Baramizi Lab logo

ทุกคนเคยสงสัยกันไหมคะว่า “สร้างแบรนด์ได้ดี” วัดจากอะไร?

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

ทุกคนเคยสงสัยกันไหมคะว่า “สร้างแบรนด์ได้ดี” วัดจากอะไร?

ทุกคนเคยสงสัยกันไหมคะว่า “สร้างแบรนด์ได้ดี” วัดจากอะไร?

ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา Baramizi Group (ซึ่งประกอบด้วยนักสร้างแบรนด์ และนักวิจัยและพัฒนาแบรนด์) ได้ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพล อัสสะรัตน์ ในการค้นหาคำตอบของคำถามนี้ บนความเชื่อที่ว่า “การสร้างแบรนด์ต้องวัดผลได้”

ซึ่งความ ambitious ของเราคือ ไม่ใช่แค่วัดผลเป็น Index หรือเปอร์เซ็นต์ ที่เป็นเพียงตัวเลขอ้างอิงเท่านั้น แต่ต้อง วัดได้เป็น “มูลค่า” ที่จับต้องได้ในเชิงตัวเงิน
เพราะเมื่อใดก็ตามที่แบรนด์สามารถแปลงค่าเป็นตัวเงินได้ ก็จะทำให้ความเชื่อที่ว่า “แบรนด์คือสินทรัพย์ทางธุรกิจ” พิสูจน์ได้และแพร่หลายได้จริง

ระหว่างการศึกษาวิจัย ก่อนที่จะไปถึงตัวเงินเหล่านั้น คำถามสำคัญที่ต้องตอบให้ได้ ทั้งในเชิงวิชาการและคนทำงานจริง คือ:
“เราจะบอกได้อย่างไรว่าแบรนด์นี้สร้างได้ดี และให้ผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จ”

คำตอบที่เรียบง่าย หลังจากการค้นคว้าทฤษฎีและงานวิจัยจำนวนมาก มีอยู่ 3 ประการด้วยกันค่ะ:

1. แบรนด์ที่ดีจะช่วยขายของได้มากขึ้น

แบรนด์ที่มียอดขายสูงในปัจจุบัน เป็นข้อบ่งชี้เบื้องต้นว่าแบรนด์นั้นมีความแข็งแรง โดยเฉพาะในกรณีที่แบรนด์ขายตรงถึงผู้บริโภค และ ไม่ได้ใช้กลยุทธ์ด้านราคาถูกเป็นหลัก
การที่ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกซื้อแบรนด์นั้น ๆ ย่อมสะท้อนว่าแบรนด์นั้น เป็นที่รู้จัก ได้รับความเชื่อถือ และไว้วางใจ
ดังนั้นยอดขายจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการประเมินมูลค่าแบรนด์

2. แบรนด์ที่ดีจะช่วยขายของได้แพงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การมียอดขายที่มากและมีฐานลูกค้า และผู้รู้จักแบรนด์ที่กว้างขวางไม่ใช่ความสำเร็จรูปแบบเดียวของแบรนด์ยุคนี้ ผลลัพธ์ของการสร้างแบรนด์ในรูปแบบที่ 2 ที่ต้องพิจารณาร่วมกันคือ ลูกค้ายอมจ่ายเพิ่มเพื่อแบรนด์ได้มากกว่าย่อมหมายถึงอิทธิพลของแบรนด์ที่มีต่อการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจได้มากกว่า การวัดอัตราการยอมจ่ายเพิ่มเพื่อแบรนด์ในงานวิจัยด้านการประเมินมูลค่าแบรนด์ด้วย BFV Model เราจะใช้การสำรวจมุมมองของผู้ที่ซื้อหรือสนใจจะซื้อแบรนด์ว่ายินยอมที่จะจ่ายเพิ่มเมื่อเป็นแบรนด์นี้ที่คนชื่นชอบมากน้อยเพียงใด เราเรียก Index ในข้อนี้ว่า Price Premium

และก็เช่นกันว่า กลยุทธ์ที่สร้างแบรนด์ให้เป็นแบรนด์ระดับสูงที่ต้องเอื้อมนิดๆ ให้ได้มาก็เป็นกลยุทธ์ที่ดีแต่ไม่ใช่กลยุทธ์เดียวที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จจึงต้องพิจารณาควบคู่กันกับข้อแรกด้วยซึ่งส่วนใหญ่มักมีโอกาสให้ผลที่สวนทางกันซึ่งก็ไม่แปลกอะไรค่ะ หากเราเป็นนักลงทุนเราก็สามารถเลือกแบรนด์ที่เหมาะกับความสนใจของเราได้เลยว่าจะเน้นแบรนด์ที่ขายของได้มากหรือแบรนด์ที่ขายของได้แพง

นอกจากนี้ การขายของได้มากขึ้นยังมีอีกมิติที่ทีมวิจัยเกณฑ์คำนึงถึงด้วย คือความสามารถในการขายได้เพิ่มในอนาคต ซึ่งเกิดจากการที่แบรนด์สร้างความประทับใจ สร้างความเป็นสาวก (Brand Superfans Index) ได้เป็นอย่างดีแม้ฐานลูกค้าจะยังเล็กอยู่ในปัจจุบันก็อาจบ่งชี้ได้ว่าหากมีการขยับขยายการลงทุนและเติบโตทางช่องทางการขายได้ในอนาคตก็จะนำไปสู่การขายของได้มากตามหลักการในข้อ 1 ได้ตามมานั่นเอง ในสูตรของการประเมินมูลค่าแบรนด์แห่งอนาคตของ Baramizi Group จะให้น้ำหนักกับอัตราความแข็งแรงส่วนนี้ในการคาดการณ์โอกาสเติบโตในอนาคตด้วย

3. แบรนด์ที่ดีจะช่วยให้ต้นทุนในการได้มาซึ่งทุนสำหรับธุรกิจที่ถูกลง

ในการบริหารธุรกิจหลายครั้งผู้บริหารต้องเพิ่มทุนทั้งเพื่อใช้งานในระยะสั้น หรือเพื่อการลงทุนในระยะยาว การเพิ่มทุนจากแหล่งเงินทุนต่างๆ ที่ไม่ใช่ใช้เงินของตนเองย่อมมีต้นทุนเกิดขึ้น เช่น ดอกเบี้ย การระดมทุนจากตลาดทุน เป็นต้น ซึ่งผู้วิจัยก็พบว่าแบรนด์ที่ดี มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่รู้จักและให้การยอมรับในวงกว้างก็ส่งผลให้มีต้นทุนเหล่านี้ที่ต่ำกว่าธุรกิจที่ไม่มีแบรนด์ ซึ่งตัวเลขที่ให้ความหมายใกล้เคียงพลลัพธ์ข้อนี้เราได้ใช้ตัวเลขทางการเงินอย่าง WACC (Weighted Average Cost of Capital) ต้นทุนเฉลี่ยของกิจการ มาเป็นตัวบ่งชี้ความเร็งแรงในข้อนี้

เป็นอย่างไรบ้างคะ?
หากแบรนด์สามารถสร้างผลลัพธ์ทั้ง 3 ข้อนี้ได้
คุณผู้อ่านน่าจะเริ่มเห็นแล้วว่าแบรนด์ที่ดีนั้น สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจได้จริง

และผลลัพธ์ทั้ง 3 ด้านนี้ควรเป็นทั้ง
✅ “เป้าหมาย” ของการกำหนดกลยุทธ์
และ
✅ “ตัวชี้วัด” ความสำเร็จของการสร้างแบรนด์
เพราะมันควรเป็นเรื่องเดียวกัน

ส่วนเรื่องของ การคำนวณมูลค่าแบรนด์จากทั้ง 3 ตัวชี้วัดนี้อย่างไร
ไว้มีโอกาสจะมาชวนคุยกันต่อนะคะ

บทความโดย : ปรมา ทิพย์ธนทรัพย์ (Baramizi Lab Director)


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นวัดสุขภาพแบรนด์ของคุณวันนี้

📌 นัดดู Demo หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ:
คุณไนซ์ ยศวดี ถาวรกูล
📞 โทร. 094-528-3047
📧 อีเมล: [email protected]

RECOMMEND

Health & Well-being x Food Industry
read more
27.03.2026 52

Health & Well-being x Food Industry

เมื่อ “อาหาร” ไม่ได้มีไว้แค่อิ่ม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือดูแลชีวิต ในอดีต การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ มักหมายถึงการลดแคลอรี หรือหลีกเลี่ยงไขมัน แต่ในวันนี้ ผู้บริโภคไม่ได้คิดแค่นั้นอีกต่อไป พวกเขากำลังตั้งคำถามใหม่ว่า “สิ่งที่กินเข้าไป…ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาวได้อย่างไร?” นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ Health & Well-being Economy อย่างเต็มตัว จาก “กินเพื่อไม่ป่วย”  สู่ “กินเพื่อออกแบบชีวิต” ข้อมูลจากรายงาน Health & Well-being Trends 2026  สะท้อนว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราว แต่เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หันมาให้ความสำคัญกับ การป้องกัน (Preventive Health) ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ (Premium for Better Life) มองหาอาหารที่ให้ “ผลลัพธ์เฉพาะด้าน” มากขึ้น ส่งผลให้อาหารไม่ได้เป็นแค่สินค้า แต่กลายเป็น Solution ของชีวิตในแต่ละวัน 4 ทิศทางสำคัญของ Food Industry ที่กำลังเกิดขึ้น 1. Edible Beauty การดูแลความงาม…เริ […]

wellness Sleep Tourism
read more
18.02.2026 332

Sleep Tourism เมื่อการนอนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของมนุษย์ยุคใหม่

เมื่อ “การนอนหลับ” กลายเป็น New Luxury สินค้าที่แพงที่สุดในยุค Burnout  Future Wellness: Sleep Economy กำลังเปลี่ยนนิยามของการพักผ่อน เรากำลังเข้าสู่ยุคที่นิยามของ “การพักผ่อน” เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งใน Sub-sector ที่น่าจับตามองที่สุดคือ Sleep Economy อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “คุณภาพการนอน” โดยตรง คำถามสำคัญคือ ทำไมเรื่อง “นอน” ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก? The Insight: วิกฤตการนอนของคนเมือง เมื่อชีวิตรวนจนร่างกายตามไม่ทัน ปัญหาไม่ใช่แค่ “นอนน้อย” แต่คือภาวะ Social Jetlag  เวลาชีวิตรวนจากการทำงานข้ามเวลา เสพสื่อก่อนนอน และใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาชีวภาพ คนยุคปัจจุบันจึงไม่ได้แค่ “ง่วง” แต่กำลังโหยหา Deep Rest การพักผ่อนที่ฟื้นฟูระบบประสาทจริงๆ การนอนเฉยๆ อยู่บ้าน อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของเทรนด์ Sleep Tourism การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก “Check-in รัวๆ” เป็น “Check-out จากโลกภายนอก” Strategic Shift: เมื่อโรงแรมไม่ได้ขายเตียง แต่ขายการ Hack สมองให้หลับ สำหรับธุรกิจในกลุ่ม Welln […]

read more
26.01.2026 909

Gen Y เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y อายุ 29-44 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ คิดเป็นจำนวน 49.17% เป็นกลุ่มที่สะท้อนภาพ “วันทำงานตัวจริง” อย่างชัดเจนที่สุด พวกเขาเป็นวัยที่ต้องดูแลงาน บ้าน ครอบครัว การเงิน และยังต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไปพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ…พวกเขามี แรงจูงใจจะดูแลสุขภาพสูง แต่ก็มี อุปสรรคหนักที่สุด เช่นกัน Gen Y: เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง — แต่กลับเป็นวัยที่สนใจเทคโนโลยีสุขภาพมากที่สุด Gen Y เป็นกลุ่มที่ “เหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบตัว” มีผลกระทบมากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ให้ความ […]

read more
26.01.2026 691

Gen Baby Boomer วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ”

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Baby Boomer อายุ 60 ปีขึ้นไป คือกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 5.42% ของทั้งหมด 1,200 คน Gen Baby Boomer (60+): วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ” Gen Baby Boomer คือกลุ่มที่ให้คะแนนความสำคัญด้านสุขภาพสูงที่สุดในทุกช่วงวัย นี่คือวัยที่ ตระหนักแล้วว่า เวลาไม่ได้รอใคร และเหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบข้างยิ่ง ตอกย้ำความจำเป็นในการดูแล แต่ในขณะที่ความจำเป็นเพิ่มขึ้น อุปสรรคก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ค่าใช้จ่ายคือกำแพงสูงที่สุด และแม้จะเชื่อในแพทย์มากที่สุด พวกเขาก็พบว่าเสียงจากครอบครัว เว็บไซต์สุขภาพ และโซเช […]

read more
26.01.2026 938

เจาะอินไซต์นักกินไทย 6 สายพันธุ์ | Future Food Trend 2026

นักกินไทยในวันนี้…ไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกันอีกต่อไปBaramizi Lab ได้ศึกษารายงาน Future Food Trend 2026 จากการวิจัยเชิงปริมาณทั่วประเทศกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 820 คน เพื่อทำความเข้าใจความคิด ค่านิยม และทัศนคติด้านการกินของคนไทยยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผลการศึกษาพบว่า นักกินไทยสามารถจำแนกออกเป็น 6 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความสนใจ ค่านิยม และมุมมองต่ออาหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. Comfort-Loyal Eaters นักกินสายผูกพัน ผู้ผ่อนคลายและมีความสุขจากความคุ้นเคย มีสัดส่วน 15.5% กลุ่มนี้มีความสุขกับ “ความรู้สึกขณะกิน” มากกว่าการคำนึงถึงสุขภาพหรือคุณค่าทางสังคม ชอบความคุ้นเคย ความมั่นใจในแบรนด์เดิม และความพึงพอใจที่คาดเดาได้ รู้จักตัวเองดีว่าชอบอะไร มองการกินเป็นทั้งความสุขส่วนตัวและกิจกรรมสังสรรค์ กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในสาวนักศึกษาและคนทำงานอิสระ หรือแม่บ้าน Gen X รายได้ไม่สูงมากนัก คนกรุงเทพฯ หรือคนเหนือ 2. Conscious Epicureans นักกินสายตระหนักรู้ ผู้พิถีพิถันทุกมิติ มีสัดส่วน 18.3% กลุ่มนี้คือ “นักกินผู้มีความพิถีพิถันใส่ใจ” ที่ตัดสินใจเลือกอาหารไม่เพียงแค่เพื่อลิ้มรส แต่เพื่อสอด […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง