Baramizi Lab logo

Longevity Economy คือทางรอดเดียวและเป็นไฟต์บังคับ

Longevity Economy คือทางรอดเดียวและเป็นไฟต์บังคับ

เชื่อว่าทุกวันนี้ทุกคนคงเห็นตรงกันแล้วว่า Longevity Trends มาจริง ไม่ใช้กระแสที่มาแล้วไป แต่ได้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Run Club, Hirox, Pilates, Plant-Based & Flexitarian, IF (Intermittent Fasting) จากเดิมที่คนที่ออกกำลังกาย เล่นกีฬา เป็นคนกลุ่มน้อย ทุกวันนี้คนไทย Adope เทรนด์นี้จนเป็นกระแสหลัก (Majority State) ไปเรียบร้อย มองในภาพย่อย คนของเราจะมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่เมื่อมองในภาพใหญ่น่าสนใจว่าเทรนด์นี้ส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขจาก Global Wellness Institute บอกไว้ว่าจากข้อมูลในปี 2024 Thailand Wellness Economy มีมูลค่า 42.7 พันล้าน$ ติดอันดับ Global Rank อยู่อันดับที่ 24 จากทั้งหมด 218 ประเทศทั่วโลก และอยู่อันดับ 9 จาก 45 ประเทศ ในระดับ Asia Pacific และเมื่อเจาะเข้าไปใน Wellness Tourism มีมูลค่าถึง 14.5$ พันล้าน$ สูงที่สุดในในบรรดาอุตสาหกรรมย่อยของ Wellness Economy

ตัวเลขเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทย ปี 2024 โดย Global Wellnwss Institute

 

ในงาน MATICHON EXCLUSIVE MEETING : NEW TOURISM NEW ECONOMY ‘เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย’” ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสวนาในหัวข้อ Longevity Economy : โอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย ครอบคลุมทั้งประเด็นโลกสูงวัยกับการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก, Wellness Economy และ Medical Tourism, Service Economy

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ได้ร่วมเสวนาและนำเสนอมุมมองเชิงลึกว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ “ทางรอดเดียวและเป็นไฟท์บังคับ” ของประเทศในการขับเคลื่อนและแก้ปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว จากการเสวนาสามารถสรุปประเด็นต่างๆ ได้ดังนี้

📍1. วิกฤตโครงสร้างประชากรและสังคมสูงวัยขั้นสุด

การแก่ตัวอย่างก้าวกระโดด: ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็วมาก โดยในช่วงต้นศตวรรษ (ปี 2000) ไทยมีผู้สูงอายุเพียง 5.7 ล้านคน แต่ปัจจุบันพุ่งสูงถึง 14.5 ล้านคน และคาดว่าจะเข้าใกล้ 20 ล้านคนภายในอีก 15 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันประชากรไทยโดยรวมเริ่มลดลงแล้ว และคาดว่าจะลดลงจนเหลือเพียง 64 ล้านคนในปี 2040

วิกฤตวัยทำงานแบกรับคนชรา: อัตราการพึ่งพาของผู้สูงอายุ (Old Age Dependency) น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง จากอดีตปี 2000 ที่มีคนวัยทำงาน 7.07 คนดูแลผู้สูงอายุ 1 คน ปัจจุบันลดลงมาเหลือประมาณ 3.5 คน และในปี 2050 คาดว่าจะดิ่งลงเหลือเพียง 1.81 คนต่อ 1 คนเท่านั้น

📍2. ภาระงบประมาณสาธารณสุขของประเทศที่โตแซง GDP

ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในระบบสวัสดิการของรัฐขยายตัวเร็วมาก โดยงบบัตรทองเติบโตเฉลี่ยปีละ 6% และงบของข้าราชการโตเฉลี่ย 5.5% ต่อปี ในขณะที่ GDP ของประเทศเติบโตเฉลี่ยเพียง 2-3% เท่านั้น ที่น่าตกใจคือข้อมูลวิจัยพบว่า งบประมาณบัตรทองถึง 50% ถูกใช้ไปกับกลุ่มผู้ป่วยที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดเพียง 5% เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ (เกินครึ่งอายุมากกว่า 60 ปี) ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังหลายโรคพร้อมๆ กัน (Co-morbidities)

📍3. ทางรอดเศรษฐกิจใหม่เมื่อภาคการผลิตชะลอตัว

เครื่องยนต์เดิมอย่างภาคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม (Manufacturing) ที่เคยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอดีต กำลังชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วและแทบไม่เติบโตเลยนับตั้งแต่หลังสถานการณ์โควิด-19 ภาคบริการและการท่องเที่ยว (Services & Tourism) คือความหวังเดียวที่มีขนาดใหญ่พอจะทดแทนภาคการผลิตได้ โดยข้อมูลก่อนโควิดพบว่าสัดส่วนการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อมสูงถึง 22.99% ของ GDP หากไทยบูรณาการการท่องเที่ยวเข้ากับ Wellness Economy (ซึ่งสถาบัน GWI ประเมินว่าตลาดของไทยมีมูลค่ากว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 7.6% ของ GDP ทั่วโลก) จะทำให้ภาคส่วนนี้มีขนาดใหญ่ถึง 30-40% ของ GDP และก้าวขึ้นมาเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

📍4. “สองด้านของเหรียญ” ความท้าทายเรื่องสุขภาพและการเงินของคนไทย

แม้เราต้องการทำตลาดให้ต่างชาติเข้ามาใช้บริการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่ความเป็นจริงคือ ผู้สูงอายุไทยในประเทศเกินครึ่งหนึ่งกำลังเผชิญปัญหาความยากจน สะท้อนจากการมีผู้สูงอายุสมัครรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) มากถึง 7 ล้านคน จากทั้งหมด 14 ล้านคน

ดังนั้น การสร้าง Longevity Economy จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาของคนไทยไปพร้อมๆ กัน ด้วยการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีเพื่อลดภาระค่ารักษาพยาบาลของรัฐ และเพิ่มโอกาสในการทำงานและสร้างรายได้

ดร.ศุภวุฒิได้ข้อเสนอเชิงนโยบาย 4 ข้อเพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย

1. เน้นคุณภาพชีวิตมากกว่าปริมาณ: ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวที่ต่อยอดและยกระดับคุณภาพชีวิต มากกว่าเน้นจำนวนนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณ

2.ความปลอดภัยเป็นเลิศ: สร้างภาพลักษณ์ความปลอดภัยทางกายภาพ และปกป้องนักท่องเที่ยวไม่ให้โดนเอาเปรียบหรือคดโกง เพื่อให้เกิดการบอกต่อปากต่อปาก

3.รัฐต้องเปลี่ยนบทบาทจาก Regulator เป็น Facilitator: โดยเปิดเสรี ตลาด อำนวยความสะดวกให้เอกชน เช่น การพิจารณาอนุมัติผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพของ อย. หรือลดหย่อนภาษีนำเข้าวัตถุดิบทางเกษตรที่มีประโยชน์

4.ใช้ระบบค่าบริการต่างชาติมาพยุงคนไทย (Cross-Subsidization): หากเปิดเป็น Medical Hub สำเร็จ ต้องมีกลไกเก็บค่าบริการที่เหมาะสมจากต่างชาติเพื่อนำมาชดเชยระบบรักษาสุขภาพของคนไทย ไม่ให้เกิดการแย่งชิงบุคลากรและทรัพยากรทางการแพทย์ไปจากคนในประเทศ

นอกจากนี้ ดร.ศุภวุฒิ เสนอแนวคิดการมองธุรกิจด้านนี้ในแบบ “เริ่มจากขั้วความต้องการของมนุษย์ (Human-centric)” คือให้เริ่มถามว่า มนุษย์เราต้องการอะไรเมื่อแก่ตัวลง ซึ่งคำตอบหลักๆ คือ การนอนหลับที่ดี การกินอาหารที่ดี สุขภาพจิตที่แจ่มใส และการป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย (Prevention) แล้วจึงค่อยคิดโปรแกรมหรือบริการออกมาตอบโจทย์ ดีกว่าการไปตั้งต้นมองว่าจะทำร้านสปาหรือร้านนวดเพื่อสุขภาพ

กัปดักอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพคือคนเข้าใจว่าสินค้าและบริการที่ดีต่อสุขภาพมักมีราคาสูง แต่ ดร.ศุภวุฒิ เผยว่าตนเองกำลังจะอายุแตะ 70 ปี แต่มีสุขภาพและสรีระที่แข็งแรงเหมือนคนหนุ่ม โดยมีกฎเหล็กที่ทำทุกวันง่ายๆ โดยอาจไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง คือ:

  • กินเท่าไหร่ออกกำลังกายเท่านั้น: กินอาหารวันละกี่นาที ก็ขอให้ออกกำลังกายอย่างน้อยเท่าจำนวนนาทีนั้น
  • ควบคุมพุง: ดูแลให้ขนาดรอบเอวไม่เกินครึ่งหนึ่งของความสูงของตัวเอง
  • กินอาหาร 2 มื้อ: ปรับตัวมากินอาหารวันละ 2 มื้อ (แทน 3 มื้อ) ซึ่งช่วยลดทั้งรายจ่ายและมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ศูนย์วิจัยเทรนด์และกลยุทธ์แห่งอนาคต บารามีซี่ แล็บ ให้ความสำคัญกับเรื่อง Longevity Trends มาอย่างต่อเนื่อง วาระสุขภาพสอดแทรกอยู่ในอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ และเราได้ทำงานวิจัยเทรนด์เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพออกมาหลายฉบับ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ “เข้าใจสุขภาพคนไทย 5 Gen เพื่อวางกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ” และในปีนี้เราอยู่ในระหว่างการจัดทำ Longevity Transformation Playbook 2027 คู่มือที่จะทำให้ภาคเอกชนมีเครื่องมือในการขับเคลื่อนสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพโดยเข้าใจกลุ่มเป้าหมายคนไทยอย่างลึกซึ้ง

เราเชื่อมั่นว่า Longevity Trends จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่ช่วยให้คนอายุยืน ลดป่วย ลดค่ารักษาพยาบาล มี Health Span (ระยะช่วงอายุที่มีสุขภาพดี ไม่ใช่ช่วงอายุปกติที่อายุยืนแต่สุขภาพไม่ดี) ที่ยาวนาน และในภาพใหญ่ Longevity Economy จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมส์ที่ช่วยสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับประเทศไทย สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ Wellness Tourism ที่เป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย ส่งเสริมให้ไทยเป็น High Value Added Destination ที่ช่วยดึงนักเที่ยวคุณภาพให้มาเที่ยวไทยมากกว่าเดิม.

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ

RECOMMEND

read more
26.08.2026 12

Longevity Economy คือทางรอดเดียวและเป็นไฟต์บังคับ

เชื่อว่าทุกวันนี้ทุกคนคงเห็นตรงกันแล้วว่า Longevity Trends มาจริง ไม่ใช้กระแสที่มาแล้วไป แต่ได้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Run Club, Hirox, Pilates, Plant-Based & Flexitarian, IF (Intermittent Fasting) จากเดิมที่คนที่ออกกำลังกาย เล่นกีฬา เป็นคนกลุ่มน้อย ทุกวันนี้คนไทย Adope เทรนด์นี้จนเป็นกระแสหลัก (Majority State) ไปเรียบร้อย มองในภาพย่อย คนของเราจะมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่เมื่อมองในภาพใหญ่น่าสนใจว่าเทรนด์นี้ส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขจาก Global Wellness Institute บอกไว้ว่าจากข้อมูลในปี 2024 Thailand Wellness Economy มีมูลค่า 42.7 พันล้าน$ ติดอันดับ Global Rank อยู่อันดับที่ 24 จากทั้งหมด 218 ประเทศทั่วโลก และอยู่อันดับ 9 จาก 45 ประเทศ ในระดับ Asia Pacific และเมื่อเจาะเข้าไปใน Wellness Tourism มีมูลค่าถึง 14.5$ พันล้าน$ สูงที่สุดในในบรรดาอุตสาหกรรมย่อยของ Wellness Economy ตัวเลขเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทย ปี 2024 โดย Global Wellnwss Institute   ในงาน MATICHON EXCLUSIVE MEETING : NEW TOURISM NEW ECONOMY ‘เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ […]

read more
18.05.2026 872

อนาคตตลาด Software โลกเปลี่ยนไปแค่ไหน และแอปแบบไหนที่กำลังจะตาย?

คนทำธุรกิจหรือผู้บริหาร เราหมดเงินไปเท่าไหร่แล้วกับการซื้อซอฟต์แวร์ที่เซลส์บอกว่า “ดีที่สุด” แต่สุดท้ายพนักงานกลับไม่อยากใช้ เพราะมันยุ่งยาก ซับซ้อน และเพิ่มภาระมากกว่าจะช่วยลดงาน? วันนี้ตลาดซอฟต์แวร์ทั่วโลกกำลังก้าวผ่านจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เรากำลังโบกมือลาซอฟต์แวร์ที่เป็นแค่ “เครื่องมือรับคำสั่ง” และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่คิดแทนและทำงานล่วงหน้าให้เราได้ คอลัมน์ สาระ Trend ย่อยง่าย วันนี้ จะพาคุณไปเจาะลึกว่า อนาคตของเทคโนโลยีนี้จะเดินไปทางไหน และซอฟต์แวร์แบบไหนที่จะสูญพันธุ์ไปจากตลาดในเร็วๆ ภาพรวม: ตลาด Software ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทิศทางของเทคโนโลยีต่อจากนี้ จะไม่ได้แข่งกันที่ว่าใครมีฟีเจอร์เยอะกว่ากัน แต่แข่งกันที่ “ความฉลาดและเข้าถึงง่าย” โดยมี 3 เทรนด์หลักที่จะเข้ามาเปลี่ยนเกม: AI-First Software: ต่อจากนี้ AI จะไม่ใช่แค่ปุ่มกดหรือ “ลูกเล่นเสริม” อีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นแกนกลางของระบบ ซอฟต์แวร์จะสามารถเดาใจเราได้ว่าเราต้องการข้อมูลอะไร และจัดการสรุปมาให้ก่อนที่เราจะเอ่ยปากถามเสียอีก ยุคของ Citizen Dev […]

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027
read more
24.04.2026 2,590

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027

ถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์เวลเนสไทย ปี 2026 การดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเทคโนโลยีที่สร้างความกดดัน ไปสู่ยุคของการแสวงหาสมดุลและการฟื้นฟูร่างกายจากพื้นฐาน มาทำความเข้าใจInsightผู้บริโภคยุคใหม่และMega Trendด์ที่จะกำหนดทิศทางตลาดกันครับ 2 อินไซต์พฤติกรรมสุขภาพยุคใหม่ 1. Health is the New Wealth (สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว) ผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อป่วย เป็นการลงทุนกับสุขภาพระยะยาว กว่าครึ่งของผู้บริโภคตั้งงบดูแลสุขภาพไว้ที่ 1,000–3,000 บาทต่อเดือน โดย 72% ให้ความสำคัญกับสุขภาพองค์รวมมากกว่าความงามภายนอก เรื่องที่คนกังวลสูงสุดคือ การควบคุมน้ำหนัก การเสริมภูมิคุ้มกัน การนอนหลับ สุขภาพจิต และระบบขับถ่าย 2. Value-Driven & Evidence-Based (เน้นความคุ้มค่าและต้องมีหลักฐาน) แม้เศรษฐกิจจะตึงตัว แต่คนไทยไม่ยอมลดสเปกเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าสุขภาพ ผู้บริโภคยุคนี้คือ “Value Hackers” ที่ไม่เน้นของถูกที่สุด แต่เน้นของที่ส่วนผสมโปร่งใส (Clean Label) และพิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริง แบรนด์ไม่สามารถใช้การโฆษณาเกินจริงได้อีกต่อไป แต่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสต […]

Business Foresight 2035
read more
08.04.2026 767

Business Foresight 2035: เมื่อองค์กรมี Data มากขึ้น แต่กลับตัดสินใจยากขึ้น

วันนี้หลายองค์กรไม่ได้ขาดข้อมูล แต่กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่คือ “มองอนาคตไม่ตรงกัน” แม้แต่ละแผนกจะมีความเชี่ยวชาญของตัวเอง แต่เมื่อพูดถึงการวางกลยุทธ์ระยะยาว กลับมีมุมมองที่แตกต่างกัน ทำให้การตัดสินใจยิ่งซับซ้อนขึ้น ทำไมองค์กรยุคนี้ต้องมอง “เทรนด์ธุรกิจอนาคต” ให้ชัดขึ้น ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็ว “เทรนด์” ไม่ใช่แค่เรื่องของการตลาด แต่กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางของ โมเดลธุรกิจ ประสบการณ์ลูกค้า และโอกาสใหม่ในอนาคต คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ องค์กรรู้ว่าเทรนด์คืออะไร แต่คือ องค์กรสามารถ “ใช้เทรนด์เพื่อตัดสินใจ” ได้หรือไม่ Business Foresight 2035: Workshop เทรนด์เพื่อผู้บริหาร โครงการ Business Foresight 2035 เป็น workshop เทรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้บริหาร มองเห็นภาพอนาคตในระยะ 5–10 ปี โดย Baramizi Lab ได้ร่วมออกแบบและจัด Workshop นี้ ร่วมกับทีมผู้บริหารของ IMPACT Exhibition Management Co., Ltd. ที่เน้นการแลกเปลี่ยน มากกว่าการบรรยาย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 Insight จาก Workshop: ทำไมองค์กรยังใช้ Data ไม่ได้เต็มที่ จากการทำ workshop ผู้บริหาร พบความท้าทายสำคัญที่หลายองค์กรเผชิญ ได้แก […]

Health & Well-being x Food Industry
read more
27.03.2026 710

Health & Well-being x Food Industry

เมื่อ “อาหาร” ไม่ได้มีไว้แค่อิ่ม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือดูแลชีวิต ในอดีต การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ มักหมายถึงการลดแคลอรี หรือหลีกเลี่ยงไขมัน แต่ในวันนี้ ผู้บริโภคไม่ได้คิดแค่นั้นอีกต่อไป พวกเขากำลังตั้งคำถามใหม่ว่า “สิ่งที่กินเข้าไป…ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาวได้อย่างไร?” นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ Health & Well-being Economy อย่างเต็มตัว จาก “กินเพื่อไม่ป่วย”  สู่ “กินเพื่อออกแบบชีวิต” ข้อมูลจากรายงาน Health & Well-being Trends 2026  สะท้อนว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราว แต่เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หันมาให้ความสำคัญกับ การป้องกัน (Preventive Health) ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ (Premium for Better Life) มองหาอาหารที่ให้ “ผลลัพธ์เฉพาะด้าน” มากขึ้น ส่งผลให้อาหารไม่ได้เป็นแค่สินค้า แต่กลายเป็น Solution ของชีวิตในแต่ละวัน 4 ทิศทางสำคัญของ Food Industry ที่กำลังเกิดขึ้น 1. Edible Beauty การดูแลความงาม…เริ […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง