Baramizi Lab logo

Brand Future Scenario เครื่องมือพิฆาตความในใจของลูกค้าที่ได้ผลชะงัด

Brand Future Scenario
11
07.2025
view
516
SHARE

Brand Future Scenario เครื่องมือพิฆาตความในใจของลูกค้าที่ได้ผลชะงัด

ฉากทัศน์อนาคต หรือ Brand Future Scenario คือเครื่องมือ Magic ของกระบวนการวิจัยที่จะช่วยไขความลับความในใจของลูกค้าเป้าหมาย

ในระหว่างการบริหารธุรกิจ บริหารกลยุทธ์การตลาด ใครเคยรู้สึกติดๆ รู้สึกอยากได้เครื่องมือที่ล้วงเข้าไปในหัวใจของลูกค้าเป้าหมาย อยากสอบถามพวกเขาจังเลยว่าทำไมถึงทำพฤติกรรมอย่างนี้ไม่ทำอีกแบบนึง แล้วถ้าเราจะเสนออะไรใหม่ๆ จะให้เสนออะไรดีถึงจะหันกลับมาสนใจ

ยิ่งคิดก็ยิ่งคันหัวใจ ใครจะมาหาคำตอบให้ได้กันนะ แล้วจะหายังไงถึงจะล้วงเข้าไปถึงความในใจลึกๆ ของพวกเขาได้ วันนี้เราจะมาเฉลยหนึ่งในเครื่องมือพิฆาตสำหรับล้วงลึกความในใจของลูกค้าที่ชื่อว่า Brand Future Scenario กันค่ะ

ต่อเนื่องจากบทความฉบับที่แล้ว ที่ได้เล่าสู่กันฟังถึงกระบวนการวิจัยที่เรียกว่า Future Lab Research Methodology ซึ่งเป็นกระบวนการวิจัยที่เน้นการค้นหา “Unmet Needs” หรือความต้องการที่ซ่อนเร้น ความในใจของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งหนึ่งในหัวใจสำคัญคือ การเข้าใจและมีสมมติฐานของปัญหา และมองเห็นโอกาสในการเสนอทางออกที่เป็นไปได้หลายๆ ทาง เจ้าเนื้องานของการมองเห็นโอกาสในการเสนอทางออกที่เป็นไปได้หลายๆ ทางนี่แหละ เราเรียกขั้นตอนนี้ว่า Brand Future Scenario Creation (ขั้นตอนการสร้างสรรค์ฉากทัศน์แห่งอนาคตของแบรนด์

Future Lab Research Methodology

ภาพ Future Lab Research Methodology

อ่านบทความ Future Lab Research: ถอดรหัสความในใจลูกค้า เพื่อธุรกิจที่ชนะในอนาคต

Brand Future Scenario คือ

ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ในอนาคตของแบรนด์ หรือคือ ไอเดียแก้ปัญหาที่น่าสนใจ ที่เราอยากได้ทดลองขายกับกลุ่มตัวอย่าง

ฉากทัศน์อนาคต เป็นได้มากกว่าแค่คอนเซปต์ของแบรนด์ ขึ้นอยู่กับโจทย์งานวิจัยที่เรากำลังค้นหา เช่น

  • ถ้าเราค้นหากลยุทธ์ Brand Transformation → ฉากทัศน์ก็ต้องเป็น ตัวตนของแบรนด์ในอนาคต

  • ถ้าเราค้นหา New Product Development → ฉากทัศน์ก็จะต้องเป็น เรื่องราวไอเดียของสินค้าใหม่

หรือถ้าเป็นการพัฒนา…

  • Service Design

  • Digital Platform

  • Retail Experience

  • Marketing Campaign

อยากจะค้นหาคำตอบเรื่องอะไร เราก็ต้องสร้าง ฉากทัศน์แห่งอนาคตของเรื่องนั้น ค่ะ

เดี๋ยวนี้ธุรกิจบางรายก็ใช้วิธีการนี้กับโจทย์ของการหา New Revenue Model และ New Innovation
การหาวิธีการเอา Innovation ใหม่เข้าตลาด ก็เป็นโจทย์ที่มีมาให้ท้าทายพวกเราอยู่เรื่อยเหมือนกันนะคะ

แล้วฉากทัศน์นี้หน้าตาเป็นยังไง?

ฉากทัศน์อนาคต มาในรูปแบบของ Core Idea ที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมาว่า น่าจะเป็น Solution ในเรื่องนั้นๆ
ในอนาคตที่น่าสนใจและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

เมื่อคิดตรงนี้ได้อย่างพอใจและมั่นใจแล้ว
ไอเดียเหล่านั้น จึงจะถูกแปรสภาพเป็น เครื่องมือวิจัย Future Lab Research Tools
ที่มีรูปแบบที่หลากหลาย เลือกใช้ได้แบบไม่จำกัด โดยยึด โจทย์ และยึด คาแรกเตอร์ของกลุ่มเป้าหมาย เป็นศูนย์กลาง

Brand Future Scenario ที่ออกมาในรูปแบบ Research Tools มีหน้าตาอย่างไรบ้าง?

ตัวไฮไลท์สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยจะมี 2 ตัวค่ะ คือ

[1] Collage Map

คลังภาพที่ซ่อนไอเดีย New Solution ที่เราอยากจะทดสอบเอาไว้ ให้กลุ่มเป้าหมาย Shopping สร้างสรรค์เป็น Ideal Brand หรือ แบรนด์ในอุดมคติของพวกเขา

Collage Map

ภาพตัวอย่าง Collage Map

[2] Brand Future Scenario Storyboard

บอร์ดภาพประกอบคำอธิบายแนวคิดที่เราอยากจะขายไอเดีย

Brand Future Scenario Storyboard

ภาพตัวอย่าง Brand Future Scenario Storyboard

2 ตัวนี้ประกบคู่กัน จะทำให้ได้ทั้ง ไอเดียเปิดกว้าง และ ข้อมูลปลายปิด เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ เติมคำในช่องว่างด้วยตัวเอง และ เลือกอย่างชัดเจน ทำให้เราตีความผลได้กระจ่างชัดมากยิ่งขึ้นค่ะ

และยังมีเครื่องมือวิจัยอีกมากมาย เช่น…

  • Model Box ใช้สร้างบ้านในอุดมคติ (กรณีศึกษา: ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต)

  • A-B Test เพื่อตัดตัวเลือกและหาน้ำหนักของความสนใจ

  • VDO Present เพื่อเล่าเรื่องราวให้จับต้องได้

การจะเลือกใช้เครื่องมืออะไรดีนั้น
นักวิจัยจะมอง วัตถุประสงค์ และ ผลลัพธ์ที่ต้องการ เป็นตัวตั้ง
และออกแบบวิธีการที่จะได้มาซึ่งคำตอบเหล่านั้นอีกที

หลายครั้งก็อาจจะได้เครื่องมือแนวคิดใหม่ขึ้นมา เพราะมันเหมาะสมกับโจทย์และกลุ่มเป้าหมายมากกว่า
เราพอใจที่จะเปิดกว้างให้ทีมวิจัยได้ใส่ความคิดสร้างสรรค์ และอินไปกับกลุ่มเป้าหมายของพวกเขากันค่ะ

เครื่องมือ Brand Future Scenario Storyboard ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

องค์ประกอบสำคัญของมันคือ:

  1. ชื่อของแนวคิด

  2. Caption บรรยายคุณลักษณะของแนวคิดนั้น

  3. Keywords กำกับ Mood and Tone (Optional)

  4. Execution Idea ที่ถ่ายทอดแนวคิดลงไปยังประสบการณ์ของแบรนด์ เช่น

    • ประสบการณ์ด้านสินค้า

    • ประสบการณ์ด้านการบริการ

    • ประสบการณ์ด้านบรรยากาศ

    • ประสบการณ์ด้านการสื่อสาร

Execution Idea

เท่านี้เป็นอันครบถ้วน ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการ เจาะ Insight ล้วงความในใจลูกค้า ได้แล้ว

💡 Tips: ต้องตรวจสอบน้ำหนักให้ชัดว่า “ไม่มีฉากทัศน์ไหนมีน้ำหนักมากกว่าอีกอัน” ไม่อย่างนั้นจะสร้าง Bias ให้กับผลลัพธ์โดยไม่รู้ตัวค่ะ

ต่อไปนี้เราจะมาชวนทุกคนร่วมมีส่วนร่วมกับการเลือกฉากทัศน์อนาคตของ Ideal Brand ที่จะทำให้คุณสนใจได้มากที่สุดกันร่วมกันนะคะ รอติดตามคอนเทนต์ชุด Brand Future Scenario Tools ได้เลย!

ทำไมต้อง Brand Future Scenario Tools?

เพราะ…

  • ลูกค้า เอ่ยสิ่งที่ตัวเองไม่เคยเห็นไม่ได้

  • และ ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขาที่จะคิดอะไรใหม่ๆ

ดังนั้น ถ้าเราไปถามพวกเขาตรงๆ ว่าอยากได้อะไร เราก็หวังอะไรใหม่ๆ จากพวกเขาไม่ได้มากนัก

เราต้อง ตั้งหลักให้แน่ใจว่า… มันเป็นหน้าที่ของฝั่งเรา ฝั่งนักคิด นักสร้าง นักพัฒนา ที่จะรังสรรค์อะไรใหม่ๆ ออกมา เพื่อผลักดันการใช้ชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้นและก้าวไปข้างหน้าเสมอ

เพราะธุรกิจยุคใหม่ ต้องมี Core Competency

คือ การสามารถประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมได้ด้วยตัวเราเอง หมดยุคที่เราจะเพียง ซื้อมาขายไป หรือ ขายแต่ของที่เหมือนคนอื่น แม้จะขายของแบบเดียวกัน แต่ก็ต้อง ขายให้มีนวัตกรรมมากกว่า และนวัตกรรม ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่มันคือ “วิธีแก้ปัญหาที่เวิร์ค และ commercial ได้

ไม่ว่าแบรนด์เล็กหรือแบรนด์ใหญ่ ก็ทำได้คุณก็สามารถเป็นผู้นำเสนอนวัตกรรมใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อพัฒนาให้อุตสาหกรรม และชีวิตของผู้คนดียิ่งขึ้นกว่าเดิมได้เช่นกันค่ะ

ค่อยๆ เรียนรู้ไปด้วยกันนะคะการล้วงความในใจของลูกค้า ถ้าทำแบบเบื้องต้นเพื่อจุดประกายสร้างไอเดียใหม่ แบบที่ยังไม่ได้ใช้จำนวนกลุ่มตัวอย่างมากเกินไป

เจ้าของธุรกิจทุกคนก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองนะคะ

เพราะ Baramizi Lab เองก็ได้เทรนนิ่งผู้ประกอบการมากมาย ให้ได้ลงมือทำวิจัยด้วยตัวเอง และได้ผลลัพธ์ไปพัฒนาธุรกิจจริง ทุกคนทำได้แน่นอน และ ทำเถอะค่ะ เรามาเรียนรู้และร่วมลงมือทำไปด้วยกัน

บทความโดย : ปรมา ทิพย์ธนทรัพย์ (Baramizi Lab Director)


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

RECOMMEND

read more
26.01.2026 108

Gen Y เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y อายุ 29-44 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ คิดเป็นจำนวน 49.17% เป็นกลุ่มที่สะท้อนภาพ “วันทำงานตัวจริง” อย่างชัดเจนที่สุด พวกเขาเป็นวัยที่ต้องดูแลงาน บ้าน ครอบครัว การเงิน และยังต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไปพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ…พวกเขามี แรงจูงใจจะดูแลสุขภาพสูง แต่ก็มี อุปสรรคหนักที่สุด เช่นกัน Gen Y: เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง — แต่กลับเป็นวัยที่สนใจเทคโนโลยีสุขภาพมากที่สุด Gen Y เป็นกลุ่มที่ “เหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบตัว” มีผลกระทบมากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ให้ความ […]

read more
26.01.2026 162

Gen Baby Boomer วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ”

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Baby Boomer อายุ 60 ปีขึ้นไป คือกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 5.42% ของทั้งหมด 1,200 คน Gen Baby Boomer (60+): วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ” Gen Baby Boomer คือกลุ่มที่ให้คะแนนความสำคัญด้านสุขภาพสูงที่สุดในทุกช่วงวัย นี่คือวัยที่ ตระหนักแล้วว่า เวลาไม่ได้รอใคร และเหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบข้างยิ่ง ตอกย้ำความจำเป็นในการดูแล แต่ในขณะที่ความจำเป็นเพิ่มขึ้น อุปสรรคก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ค่าใช้จ่ายคือกำแพงสูงที่สุด และแม้จะเชื่อในแพทย์มากที่สุด พวกเขาก็พบว่าเสียงจากครอบครัว เว็บไซต์สุขภาพ และโซเช […]

read more
26.01.2026 405

เจาะอินไซต์นักกินไทย 6 สายพันธุ์ | Future Food Trend 2026

นักกินไทยในวันนี้…ไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกันอีกต่อไปBaramizi Lab ได้ศึกษารายงาน Future Food Trend 2026 จากการวิจัยเชิงปริมาณทั่วประเทศกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 820 คน เพื่อทำความเข้าใจความคิด ค่านิยม และทัศนคติด้านการกินของคนไทยยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผลการศึกษาพบว่า นักกินไทยสามารถจำแนกออกเป็น 6 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความสนใจ ค่านิยม และมุมมองต่ออาหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. Comfort-Loyal Eaters นักกินสายผูกพัน ผู้ผ่อนคลายและมีความสุขจากความคุ้นเคย มีสัดส่วน 15.5% กลุ่มนี้มีความสุขกับ “ความรู้สึกขณะกิน” มากกว่าการคำนึงถึงสุขภาพหรือคุณค่าทางสังคม ชอบความคุ้นเคย ความมั่นใจในแบรนด์เดิม และความพึงพอใจที่คาดเดาได้ รู้จักตัวเองดีว่าชอบอะไร มองการกินเป็นทั้งความสุขส่วนตัวและกิจกรรมสังสรรค์ 📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในสาวนักศึกษาและคนทำงานอิสระ หรือแม่บ้าน Gen X รายได้ไม่สูงมากนัก คนกรุงเทพฯ หรือคนเหนือ 2. Conscious Epicureans นักกินสายตระหนักรู้ ผู้พิถีพิถันทุกมิติ มีสัดส่วน 18.3% กลุ่มนี้คือ “นักกินผู้มีความพิถีพิถันใส่ใจ” ที่ตัดสินใจเลือกอาหารไม่เพียงแค่เพื่อลิ้มรส แต่เพื่อสอ […]

business trend 2026
read more
19.01.2026 506

BEYOND DISRUPTION เทรนด์ธุรกิจ 2026

รู้ก่อนนำคนอื่นไป “10 ก้าว”เทรนด์ขับเคลื่อนธุรกิจปี 2026 ที่ธุรกิจต้องเริ่มทำ ปี 2026 คือปีแห่ง “โอกาสธุรกิจ” สำหรับผู้ประกอบการเมื่อเทคโนโลยีใหม่ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และนโยบายระดับภูมิภาค เริ่มบรรจบกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจไม่ตกยุคและสร้างมูลค่าเหนือคู่แข่งเราได้รวบรวมเทรนด์โลกที่สำคัญ พร้อมแนวทางวัดผลตอบแทน (ROI) และกรอบการทำงานที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ 1. ปัญญาประดิษฐ์ตัวแทน (AI Agents) ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้อยู่แค่ในวงการด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป มันกลายเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจที่จับต้องได้ โดย Gartner คาดการณ์ว่า 40% ขององค์กรจะนำเอา AI Agent เข้ามาใช้ภายในปลายปี 2026 AI Agent ต่างจาก Generative AI ที่ดำเนินงานตามคำสั่ง AI Agent สามารถทำงานอิสระได้ ถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจเฉพาะเจาะจง และเรียนรู้ได้ตามเวลาจริง​ กรณีศึกษา :Nextoria บริษัทที่ปรึกษาด้าน M&A จากลอนดอน ที่นำแพลตฟอร์ม AI ชื่อว่า Juma (ชื่อเดิม Team-GPT) เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ AI ช่วยลดความซับซ้อนในขั้นตอน Due Diligence ปรับปรุงความแม่นยำของโมเดลการเงิน และให้ข้อมูลสนับสนุน […]

read more
26.01.2026 70

Gen X กับมุมมองสุขภาพที่เปลี่ยนไป: อินไซต์จากคนวัยทำงานไทย

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen X อายุ 45–59 ปี คือกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 225 คน หรือคิดเป็น 18.75% ของทั้งหมด 1,200 คน Gen X รู้ดีว่าเวลาของสุขภาพไม่รอใคร Gen X เป็นช่วงวัยที่เริ่มหันกลับมาดูแลตัวเองอย่างจริงจัง จากประสบการณ์เจ็บป่วยของตนเองหรือคนรอบตัว ทำให้สุขภาพกลายเป็นเรื่องที่ไม่สามารถผัดวันประกันพรุ่งได้อีกต่อไป ข้อมูลชี้ว่า Gen X มีแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพสูง โดยเฉพาะจากประสบการณ์การเจ็บป่วย และให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพตามคำแนะนำแพทย์ แต่ในขณะเดียวกัน ยังเผชิญข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายและเวลา ส่งผลให้การดูแลสุขภาพอาจยังไม่ต่อเนื่องเท่าท […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง