Baramizi Lab logo

‘ปักหมุด’ อนาคตของธุรกิจ ผ่านแว่น IKEA และ Shell

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

การคาดการณ์อนาคตธุรกิจด้วย Strategic Foresight: กรณีศึกษา IKEA และ Shell

‘ปักหมุด’ อนาคตของธุรกิจ ผ่านแว่น IKEA และ Shell

มองอนาคต 3 รูปแบบ: อนาคตที่น่าจะเป็น อนาคตเป็นไปได้ และ อนาคตที่อยากให้เป็น ผ่าน 2 กรณีศึกษา

บริษัทชั้นนำต่างๆ ในโลกธุรกิจไม่ได้เพียงสร้างผลกำไรในปัจจุบัน แต่กำลัง “ลงทุน” ในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง การลงทุนในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่ตัวเลขทางการเงิน แต่คือการทุ่มเททรัพยากร ทั้งเวลา, บุคลากร, และการวิจัย เพื่อทำความเข้าใจ และสร้างธุรกิจให้พร้อมในวันข้างหน้า

เครื่องมือสำคัญที่บริษัทเหล่านี้ใช้คือ “การคาดการณ์อนาคตเชิงกลยุทธ์” (Strategic Foresight) และเครื่องมือในการใช้งานก็คือ “The Futures Cone” (กรวยแห่งอนาคต) ซึ่งช่วยให้มองเห็นภาพอนาคตที่หลากหลาย ตั้งแต่ อนาคตที่น่าจะเกิดขึ้น (Probable), อนาคตที่เป็นไปได้ (Plausible), ไปจนถึงการเลือกสร้างอนาคตที่อยากให้เป็น (Preferable)

แม้จะดูคล้ายการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ที่ทำหน้าที่ ป้องกัน (Defensive) มูลค่าของธุรกิจในปัจจุบันจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น หรือการวิจัยและพัฒนา (R&D) ซึ่งเป็นการ ต่อยอด (Incremental) สร้างมูลค่าใหม่โดยการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิม หรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่อยู่ใกล้เคียงกับธุรกิจหลัก แต่ “การลงทุนในอนาคต” จะเป็น พลิกโฉม (Transformative) เพื่อสร้าง “โมเดลธุรกิจ” และ “แหล่งรายได้” ใหม่ทั้งหมด ที่อาจไม่เหมือนธุรกิจเดิมเลย

เรามาลองถอดรหัสกลยุทธ์การลงทุนในอนาคตของสองยักษ์ใหญ่ต่างอุตสาหกรรมอย่าง Shell และ IKEA ว่าทั้งสองลงทุนในอนาคตอย่างไร

Case Study 1: Shell: แนวทางแห่งการปรับตัว

ธุรกิจหลักของ Shell คือพลังงานฟอสซิล ซึ่งกำลังเผชิญกับ อนาคตที่น่าจะเกิดขึ้น (Probable Future) ของการลดความสำคัญลงอย่างต่อเนื่อง แต่ “เส้นทาง” และ “ความเร็ว” ของการเปลี่ยนแปลงนั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

กลยุทธ์ Scenario Planning ของ Shell ไม่ใช่แค่การบริหารความเสี่ยง แต่เป็นการใช้ Foresight เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ระยะยาว แนวทางไม่ได้แค่ถามว่า “ราคาน้ำมันจะตกหรือไม่?” หรือ “จะขุดเจาะอย่างไรให้มีประสิทธิภาพขึ้น?” แต่ถามว่า “ในโลกอนาคตที่อาจไม่มีน้ำมันเป็นพลังงานหลัก เราจะยังคงเป็นบริษัทพลังงานที่สำคัญได้อย่างไร?” 

การคาดการณ์อนาคตเชิงกลยุทธ์ที่ใช้

  • สำรวจอนาคตที่เป็นไปได้ (Plausible Futures): แทนที่จะพยายามทายอนาคตที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว Shell ใช้วิธี “การวางแผนตามสถานการณ์จำลอง” (Scenario Planning) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำรวจ “อนาคตที่เป็นไปได้” (Plausible Cone) ที่หลากหลาย พวกเขาสร้าง “เรื่องราวของอนาคต” ที่แตกต่างหลายรูปแบบเช่น 
    • Waves: โลกมุ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก จนปัญหาสิ่งแวดล้อมวิกฤตและถูกกดดันให้ต้องแก้ไขอย่างรวดเร็วในภายหลัง ส่งผลให้ลดคาร์บอนได้สำเร็จแต่ไม่ทันเป้าหมาย 1.5°C (ลดคาร์บอนช้าแต่เร็ว)
    • Islands: โลกให้ความสำคัญกับความมั่นคงของแต่ละชาติ ทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศลดลง แต่การแข่งขันกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม สุดท้ายลดคาร์บอนได้ แต่เป็นไปอย่างเชื่องช้าและไม่ทันเป้าหมาย (ลดคาร์บอนช้าและค่อยเป็นค่อยไป)
    • Sky 1.5: โลกตั้งเป้าหมาย 1.5°C เป็นตัวตั้ง แล้วทำงานย้อนกลับ โดยทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างเต็มที่โดยเน้นเรื่องสุขภาพและคุณภาพชีวิต ทำให้ลดคาร์บอนได้สำเร็จตามเป้าหมาย (ลดคาร์บอนแบบเร่งด่วน)

กลยุทธ์ของ Shell คือการลงทุนโดยมองภาพกว้างของ “อนาคตที่เป็นไปได้” ทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรจะ แข็งแกร่ง และปรับตัวได้เสมอ นี่คือการลงทุนเพื่อ “ป้องกันความเสี่ยง” จากอนาคตที่คาดเดาไม่ได้

Case Study 2: IKEA – การลงทุนเพื่อ “สร้าง” ตลาดแห่งอนาคต

สำหรับ IKEA การลงทุนในอนาคตคือ “การออกแบบตลาดที่พวกเขาจะเป็นผู้นำ”

ธุรกิจของ IKEA มี อนาคตที่น่าจะเกิดขึ้น คือการขายเฟอร์นิเจอร์สไตล์เดิมๆ ให้กับกลุ่มลูกค้าที่ขยายตัวขึ้น ซึ่งเป็นทางที่ปลอดภัย แต่ไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ ทำให้ IKEA เลือกที่จะ “ลงทุน” ในการสร้างอนาคตที่แตกต่างออกไป คือการสร้าง ห้องปฏิบัติการ SPACE10 ที่ไม่ใช่แผนก R&D ทั่วไป แต่กำลังตั้งคำถามว่า “ในอนาคตที่ผู้คนไม่ได้เป็นเจ้าของบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์อีกต่อไป IKEA จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร?” การสำรวจโมเดลธุรกิจแบบ Subscription หรือการใช้ AI ออกแบบ คือการทำงานในพื้นที่  อนาคตที่เป็นไปได้ และ อนาคตที่อยากให้เป็น เพื่อสร้างตลาดใหม่ที่ตัวเองจะเป็นผู้นำ

การคาดการณ์อนาคตเชิงกลยุทธ์ที่ใช้

  • สร้างอนาคตที่อยากให้เป็น  (Preferable Future): ผ่านห้องปฏิบัติการวิจัยและออกแบบอนาคตอย่าง SPACE10 ที่ได้สำรวจ “อนาคตที่เป็นไปได้” (Plausible) ของการใช้ชีวิต และเลือกสร้างต้นแบบของ อนาคตที่อยากให้เป็น ขึ้นมาจริงๆ เช่น:
    • โครงการ Urban Farming: สำรวจว่าเราจะปลูกอาหารในเมืองที่บ้านได้อย่างไร
    • โครงการ Circular Furniture: คิดค้นโมเดลธุรกิจแบบสมัครสมาชิก (Subscription) หรือการนำเฟอร์นิเจอร์เก่ามาหมุนเวียนใช้ใหม่
    • โครงการ Co-living: ออกแบบพื้นที่และเฟอร์นิเจอร์สำหรับการอยู่อาศัยร่วมกัน
  • การลงทุนเพื่อสร้างดีมานด์ (Investing to Create Demand): โครงการเหล่านี้คือการลงทุนด้าน R&D ที่จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์และบริการของ IKEA ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน การเผยแพร่งานวิจัยและต้นแบบเหล่านี้สู่สาธารณะ ก็เป็นการ “สอน” และ “สร้างแรงบันดาลใจ” ให้ผู้คนเห็นภาพว่า “บ้านที่ดีในอนาคต” ควรเป็นอย่างไร ซึ่งก็คือการสร้างดีมานด์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่พวกเขากำลังพัฒนานั่นเอง

กลยุทธ์ของ IKEA คือการลงทุนโดยการสร้างพิมพ์เขียวของ “อนาคตที่อยากให้เป็น” ขึ้นมา เป็นการลงทุนเพื่อ “สร้างตลาด” ของตัวเอง

การลงทุนในอนาคตอาจฟังดูเป็นการเพิ่มงาน เพิ่มงบ เเต่บริษัทเล็กสามารถลงทุนในอนาคตได้โดยไม่ต้องใช้งบมหาศาล โดยเปลี่ยนจากการวิจัยใหญ่ๆ มาเป็นการพูดคุยกับลูกค้าโดยตรงเพื่อหาความต้องการที่แท้จริง, สร้างสถานการณ์จำลอง ในตลาดของตนเองเพื่อเตรียมพร้อม, และทำการทดลองเล็กๆ ที่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อเรียนรู้ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ธุรกิจของตัวเองสามารถเป็นผู้นำเทรนด์ และเห็นประตูแห่งโอกาสก่อนคู่แข่ง

บทความโดย : กัณฑ์ฉัตร สมเหมาะ (Future Trend Researcher)

ที่มา


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

RECOMMEND

Health & Well-being x Food Industry
read more
27.03.2026 55

Health & Well-being x Food Industry

เมื่อ “อาหาร” ไม่ได้มีไว้แค่อิ่ม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือดูแลชีวิต ในอดีต การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ มักหมายถึงการลดแคลอรี หรือหลีกเลี่ยงไขมัน แต่ในวันนี้ ผู้บริโภคไม่ได้คิดแค่นั้นอีกต่อไป พวกเขากำลังตั้งคำถามใหม่ว่า “สิ่งที่กินเข้าไป…ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาวได้อย่างไร?” นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ Health & Well-being Economy อย่างเต็มตัว จาก “กินเพื่อไม่ป่วย”  สู่ “กินเพื่อออกแบบชีวิต” ข้อมูลจากรายงาน Health & Well-being Trends 2026  สะท้อนว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราว แต่เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หันมาให้ความสำคัญกับ การป้องกัน (Preventive Health) ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ (Premium for Better Life) มองหาอาหารที่ให้ “ผลลัพธ์เฉพาะด้าน” มากขึ้น ส่งผลให้อาหารไม่ได้เป็นแค่สินค้า แต่กลายเป็น Solution ของชีวิตในแต่ละวัน 4 ทิศทางสำคัญของ Food Industry ที่กำลังเกิดขึ้น 1. Edible Beauty การดูแลความงาม…เริ […]

wellness Sleep Tourism
read more
18.02.2026 333

Sleep Tourism เมื่อการนอนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของมนุษย์ยุคใหม่

เมื่อ “การนอนหลับ” กลายเป็น New Luxury สินค้าที่แพงที่สุดในยุค Burnout  Future Wellness: Sleep Economy กำลังเปลี่ยนนิยามของการพักผ่อน เรากำลังเข้าสู่ยุคที่นิยามของ “การพักผ่อน” เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งใน Sub-sector ที่น่าจับตามองที่สุดคือ Sleep Economy อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “คุณภาพการนอน” โดยตรง คำถามสำคัญคือ ทำไมเรื่อง “นอน” ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก? The Insight: วิกฤตการนอนของคนเมือง เมื่อชีวิตรวนจนร่างกายตามไม่ทัน ปัญหาไม่ใช่แค่ “นอนน้อย” แต่คือภาวะ Social Jetlag  เวลาชีวิตรวนจากการทำงานข้ามเวลา เสพสื่อก่อนนอน และใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาชีวภาพ คนยุคปัจจุบันจึงไม่ได้แค่ “ง่วง” แต่กำลังโหยหา Deep Rest การพักผ่อนที่ฟื้นฟูระบบประสาทจริงๆ การนอนเฉยๆ อยู่บ้าน อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของเทรนด์ Sleep Tourism การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก “Check-in รัวๆ” เป็น “Check-out จากโลกภายนอก” Strategic Shift: เมื่อโรงแรมไม่ได้ขายเตียง แต่ขายการ Hack สมองให้หลับ สำหรับธุรกิจในกลุ่ม Welln […]

read more
26.01.2026 909

Gen Y เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y อายุ 29-44 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ คิดเป็นจำนวน 49.17% เป็นกลุ่มที่สะท้อนภาพ “วันทำงานตัวจริง” อย่างชัดเจนที่สุด พวกเขาเป็นวัยที่ต้องดูแลงาน บ้าน ครอบครัว การเงิน และยังต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไปพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ…พวกเขามี แรงจูงใจจะดูแลสุขภาพสูง แต่ก็มี อุปสรรคหนักที่สุด เช่นกัน Gen Y: เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง — แต่กลับเป็นวัยที่สนใจเทคโนโลยีสุขภาพมากที่สุด Gen Y เป็นกลุ่มที่ “เหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบตัว” มีผลกระทบมากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ให้ความ […]

read more
26.01.2026 692

Gen Baby Boomer วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ”

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Baby Boomer อายุ 60 ปีขึ้นไป คือกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 5.42% ของทั้งหมด 1,200 คน Gen Baby Boomer (60+): วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ” Gen Baby Boomer คือกลุ่มที่ให้คะแนนความสำคัญด้านสุขภาพสูงที่สุดในทุกช่วงวัย นี่คือวัยที่ ตระหนักแล้วว่า เวลาไม่ได้รอใคร และเหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบข้างยิ่ง ตอกย้ำความจำเป็นในการดูแล แต่ในขณะที่ความจำเป็นเพิ่มขึ้น อุปสรรคก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ค่าใช้จ่ายคือกำแพงสูงที่สุด และแม้จะเชื่อในแพทย์มากที่สุด พวกเขาก็พบว่าเสียงจากครอบครัว เว็บไซต์สุขภาพ และโซเช […]

read more
26.01.2026 942

เจาะอินไซต์นักกินไทย 6 สายพันธุ์ | Future Food Trend 2026

นักกินไทยในวันนี้…ไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกันอีกต่อไปBaramizi Lab ได้ศึกษารายงาน Future Food Trend 2026 จากการวิจัยเชิงปริมาณทั่วประเทศกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 820 คน เพื่อทำความเข้าใจความคิด ค่านิยม และทัศนคติด้านการกินของคนไทยยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผลการศึกษาพบว่า นักกินไทยสามารถจำแนกออกเป็น 6 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความสนใจ ค่านิยม และมุมมองต่ออาหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. Comfort-Loyal Eaters นักกินสายผูกพัน ผู้ผ่อนคลายและมีความสุขจากความคุ้นเคย มีสัดส่วน 15.5% กลุ่มนี้มีความสุขกับ “ความรู้สึกขณะกิน” มากกว่าการคำนึงถึงสุขภาพหรือคุณค่าทางสังคม ชอบความคุ้นเคย ความมั่นใจในแบรนด์เดิม และความพึงพอใจที่คาดเดาได้ รู้จักตัวเองดีว่าชอบอะไร มองการกินเป็นทั้งความสุขส่วนตัวและกิจกรรมสังสรรค์ กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในสาวนักศึกษาและคนทำงานอิสระ หรือแม่บ้าน Gen X รายได้ไม่สูงมากนัก คนกรุงเทพฯ หรือคนเหนือ 2. Conscious Epicureans นักกินสายตระหนักรู้ ผู้พิถีพิถันทุกมิติ มีสัดส่วน 18.3% กลุ่มนี้คือ “นักกินผู้มีความพิถีพิถันใส่ใจ” ที่ตัดสินใจเลือกอาหารไม่เพียงแค่เพื่อลิ้มรส แต่เพื่อสอด […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง