้ลืม

🅾️ แต่สิ่งที่หลายคนยังไม่มั่นใจคือ “จะวัดผลแบรนด์อย่างไร?”
ยอดขายขึ้นหมายถึงแบรนด์ดีหรือไม่? ถ้ายอดขายไม่ขึ้น แปลว่าแบรนด์แย่หรือเปล่า?
เราเข้าใจความสับสนตรงนี้ดีค่ะ เพราะแม้แต่คนที่อยู่ในวงการแบรนด์มานาน ยังต้องกลับมาตั้งคำถามนี้กับตัวเองอยู่บ่อย ๆ

Baramizi Lab กับการพัฒนาเครื่องมือวัดแบรนด์

Baramizi Lab (ซึ่งหมวกหนึ่งคือนักวิจัยเพื่อการพัฒนาแบรนด์) เข้าใจหัวอกหัวใจนักสร้างแบรนด์ทุกคนในเรื่องนี้ดีค่ะ เราจึงมีการ R&D ในการหาเครื่องมือเพื่อชี้วัดแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง จากคอนเทนต์ก่อนหน้าที่เราเขียนถึงแบรนด์ที่ดีวัดอย่างไร นั่นก็เป็นผลผลิตส่วนหนึ่งค่ะ จากการทำงานร่วมกับ รศ.ดร.ณัฐพล อัสสะรัตน์ ประธานหลักสูตรบริหารธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เพื่อพัฒนาเครื่องมือวัดแบรนด์อย่างต่อเนื่อง จนสามารถจัดกลุ่มเครื่องมือวัดผลได้ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้:

กลุ่มที่ 1 รูปแบบของ Index ที่ชี้วัดความแข็งแรงหรือความทรงพลังของแบรนด์เปรียบเทียบกับแบรนด์คู่แข่ง

กลุ่มนี้ได้จากการทำวิจัยประเภทที่เรียกว่า “การตรวจสอบสุขภาพแบรนด์” (Brand Health Check) เวลาที่ผู้บริหารอยากทำการตรวจสอบ Index ในกลุ่มนี้ให้ชุดความรู้ไว้ค่ะว่าจะมีกลุ่ม Index ที่ให้ความหมายแตกต่างกันประมาณ 2 ชุด ได้แก่

1) ชุด Index ที่วัดคุณภาพของการสร้างแบรนด์เชิงปริมาณ

ดัชนีที่วัดความแข็งแรงด้านความทรงพลังของแบรนด์ ผ่าน “ปริมาณของการรับรู้” เช่น

  • Brand Awareness การรู้จักแบรนด์โดยรวม
  • Top of Mind การที่ลูกค้านึกถึงแบรนด์เป็นอันดับแรก
  • Unaided Awareness การรู้จักโดยไม่ต้องมีการกระตุ้น
  • The Most Admired/Favourite Brand แบรนด์ที่ลูกค้าชื่นชอบที่สุด
  • The Most Usage แบรนด์ที่ลูกค้าใช้งานมากที่สุด

ที่หัวข้อการประเมินเหล่านี้เป็นมุมมองความแข็งแรงแบบเชิงปริมาณเนื่องจากวิธีการสำรวจจะเป็นไปในลักษณะวัดสัดส่วนของผู้ที่ตอบแบรนด์เราเมื่อเทียบกับกลุ่มเป้าหมายที่ตอนแบบสอบถามทั้งหมด นับเป็นกลุ่ม Index ที่แบรนด์ขนาดใหญ่ควรต้อง Monitor เนื่องจากเป็นผลลัพธ์ที่สะท้อนการใช้งบการดำเนินงานเกี่ยวกับแบรนด์ในแต่ละปีได้เป็นอย่างดี แต่ในทางกลับกับแบรนด์ที่ Size เล็กลงมา การสร้างการรู้จักในแบรนด์อาจไม่ได้ Cover ทั้งตลาดตัวชี้วัดนี้อาจไม่เหมาะมากนักค่ะ

งานเวทีประกาศรางวัลหรืองานวิจัยกลางที่เนื้อหาการวัดผลให้ความหมายในลักษณะนี้ได้ค่อนข้างดี เช่น The Most Powerful Brand (แบรนด์ที่ทรงพลังที่สุดในแต่ละหมวดหมู่) ของภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทำการสำรวจทุกๆ 2 ปี

รูปภาพอ้างอิงจาก:

Chula announces The Most Powerful Brands of Thailand 2024. เผยแพร่ผ่านเพจ BrandBuffet
เข้าถึงได้จาก: https://www.brandbuffet.in.th/2024/08/chula-announces-the-most-powerful-brands-of-thailand-2024/

2) ชุด Index ที่วัดคุณภาพของการสร้างแบรนด์เชิงคุณภาพ

ดัชนีที่เน้นวัด “ประสบการณ์และความรู้สึกของลูกค้า” ที่มีต่อแบรนด์ เช่น

  • Brand Superfans Index อัตราความเป็นสาวกของแบรนด์
  • Brand Experience Index ระดับความพึงพอใจต่อประสบการณ์ที่ได้รับจากแบรนด์
  • Brand Customer Value Index การรับรู้ถึงคุณค่าที่แบรนด์มอบให้
  • Brand Image ภาพลักษณ์ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์
  • Net Promoter Score (NPS) ความเต็มใจในการแนะนำแบรนด์ต่อผู้อื่น

ลักษณะของ Index ที่เป็นการสร้างแบรนด์เชิงคุณภาพ เป็นการสำรวจในลักษณะ Recruit คนที่รู้จักหรือได้สัมผัส ได้ใช้บริการแบรนด์ แล้วชวนให้พิจารณาประเด็นต่างๆ ที่สะท้อนคุณภาพของแบรนด์ว่าแบรนด์ทำได้ดีมากน้อยแค่ไหนในแต่ละส่วน โดยทำการให้คะแนนประเมิน 1-5 บ้างหรือ 0-10 บ้าง แล้วแต่ทฤษฎีค่ะ การประเมินลักษณะนี้ เหมาะกับแบรนด์ทุกขนาด ใช้งานได้หมดค่ะ และกรณีเป็นเวทีการแข่งขันจะสามารถทำให้แบรนด์ใหญ่และแบรนด์เล็กแข่งขันกันได้อย่างเท่าเทียมด้วยค่ะ 

งานเวทีประกาศรางวัลหรืองานวิจัยกลางที่มีการเผยแพร่เนื้อหาการวัดผลที่ให้ความหมายในลักษณะนี้ได้ค่อนข้างดี เช่น รางวัล Thailand Brand Superfans Awards ที่กลุ่มบริษัท บารามีซี่ กรุ๊ป ร่วมกับภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีการประกาศรางวัลและเผยแพร่ไปในช่วงปลายปี 2024 ที่ผ่านมาค่ะ นอกเหนือจากนี้เวทีสำคัญของวงการอย่าง The Most Admired Brand ของสื่อชั้นนำอย่าง BrandAge เมื่อพิจารณาจากมิติชี้วัดก็กล่าวได้ว่าอยู่ในกลุ่มนี้ค่ะ

Thailand Brand Superfans 2024

รูปภาพอ้างอิงจาก:

BIBF – Bangkok International Branding Festival (2024), เผยแพร่ผ่านเพจ Baramizi Consultant
เข้าถึงได้จาก: https://www.facebook.com/share/p/1AzdbxWLXS/

หมายเหตุ: การประเมินในลักษณะนี้ผลอาจจะมีลักษณะเป็นคะแนนเฉลี่ยเต็ม 10 หรือเต็ม 100 คะแนน แต่ถ้าทุกคนได้ไปดูผลคะแนนที่ประกาศของ Thailand Brand Superfans Awards 2024 จะเห็นผลประกาศเป็น % ค่ะ ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเราตีความผลในลักษณะคล้ายๆ กับ NPS หรือ Net Promoter Score ซึ่งมีการตีความผลการให้คะแนนไปสู่การนับเป็นสัดส่วนค่ะ แต่ตัวมันยังคงให้ความหมายเชิงคุณภาพอยู่ค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับตัวชี้วัดกลุ่มที่ 1 นี้คะ การประเมินตัวเองของแบรนด์ก็ช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลที่ดีในระดับหนึ่งแล้ว และดีขึ้นไปอีกที่เวทีหรืองานวิจัยกลางที่มีหน่วยงานที่เป็นกลางทำไว้สามารถให้มุมมองถึงคะแนน Benchmark ของตลาดในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ผู้บริหารน่าจะมี Benchmark ในใจหรือกำหนดเป็นตัวเลขตัวชี้วัดให้กับทีมทำงานได้ค่ะ

กลุ่มที่ 2: การประเมินมูลค่าแบรนด์เป็นตัวเงิน

กลุ่มนี้น่าจะเป็นที่ตั้งตารอของผู้บริหารแบรนด์หลายคน เพราะสิ่งที่ “Ideal” ที่สุดสำหรับแบรนด์ ก็คือการมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า ทุกการดำเนินงานที่ทำมานั้น สร้าง “สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้” ให้กับแบรนด์เป็นมูลค่าเงินได้มากแค่ไหน

ในต่างประเทศ หน่วยงานระดับสากลหลายแห่งได้พัฒนาสูตรและวิธีการประเมินมูลค่าแบรนด์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศผลการประเมินในทุกปี แต่แบรนด์ที่ปรากฏในลิสต์เหล่านี้ส่วนใหญ่ยังคงเป็น Global Brand เท่านั้น และแม้จะมีการคำนวณอย่างเป็นระบบ แต่รายละเอียดของสูตรกลับไม่ได้เปิดเผยอย่างชัดเจน ทำให้แบรนด์ไทยต้องมองตาปริบ ๆ เพราะไม่สามารถนำมาใช้ประเมินมูลค่าแบรนด์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่

ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้พัฒนา CBS Valuation ในนามของ Chula Business School โดยจัดทำสูตรการประเมิน คำนวณ และประกาศมูลค่าของแบรนด์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายผลไปยังแบรนด์ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวงการวิชาการไทย ที่พัฒนาองค์ความรู้ให้แบรนด์ไทยได้ใช้เครื่องมือที่จับต้องได้จริง

รูปภาพอ้างอิงจาก:

ASEAN and Thailand’s Top Corporate Brands 2024, เผยแพร่ผ่านเพจ Brand Buffet
เข้าถึงได้จาก: https://www.facebook.com/share/p/1B5Hertjfp/

ผู้บริหารแบรนด์สามารถติดตามข้อมูลชุดนี้ได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่จะครอบคลุมเฉพาะกลุ่มบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เป็นหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้ว

และในปัจจุบันนี้ ยังมี สูตรการประเมินมูลค่าแบรนด์รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2023 และต่อเนื่องมาถึงปี 2024 ได้แก่ BFV Model (Brand Future Valuation Model) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยกลุ่มบริษัท บารามีซี่ กรุ๊ป ร่วมกับ รศ.ดร.ณัฐพล อัสสะรัตน์

โดยสูตรนี้เริ่มต้นจากการประเมินมูลค่าแบรนด์ใน อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นแบบ แต่ในรอบปี 2024 ทีมวิจัยได้ขยายการประเมินไปยังแบรนด์ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส, ร้านคาเฟ่, อาหารกระป๋อง ฯลฯ รวมแล้วมากกว่า 10 แบรนด์

THE MOST BRAND FUTURE VALUATION 2024

รูปภาพอ้างอิงจาก:

BIBF – Bangkok International Branding Festival (2024), เผยแพร่ผ่านเพจ Baramizi Consultant
เข้าถึงได้จาก: https://www.facebook.com/share/p/15i6tkNS69/

จากผลลัพธ์ที่ได้ ทำให้เห็นว่าสูตรนี้สามารถใช้งานได้จริง และได้รับการยอมรับจากผู้บริหารและนักลงทุนเป็นอย่างดี โดยความโดดเด่นของ BFV Model มีอยู่ 3 ประการหลัก คือ:

  1. เป็นสูตรที่ใช้การผสมผสานน้ำหนักของตัวเลขทางการเงิน (รายได้) และมุมมองจากผู้บริโภคที่ได้จากการสำรวจเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถถอดรหัสการดำเนินงานที่ควรพัฒนาเพื่อนำไปสู่โอกาสการเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ได้อย่างชัดเจน
  2. เป็นสูตรที่ให้ค่ากับมูลค่าแบรนด์ที่จะเติบโตสู่อนาคต (ตามชื่อของ Brand Future Valuation) ไม่ใช่เพียงวัดค่าผลการดำเนินงานในอดีตเท่านั้น
  3. เป็นสูตรคำนวณที่ครอบคลุมคุณสมบัติของ “แบรนด์ที่ดี” อย่างครบถ้วน ได้แก้ แบรนด์ที่ดีจะขายของ ได้มากขึ้น, แบรนด์ที่ดีจะขายของได้แพงขึ้น และแบรนด์ที่ดีจะมีต้นทุนในการระดมทุนที่ถูกลง 

Brand Future Valuation Formula สูตรการคำนวณมูลค่าแบรนด์แห่งอนาคตโดย

รูปภาพอ้างอิงจาก:

Baramizi Consultant. (2024). Thailand Brand Superfans 2024 Insight Report, เผยแพร่โดย Baramizi Consultant
เข้าถึงได้จาก: https://www.baramizi-consultant.com/report

ทำให้สามารถได้รับการยอมรับและให้มุมมองการพัฒนาธุรกิจสำหรับผู้บริหารได้เป็นอย่างดีค่ะ

และทั้งหมดนี้ก็คือภาพรวมของวงการการประเมินตัวชี้วัดการสร้างแบรนด์ หรือ “การตรวจสุขภาพแบรนด์” ที่เรานำมาอัปเดตกันในครั้งนี้ค่ะ เป็นชุดความรู้สำหรับผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ให้กลายเป็น “สินทรัพย์ทางธุรกิจ” อย่างแท้จริง

ติดตามคอลัมน์ Future Brand Monitoring กันต่อเนื่องนะคะ รอดูกันซักนิดนึงว่าครั้งต่อไปเราจะเอาองค์ความรู้ส่วนไหนมาเจาะลึกกันเพิ่มเติมดี แล้วพบกันค่ะ

RECOMMEND

read more
22.08.2025 113

เทรนด์ Run Club ในไทยปี 2025

คอมมูนิตี้ของคนที่รวมตัวกันเพื่อวิ่งออกกำลังกายร่วมกัน ทำไมการเข้าร่วม Run Club ถึงได้รับความนิยมในไทยตอนนี้ เทรนด์ Run Club ในไทยมีผลต่อการตลาดและแบรนด์กีฬาอย่างไร Run Club คืออะไร Run Club คือกลุ่มหรือคอมมูนิตี้ของคนที่รวมตัวกันเพื่อวิ่งออกกำลังกายร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิ่งมืออาชีพหรือมีประสบการณ์มาก่อน จุดเด่นของ Run Club คือการสร้างบรรยากาศวิ่งที่สนุกสนาน ผ่อนคลาย และมีมิตรภาพ เป็นพื้นที่ให้คนที่มีใจรักการวิ่งได้มาเจอกัน แชร์ประสบการณ์ และวิ่งด้วยกันในรูปแบบต่าง ๆ ตามระดับความชอบหรือระดับความเร็ว ทำไมการเข้าร่วม Run Club ถึงได้รับความนิยมในไทยตอนนี้ การวิ่งไม่ใช่แค่กีฬาแต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ lifestyle ที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ การวิ่งใน Run Club คือการได้พบปะผู้คนที่มีความชอบคล้ายกัน ทั้งในเรื่องการวิ่ง แฟชั่นรองเท้าวิ่ง และกิจกรรมสังคม เช่น กินกาแฟหลังวิ่ง แบรนด์แฟชั่นและกีฬาเข้ามามีบทบาทส่งเสริมเทรนด์นี้ เช่น การร่วมมือระหว่างแฟชั่นและกีฬา ทำให้คนมองว่าการวิ่งเป็นกิจกรรมที่ใกล้ตัวและสามารถสร้างภาพลักษณ์ได้ ไม่ใช่แค่เพื่อสุขภาพ แต่ใส่เสื้อผ้าวิ่งยังไปทำงานหรือเที่ยวได้ด้ […]

read more
20.08.2025 128

OATSIDE TREND แบรนด์ที่ทำให้คาเฟ่ ทั้งประเทศปรับราคานมโอ๊ต

กระแสของ OATSIDE ซึ่งเป็นแบรนด์นมโอ๊ตชื่อดังจากสิงคโปร์ กำลังมาแรงมากในปี 2025 ทำไม OATSIDE จึงลดราคานมลงถึง 50% อย่างถาวร ใช้กลยุทธ์อะไรในการขยายฐานลูกค้าจากกลุ่ม Niche สู่ Mass กระแสนมโอ๊ต OATSIDE ในช่วงปีที่ผ่านมา เกิดกระแสใหม่ในไทยที่ร้านคาเฟ่หรือร้านอาหารเปิดบริการตอนกลางวัน แต่มีสไตล์แบบร้านเหล้าผับในเวลากลางคืน เช่น มี DJ มาเปิดเพลงสร้างบรรยากาศ ปกติเราจะเห็นดีเจในร้านบาร์ช่วงค่ำ แต่ตอนนี้ดีเจถูกนำเข้ามาอยู่ในร้านคาเฟ่ขณะยังไม่มืด ด้วยคอนเซ็ปต์ผสมผสานความเป็น “คาเฟ่ & บาร์” หรือ “Cafe and Bar” โดยลูกค้าสามารถจิบกาแฟหรือรับประทานอาหาร พร้อมฟังเพลงจากดีเจและชิลล์ในบรรยากาศเหมือนปาร์ตี้เบา ๆ ได้ในเวลากลางวัน OATSIDE ใช้กลยุทธ์อะไรในการขยายฐานลูกค้าจากกลุ่ม niche สู่ mass ตั้งราคานมโอ๊ตในช่วงแรกสูงกว่าเพื่อนำเสนอในกลุ่มลูกค้าพรีเมียมหรือกลุ่ม Early Adopters ที่พร้อมจ่ายเพื่อสินค้าทางเลือกคุณภาพสูงและรสชาติที่เหมาะกับคนเอเชีย (Price Skimming) พัฒนาสูตรนมโอ๊ตที่รสชาติลงตัวสำหรับคนเอเชีย โดยผ่านการทดลองสูตรมากกว่า 50 สูตร จนได้รสชาติที่ถูกใจกลุ่มเป้าหมายแรกเ […]

read more
26.08.2025 41

CONSUMER INSIGHTS – THE FUTURE OF MARKETING

“Consumer Insights” Wording สุดคลาสสิคที่อยู่คู่การทำการตลาดมาตลอดกาลแต่วันนี้ก็ยังพูดได้ว่า Consumer Insights คือ Future of Marketing อยู่ดีมาดูกันว่า Consumer Insights มันทำงานอย่างไร แล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร ลองมาจำลองสถานการณ์กันดูนะคะ เรามีธุรกิจร้านอาหารมีสาขาทั่วประเทศ ธุรกิจเราไปได้เรื่อยๆ เติบโตแบบ Organic ตามจำนวนการเปิดสาขาใหม่ ในแต่ละมื้ออาหารมีลูกค้าเข้าร้านปริ่มๆ เกือบเต็มแต่ไม่เต็ม และมีช่วง Peak Time แค่สั้นๆ เป็นช่วงเวลา Main Meal ได้แก่ช่วงเที่ยง และช่วงมื้อเย็น …..ในฐานะผู้บริหารผู้ต้องชี้ทิศทางเพื่อนำพาแบรนด์สู่การเติบโต คำถาม คือ เราจะโตได้อย่างไร? ตีโจทย์การเติบโตซิว่า…ธุรกิจร้านอาหารเราจะโตได้จากอะไร? ฐานลูกค้าเดิมยังคงเหนียวแน่น ยังคงรักเราและกินเราสม่ำเสมอ (อันนี้ยังไม่โตนะแต่ต้องเขียนกำกับไว้ไม่งั้นเผลอทิ้งเค้าโดยไม่รู้ตัว) ทำให้ลูกค้าเดิมซื้อเพิ่มในการเข้าร้านแต่ละครั้ง และทำให้ลูกค้าเดิมเข้าร้านในความถี่เพิ่มขึ้น ทำให้ลูกค้าใหม่เข้าร้านของเรา เลือกเราเพิ่มขึ้น รับรองว่าถ้าทำได้ทั้ง 3 ข้อนี้ โตแน่นอน! จริงเสียยิ่งกว่าจริง หลักคิดนี้จริงๆ ก็มีโมเดลรอ […]

read more
30.07.2025 153

I Buy, Therefore I am การตลาดบนมูลค่าแห่งความรู้สึก

ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของวิถีชีวิตที่ซับซ้อน การเข้าใจแค่ “ใครซื้อ” หรือ “ซื้ออะไร” ไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้บริโภคเริ่มตัดสินใจจาก “ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้น” (Desired Outcome) มากกว่าประเภทของสินค้า หรือแบรนด์โดยตรง แนวคิด “Consumer Need States” หรือ “ภาวะความต้องการของผู้บริโภค” จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการเลือกบริโภค โดยเป็นการมองผู้บริโภคจากสิ่งที่พวกเขาต้องการรู้สึกหรือบรรลุในช่วงเวลานั้น เช่น ความสงบ ความมั่นใจ ความกระปรี้กระเปร่า หรือการฟื้นฟูร่างกาย เมื่อการตัดสินใจไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “จะซื้ออะไร” แต่เป็นคำถามว่า “ทำไมถึงต้องซื้อ” หรือ “อยากได้ผลลัพธ์อะไรจากการบริโภค” แนวทางการทำความเข้าใจผู้บริโภคที่อิงจากข้อมูลพื้นฐาน เช่น เพศ อายุ หรือพฤติกรรมซื้อตามหมวดหมู่ จึงไม่เพียงพออีกต่อไป ตัวอย่างเช่น ธุรกิจเครื่องดื่ม ซึ่งคาดว่ามีมูลค่ากว่า 2.26 แสนล้านบาทในปี 2025 โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ซึ่งมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ในตลาดนี้ ผู้บริโภคไม่ได้เลือกซื้อเพียงเพราะรสชาติหรือราคาอีกต่อไ […]

เทรนด์อาหารคนโสดในปี 2025
read more
21.07.2025 234

โสดก็กินข้าวอร่อยได้ 3 เทรนด์อาหารคนโสดในปี 2025

คนโสดให้ความสำคัญกับความสะดวก (Convenience) การควบคุมมื้อ (Portion Control) และการลงทุนเพื่อประสบการณ์ส่วนตัว ทำให้เกิด “Self Splurge” และ “Solo Dining” 3 เทรนด์อาหารสำหรับคนโสด 1.Functional & High-Protein Snacks
 คนโสดกลุ่มสายเฮลท์ตี้มองหาของว่างที่มีประโยชน์มากขึ้น โปรตีนบาร์ ขนมอบกรอบจากไข่ขาว ถั่ว และเครื่องดื่มโปรตีนสปาร์กลิง (protein-infused sparkling) ตอบโจทย์สุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก. Superfood จากทะเล (สาหร่าย สาหร่ายสไปรูลิน่า) และ Sea Moss Gel ถูกนำมาสร้างสรรค์ในรูปแบบขนมและเครื่องดื่มมากขึ้น 2.Self-Splurge Dining & Premium Experiences
 “Self Splurge” คือการใช้จ่ายเพื่อรางวัลตัวเอง ส่งผลให้คนโสดทานอาหารนอกบ้านและลงทุนกับกิจกรรมเกี่ยวกับอาหาร การใช้จ่ายหมวด Dining สูงกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับคนมีครอบครัว และพร้อมจ่ายค่ากิจกรรมเวิร์กช็อปทำอาหาร. เทรนด์ Sake Pairing ของ GrabFood ชูประสบการณ์จับคู่สาเกกับเมนูต่าง ๆ ใน Casual Dining. 3.Personalization & Experiential Food
 คนโสดต้องการอาหารที่สะท้อนตัวตนและสร้างประสบการณ์ใหม่ เมนูผสมรสหวาน-คาว “Swavory” วาร์ไรตี้อาหารสต […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง