Baramizi Lab logo

Brand Future Scenario เครื่องมือพิฆาตความในใจของลูกค้าที่ได้ผลชะงัด

Brand Future Scenario
11
07.2025
view
183
SHARE

Brand Future Scenario เครื่องมือพิฆาตความในใจของลูกค้าที่ได้ผลชะงัด

ฉากทัศน์อนาคต หรือ Brand Future Scenario คือเครื่องมือ Magic ของกระบวนการวิจัยที่จะช่วยไขความลับความในใจของลูกค้าเป้าหมาย

ในระหว่างการบริหารธุรกิจ บริหารกลยุทธ์การตลาด ใครเคยรู้สึกติดๆ รู้สึกอยากได้เครื่องมือที่ล้วงเข้าไปในหัวใจของลูกค้าเป้าหมาย อยากสอบถามพวกเขาจังเลยว่าทำไมถึงทำพฤติกรรมอย่างนี้ไม่ทำอีกแบบนึง แล้วถ้าเราจะเสนออะไรใหม่ๆ จะให้เสนออะไรดีถึงจะหันกลับมาสนใจ

ยิ่งคิดก็ยิ่งคันหัวใจ ใครจะมาหาคำตอบให้ได้กันนะ แล้วจะหายังไงถึงจะล้วงเข้าไปถึงความในใจลึกๆ ของพวกเขาได้ วันนี้เราจะมาเฉลยหนึ่งในเครื่องมือพิฆาตสำหรับล้วงลึกความในใจของลูกค้าที่ชื่อว่า Brand Future Scenario กันค่ะ

ต่อเนื่องจากบทความฉบับที่แล้ว ที่ได้เล่าสู่กันฟังถึงกระบวนการวิจัยที่เรียกว่า Future Lab Research Methodology ซึ่งเป็นกระบวนการวิจัยที่เน้นการค้นหา “Unmet Needs” หรือความต้องการที่ซ่อนเร้น ความในใจของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งหนึ่งในหัวใจสำคัญคือ การเข้าใจและมีสมมติฐานของปัญหา และมองเห็นโอกาสในการเสนอทางออกที่เป็นไปได้หลายๆ ทาง เจ้าเนื้องานของการมองเห็นโอกาสในการเสนอทางออกที่เป็นไปได้หลายๆ ทางนี่แหละ เราเรียกขั้นตอนนี้ว่า Brand Future Scenario Creation (ขั้นตอนการสร้างสรรค์ฉากทัศน์แห่งอนาคตของแบรนด์

Future Lab Research Methodology

ภาพ Future Lab Research Methodology

อ่านบทความ Future Lab Research: ถอดรหัสความในใจลูกค้า เพื่อธุรกิจที่ชนะในอนาคต

Brand Future Scenario คือ

ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ในอนาคตของแบรนด์ หรือคือ ไอเดียแก้ปัญหาที่น่าสนใจ ที่เราอยากได้ทดลองขายกับกลุ่มตัวอย่าง

ฉากทัศน์อนาคต เป็นได้มากกว่าแค่คอนเซปต์ของแบรนด์ ขึ้นอยู่กับโจทย์งานวิจัยที่เรากำลังค้นหา เช่น

  • ถ้าเราค้นหากลยุทธ์ Brand Transformation → ฉากทัศน์ก็ต้องเป็น ตัวตนของแบรนด์ในอนาคต

  • ถ้าเราค้นหา New Product Development → ฉากทัศน์ก็จะต้องเป็น เรื่องราวไอเดียของสินค้าใหม่

หรือถ้าเป็นการพัฒนา…

  • Service Design

  • Digital Platform

  • Retail Experience

  • Marketing Campaign

อยากจะค้นหาคำตอบเรื่องอะไร เราก็ต้องสร้าง ฉากทัศน์แห่งอนาคตของเรื่องนั้น ค่ะ

เดี๋ยวนี้ธุรกิจบางรายก็ใช้วิธีการนี้กับโจทย์ของการหา New Revenue Model และ New Innovation
การหาวิธีการเอา Innovation ใหม่เข้าตลาด ก็เป็นโจทย์ที่มีมาให้ท้าทายพวกเราอยู่เรื่อยเหมือนกันนะคะ

แล้วฉากทัศน์นี้หน้าตาเป็นยังไง?

ฉากทัศน์อนาคต มาในรูปแบบของ Core Idea ที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมาว่า น่าจะเป็น Solution ในเรื่องนั้นๆ
ในอนาคตที่น่าสนใจและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

เมื่อคิดตรงนี้ได้อย่างพอใจและมั่นใจแล้ว
ไอเดียเหล่านั้น จึงจะถูกแปรสภาพเป็น เครื่องมือวิจัย Future Lab Research Tools
ที่มีรูปแบบที่หลากหลาย เลือกใช้ได้แบบไม่จำกัด โดยยึด โจทย์ และยึด คาแรกเตอร์ของกลุ่มเป้าหมาย เป็นศูนย์กลาง

Brand Future Scenario ที่ออกมาในรูปแบบ Research Tools มีหน้าตาอย่างไรบ้าง?

ตัวไฮไลท์สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยจะมี 2 ตัวค่ะ คือ

[1] Collage Map

คลังภาพที่ซ่อนไอเดีย New Solution ที่เราอยากจะทดสอบเอาไว้ ให้กลุ่มเป้าหมาย Shopping สร้างสรรค์เป็น Ideal Brand หรือ แบรนด์ในอุดมคติของพวกเขา

Collage Map

ภาพตัวอย่าง Collage Map

[2] Brand Future Scenario Storyboard

บอร์ดภาพประกอบคำอธิบายแนวคิดที่เราอยากจะขายไอเดีย

Brand Future Scenario Storyboard

ภาพตัวอย่าง Brand Future Scenario Storyboard

2 ตัวนี้ประกบคู่กัน จะทำให้ได้ทั้ง ไอเดียเปิดกว้าง และ ข้อมูลปลายปิด เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ เติมคำในช่องว่างด้วยตัวเอง และ เลือกอย่างชัดเจน ทำให้เราตีความผลได้กระจ่างชัดมากยิ่งขึ้นค่ะ

และยังมีเครื่องมือวิจัยอีกมากมาย เช่น…

  • Model Box ใช้สร้างบ้านในอุดมคติ (กรณีศึกษา: ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต)

  • A-B Test เพื่อตัดตัวเลือกและหาน้ำหนักของความสนใจ

  • VDO Present เพื่อเล่าเรื่องราวให้จับต้องได้

การจะเลือกใช้เครื่องมืออะไรดีนั้น
นักวิจัยจะมอง วัตถุประสงค์ และ ผลลัพธ์ที่ต้องการ เป็นตัวตั้ง
และออกแบบวิธีการที่จะได้มาซึ่งคำตอบเหล่านั้นอีกที

หลายครั้งก็อาจจะได้เครื่องมือแนวคิดใหม่ขึ้นมา เพราะมันเหมาะสมกับโจทย์และกลุ่มเป้าหมายมากกว่า
เราพอใจที่จะเปิดกว้างให้ทีมวิจัยได้ใส่ความคิดสร้างสรรค์ และอินไปกับกลุ่มเป้าหมายของพวกเขากันค่ะ

เครื่องมือ Brand Future Scenario Storyboard ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

องค์ประกอบสำคัญของมันคือ:

  1. ชื่อของแนวคิด

  2. Caption บรรยายคุณลักษณะของแนวคิดนั้น

  3. Keywords กำกับ Mood and Tone (Optional)

  4. Execution Idea ที่ถ่ายทอดแนวคิดลงไปยังประสบการณ์ของแบรนด์ เช่น

    • ประสบการณ์ด้านสินค้า

    • ประสบการณ์ด้านการบริการ

    • ประสบการณ์ด้านบรรยากาศ

    • ประสบการณ์ด้านการสื่อสาร

Execution Idea

เท่านี้เป็นอันครบถ้วน ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการ เจาะ Insight ล้วงความในใจลูกค้า ได้แล้ว

💡 Tips: ต้องตรวจสอบน้ำหนักให้ชัดว่า “ไม่มีฉากทัศน์ไหนมีน้ำหนักมากกว่าอีกอัน” ไม่อย่างนั้นจะสร้าง Bias ให้กับผลลัพธ์โดยไม่รู้ตัวค่ะ

ต่อไปนี้เราจะมาชวนทุกคนร่วมมีส่วนร่วมกับการเลือกฉากทัศน์อนาคตของ Ideal Brand ที่จะทำให้คุณสนใจได้มากที่สุดกันร่วมกันนะคะ รอติดตามคอนเทนต์ชุด Brand Future Scenario Tools ได้เลย!

ทำไมต้อง Brand Future Scenario Tools?

เพราะ…

  • ลูกค้า เอ่ยสิ่งที่ตัวเองไม่เคยเห็นไม่ได้

  • และ ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขาที่จะคิดอะไรใหม่ๆ

ดังนั้น ถ้าเราไปถามพวกเขาตรงๆ ว่าอยากได้อะไร เราก็หวังอะไรใหม่ๆ จากพวกเขาไม่ได้มากนัก

เราต้อง ตั้งหลักให้แน่ใจว่า… มันเป็นหน้าที่ของฝั่งเรา ฝั่งนักคิด นักสร้าง นักพัฒนา ที่จะรังสรรค์อะไรใหม่ๆ ออกมา เพื่อผลักดันการใช้ชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้นและก้าวไปข้างหน้าเสมอ

เพราะธุรกิจยุคใหม่ ต้องมี Core Competency

คือ การสามารถประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมได้ด้วยตัวเราเอง หมดยุคที่เราจะเพียง ซื้อมาขายไป หรือ ขายแต่ของที่เหมือนคนอื่น แม้จะขายของแบบเดียวกัน แต่ก็ต้อง ขายให้มีนวัตกรรมมากกว่า และนวัตกรรม ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่มันคือ “วิธีแก้ปัญหาที่เวิร์ค และ commercial ได้

ไม่ว่าแบรนด์เล็กหรือแบรนด์ใหญ่ ก็ทำได้คุณก็สามารถเป็นผู้นำเสนอนวัตกรรมใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อพัฒนาให้อุตสาหกรรม และชีวิตของผู้คนดียิ่งขึ้นกว่าเดิมได้เช่นกันค่ะ

ค่อยๆ เรียนรู้ไปด้วยกันนะคะการล้วงความในใจของลูกค้า ถ้าทำแบบเบื้องต้นเพื่อจุดประกายสร้างไอเดียใหม่ แบบที่ยังไม่ได้ใช้จำนวนกลุ่มตัวอย่างมากเกินไป

เจ้าของธุรกิจทุกคนก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองนะคะ

เพราะ Baramizi Lab เองก็ได้เทรนนิ่งผู้ประกอบการมากมาย ให้ได้ลงมือทำวิจัยด้วยตัวเอง และได้ผลลัพธ์ไปพัฒนาธุรกิจจริง ทุกคนทำได้แน่นอน และ ทำเถอะค่ะ เรามาเรียนรู้และร่วมลงมือทำไปด้วยกัน

#เพราะธุรกิจยุคใหม่ต้องใช้ข้อมูลทำงาน


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

RECOMMEND

read more
22.08.2025 111

เทรนด์ Run Club ในไทยปี 2025

คอมมูนิตี้ของคนที่รวมตัวกันเพื่อวิ่งออกกำลังกายร่วมกัน ทำไมการเข้าร่วม Run Club ถึงได้รับความนิยมในไทยตอนนี้ เทรนด์ Run Club ในไทยมีผลต่อการตลาดและแบรนด์กีฬาอย่างไร Run Club คืออะไร Run Club คือกลุ่มหรือคอมมูนิตี้ของคนที่รวมตัวกันเพื่อวิ่งออกกำลังกายร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิ่งมืออาชีพหรือมีประสบการณ์มาก่อน จุดเด่นของ Run Club คือการสร้างบรรยากาศวิ่งที่สนุกสนาน ผ่อนคลาย และมีมิตรภาพ เป็นพื้นที่ให้คนที่มีใจรักการวิ่งได้มาเจอกัน แชร์ประสบการณ์ และวิ่งด้วยกันในรูปแบบต่าง ๆ ตามระดับความชอบหรือระดับความเร็ว ทำไมการเข้าร่วม Run Club ถึงได้รับความนิยมในไทยตอนนี้ การวิ่งไม่ใช่แค่กีฬาแต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ lifestyle ที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ การวิ่งใน Run Club คือการได้พบปะผู้คนที่มีความชอบคล้ายกัน ทั้งในเรื่องการวิ่ง แฟชั่นรองเท้าวิ่ง และกิจกรรมสังคม เช่น กินกาแฟหลังวิ่ง แบรนด์แฟชั่นและกีฬาเข้ามามีบทบาทส่งเสริมเทรนด์นี้ เช่น การร่วมมือระหว่างแฟชั่นและกีฬา ทำให้คนมองว่าการวิ่งเป็นกิจกรรมที่ใกล้ตัวและสามารถสร้างภาพลักษณ์ได้ ไม่ใช่แค่เพื่อสุขภาพ แต่ใส่เสื้อผ้าวิ่งยังไปทำงานหรือเที่ยวได้ด้ […]

read more
20.08.2025 125

OATSIDE TREND แบรนด์ที่ทำให้คาเฟ่ ทั้งประเทศปรับราคานมโอ๊ต

กระแสของ OATSIDE ซึ่งเป็นแบรนด์นมโอ๊ตชื่อดังจากสิงคโปร์ กำลังมาแรงมากในปี 2025 ทำไม OATSIDE จึงลดราคานมลงถึง 50% อย่างถาวร ใช้กลยุทธ์อะไรในการขยายฐานลูกค้าจากกลุ่ม Niche สู่ Mass กระแสนมโอ๊ต OATSIDE ในช่วงปีที่ผ่านมา เกิดกระแสใหม่ในไทยที่ร้านคาเฟ่หรือร้านอาหารเปิดบริการตอนกลางวัน แต่มีสไตล์แบบร้านเหล้าผับในเวลากลางคืน เช่น มี DJ มาเปิดเพลงสร้างบรรยากาศ ปกติเราจะเห็นดีเจในร้านบาร์ช่วงค่ำ แต่ตอนนี้ดีเจถูกนำเข้ามาอยู่ในร้านคาเฟ่ขณะยังไม่มืด ด้วยคอนเซ็ปต์ผสมผสานความเป็น “คาเฟ่ & บาร์” หรือ “Cafe and Bar” โดยลูกค้าสามารถจิบกาแฟหรือรับประทานอาหาร พร้อมฟังเพลงจากดีเจและชิลล์ในบรรยากาศเหมือนปาร์ตี้เบา ๆ ได้ในเวลากลางวัน OATSIDE ใช้กลยุทธ์อะไรในการขยายฐานลูกค้าจากกลุ่ม niche สู่ mass ตั้งราคานมโอ๊ตในช่วงแรกสูงกว่าเพื่อนำเสนอในกลุ่มลูกค้าพรีเมียมหรือกลุ่ม Early Adopters ที่พร้อมจ่ายเพื่อสินค้าทางเลือกคุณภาพสูงและรสชาติที่เหมาะกับคนเอเชีย (Price Skimming) พัฒนาสูตรนมโอ๊ตที่รสชาติลงตัวสำหรับคนเอเชีย โดยผ่านการทดลองสูตรมากกว่า 50 สูตร จนได้รสชาติที่ถูกใจกลุ่มเป้าหมายแรกเ […]

read more
26.08.2025 40

CONSUMER INSIGHTS – THE FUTURE OF MARKETING

“Consumer Insights” Wording สุดคลาสสิคที่อยู่คู่การทำการตลาดมาตลอดกาลแต่วันนี้ก็ยังพูดได้ว่า Consumer Insights คือ Future of Marketing อยู่ดีมาดูกันว่า Consumer Insights มันทำงานอย่างไร แล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร ลองมาจำลองสถานการณ์กันดูนะคะ เรามีธุรกิจร้านอาหารมีสาขาทั่วประเทศ ธุรกิจเราไปได้เรื่อยๆ เติบโตแบบ Organic ตามจำนวนการเปิดสาขาใหม่ ในแต่ละมื้ออาหารมีลูกค้าเข้าร้านปริ่มๆ เกือบเต็มแต่ไม่เต็ม และมีช่วง Peak Time แค่สั้นๆ เป็นช่วงเวลา Main Meal ได้แก่ช่วงเที่ยง และช่วงมื้อเย็น …..ในฐานะผู้บริหารผู้ต้องชี้ทิศทางเพื่อนำพาแบรนด์สู่การเติบโต คำถาม คือ เราจะโตได้อย่างไร? ตีโจทย์การเติบโตซิว่า…ธุรกิจร้านอาหารเราจะโตได้จากอะไร? ฐานลูกค้าเดิมยังคงเหนียวแน่น ยังคงรักเราและกินเราสม่ำเสมอ (อันนี้ยังไม่โตนะแต่ต้องเขียนกำกับไว้ไม่งั้นเผลอทิ้งเค้าโดยไม่รู้ตัว) ทำให้ลูกค้าเดิมซื้อเพิ่มในการเข้าร้านแต่ละครั้ง และทำให้ลูกค้าเดิมเข้าร้านในความถี่เพิ่มขึ้น ทำให้ลูกค้าใหม่เข้าร้านของเรา เลือกเราเพิ่มขึ้น รับรองว่าถ้าทำได้ทั้ง 3 ข้อนี้ โตแน่นอน! จริงเสียยิ่งกว่าจริง หลักคิดนี้จริงๆ ก็มีโมเดลรอ […]

read more
30.07.2025 153

I Buy, Therefore I am การตลาดบนมูลค่าแห่งความรู้สึก

ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของวิถีชีวิตที่ซับซ้อน การเข้าใจแค่ “ใครซื้อ” หรือ “ซื้ออะไร” ไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้บริโภคเริ่มตัดสินใจจาก “ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้น” (Desired Outcome) มากกว่าประเภทของสินค้า หรือแบรนด์โดยตรง แนวคิด “Consumer Need States” หรือ “ภาวะความต้องการของผู้บริโภค” จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการเลือกบริโภค โดยเป็นการมองผู้บริโภคจากสิ่งที่พวกเขาต้องการรู้สึกหรือบรรลุในช่วงเวลานั้น เช่น ความสงบ ความมั่นใจ ความกระปรี้กระเปร่า หรือการฟื้นฟูร่างกาย เมื่อการตัดสินใจไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “จะซื้ออะไร” แต่เป็นคำถามว่า “ทำไมถึงต้องซื้อ” หรือ “อยากได้ผลลัพธ์อะไรจากการบริโภค” แนวทางการทำความเข้าใจผู้บริโภคที่อิงจากข้อมูลพื้นฐาน เช่น เพศ อายุ หรือพฤติกรรมซื้อตามหมวดหมู่ จึงไม่เพียงพออีกต่อไป ตัวอย่างเช่น ธุรกิจเครื่องดื่ม ซึ่งคาดว่ามีมูลค่ากว่า 2.26 แสนล้านบาทในปี 2025 โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ซึ่งมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ในตลาดนี้ ผู้บริโภคไม่ได้เลือกซื้อเพียงเพราะรสชาติหรือราคาอีกต่อไ […]

เทรนด์อาหารคนโสดในปี 2025
read more
21.07.2025 234

โสดก็กินข้าวอร่อยได้ 3 เทรนด์อาหารคนโสดในปี 2025

คนโสดให้ความสำคัญกับความสะดวก (Convenience) การควบคุมมื้อ (Portion Control) และการลงทุนเพื่อประสบการณ์ส่วนตัว ทำให้เกิด “Self Splurge” และ “Solo Dining” 3 เทรนด์อาหารสำหรับคนโสด 1.Functional & High-Protein Snacks
 คนโสดกลุ่มสายเฮลท์ตี้มองหาของว่างที่มีประโยชน์มากขึ้น โปรตีนบาร์ ขนมอบกรอบจากไข่ขาว ถั่ว และเครื่องดื่มโปรตีนสปาร์กลิง (protein-infused sparkling) ตอบโจทย์สุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก. Superfood จากทะเล (สาหร่าย สาหร่ายสไปรูลิน่า) และ Sea Moss Gel ถูกนำมาสร้างสรรค์ในรูปแบบขนมและเครื่องดื่มมากขึ้น 2.Self-Splurge Dining & Premium Experiences
 “Self Splurge” คือการใช้จ่ายเพื่อรางวัลตัวเอง ส่งผลให้คนโสดทานอาหารนอกบ้านและลงทุนกับกิจกรรมเกี่ยวกับอาหาร การใช้จ่ายหมวด Dining สูงกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับคนมีครอบครัว และพร้อมจ่ายค่ากิจกรรมเวิร์กช็อปทำอาหาร. เทรนด์ Sake Pairing ของ GrabFood ชูประสบการณ์จับคู่สาเกกับเมนูต่าง ๆ ใน Casual Dining. 3.Personalization & Experiential Food
 คนโสดต้องการอาหารที่สะท้อนตัวตนและสร้างประสบการณ์ใหม่ เมนูผสมรสหวาน-คาว “Swavory” วาร์ไรตี้อาหารสต […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง