Baramizi Lab logo

ธุรกิจยุคใหม่ต้องใช้ข้อมูลทำงาน!

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

ธุรกิจยุคใหม่ต้องใช้ข้อมูลทำงาน!

ธุรกิจยุคใหม่ต้องใช้ข้อมูลทำงาน! วลีที่พูดที่ไหนก็คงเห็นด้วยที่นั่น งั้นเราไม่ต้อง Start with Why! กันแล้ว😁เราไป “How” กันเลยดีมั้ยคะ #บทความโดย ปรมา ทิพย์ธนทรัพย์ (หัวหน้าทีมนักวิจัยแห่งศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต บารามีซี่ แล็บ)

เชื่อว่าผู้บริหาร นักการตลาด และผู้ประกอบการในยุคนี้เราถูกปลูกฝังจนจำขึ้นใจว่าในการทำธุรกิจ ทำการตลาด และการสร้างแบรนด์ในยุคนี้ และทุกคนก็น่าจะมีการลงมือปฏิบัติบ้างไม่มากก็น้อยแน่นอน วันนี้ Baramizi Lab ขอนำประสบการณ์ที่ทำงานด้านนี้โดยตรงร่วมกับหน่วยงานขนาดใหญ่/เล็ก ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมาแบ่งปันกันค่ะ

1. ธุรกิจ/หน่วยงานจะใช้ข้อมูลทำอะไรได้บ้าง? (Using Occasion) หน่วยงานรัฐและองค์กรธุรกิจ

ใช้ข้อมูลได้ทั้งหมด 3 โอกาสใหญ่ๆ ค่ะ

1.1 โอกาสในการค้นหาโอกาสในการพัฒนาอะไรใหม่ๆ ที่ทำให้ธุรกิจเติบโต

โอกาสนี้สำคัญมากเลยค่ะถ้าคุณเป็นธุรกิจที่ยังถวิลหาการเติบโตอยู่ ซึ่งในยุคนี้การเติบโตได้นั้นจำเป็นต้องคิดอะไรใหม่ๆ ที่เข้ามาตอบพื้นที่ความต้องการที่ว่างอยู่ (Whitespace Area) ข้อมูลที่ได้จะสำคัญต่อการนำไปตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ โจทย์การหาโอกาสพัฒนาอะไรใหม่ๆ เป็นโจทย์ที่ Baramizi Lab ได้รับบ่อยที่สุดและถนัดที่สุดเลยค่ะ โจทย์ที่เจอมีหลากหลายระดับของความใหม่

– Brand & Business Transformation โจทย์ใหญ่สุดที่อยู่คู่กับ Baramizi Lab มายาวนานเพราะรากของ Baramizi Lab เกิดจาก Baramizi Group ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์และพัฒนาธุรกิจ โจทย์นี้ท้าทาย เราต้องหาอะไรใหม่ๆ ในหลายระดับให้กับแบรนด์ตั้งแต่ โอกาสในการกำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ การค้นหาโอกาสการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ การสร้างสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อมาประกอบเป็นวัตถุดิบสำคัญของการกำหนดกลยุทธ์ในการ Transform แบรนด์เพื่อคว้าโอกาสในโลกอนาคตต่อไป โจทย์สำคัญแบบนี้การวิจัยต้องเป็นไปในลักษณะ Foresight เพื่อหาอนาคต

– New Innovation Creation การค้นหาไอเดียสร้างสรรค์ Innovation ใหม่ๆ ให้กับองค์กร โจทย์นี้หลายองค์กรใช้ Design Thinking เข้ามาเป็น Process ให้คนในองค์กรคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมซึ่งในกระบวนการมีขั้นตอนที่ต้อง Empathize ซึ่งก็จะทำให้ได้ข้อมูล “Insight” และ “Pain Point” แต่จริงๆ แล้วตัวช่วยที่สำคัญอีกตัวที่จะช่วยให้สามารถ Ideate ได้ดีมากๆ คือข้อมูลวิจัยเทรนด์

– New Innovation Launch เมื่อเกิดคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ได้แล้ว การจะนำนวัตกรรมเข้าตลาดก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย จะทำยังไงให้ผู้บริโภคเป้าหมายยอมรับและเข้าใจว่ามันจะทำให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้นกว่าเดิม จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคยอมรับการเปลี่ยนพฤติกรรม การวิจัยในโจทย์ลักษณะแบบนี้คือการที่ต้องเข้าใจพฤติกรรมปัจจุบันของกลุ่มเป้าหมายมากๆ และทดสอบความเป็นไปได้ของการยอมรับพฤติกรรมใหม่ๆ และความเต็มใจที่จะจ่าย

– New Product & New Service Development ค้นหาโอกาสการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ตลอดจนการนำพาสินค้าใหม่เข้าตลาด

– New Brand Creation การสร้างแบรนด์สินค้าและค้นหาโอกาสในการเข้าตลาดของแบรนด์สินค้าใหม่ น่าจะยังมีโจทย์ในการค้นหาอะไรใหม่ๆ อีกมากถ้าคุณผู้อ่านมีโจทย์อะไรที่น่าสนใจ เอามาแลกเปลี่ยนกันได้นะคะ

1.2 โอกาสในการค้นหาแนวทางการกระตุ้นการขาย/ การใช้บริการของกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเรื่อง

โจทย์นี้เชื่อว่าเกิดขึ้นในหลายๆ องค์กร Baramizi Lab ก็ได้รับโจทย์ลักษณะนี้บ่อยๆ ค่ะ

– โจทย์การพัฒนาต้นแบบร้านค้าใหม่ (Retail Prototype) ธุรกิจที่มีหน้าร้านส่วนใหญ่ต้องให้ความสำคัญกับประสบการณ์หน้าร้าน เพราะหน้าร้านคือ Touch Point สำคัญของการสร้างแบรนด์ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ขายและพื้นที่สื่อสารไปในตัว โจทย์สำคัญที่เราเคยได้รับการท้าทาย เซ่น ต้นแบบร้าน Barbq Plaza ใหม่, ต้นแบบโซน Kitchen Studio ของบุญถาวร, ต้นแบบร้าน Jaymart, ต้นแบบร้าน SCG Home, TCDC Common (ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบสาขา Communication Design @ Ideo สามย่าน) เป็นต้น

– โจทย์การพัฒนากลยุทธ์ทางการออกแบบ (Design Strategy) เป็นการวิจัยการออกแบบ (Design Research) เพื่อสร้างสรรค์โจทย์ทางการออกแบบ (Design Brief) เพื่อให้นักออกแบบสามารถมีทิศทางในการออกแบบที่ตรงโจทย์ ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย และบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ

– โจทย์การปรับภาพลักษณ์แบรนด์สินค้าใหม่ด้วยการออกแบบ Packaging (Product Experience)

– โจทย์การพัฒนาการออกแบบบริการ (Service Design) – โจทย์การสร้างสรรค์แคมเปญทางการสื่อสารแบรนด์ (Communication Experience)

– โจทย์การเจาะลึกทำความเข้าใจสถานการณ์ยอดขายตกและค้นหาแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการขาย โจทย์ที่เฉพาะเจาะจงที่เกี่ยวพันกับการพัฒนาองค์ประกอบต่างๆ ของธุรกิจมีอะไรได้อีกบ้างลองแชร์กันนะคะว่า Baramizi Lab เคยทำมั้ย หรือนำมาปรึกษากันได้ค่ะว่าเจอโจทย์แบบนี้ควรหาข้อมูลแบบไหนดี

1.3 โอกาสในการประเมิน/ วัดผลการดำเนินงานของทีมทำงาน

โจทย์กลุ่มนี้สำคัญกับธุรกิจไม่แพ้กันกับโจทย์กลุ่มอื่นๆ การติดตามประเมินผลนอกจากจะทำให้องค์กรไหวตัวทัน ปรับตัวปรับกลยุทธ์ได้ไวแล้วการเก็บข้อมูลในโจทย์นี้จะทำให้องค์กรเกิดองค์ความรู้เฉพาะขององค์กรเองในการดำเนินงานในสายธุรกิจของตน และนอกจากนี้พอองค์กรเริ่มเติบใหญ่ขึ้น การมีข้อมูลประเภทการประเมินนี้ยังสามารถใช้สร้าง KPI หรือตัวชี้วัดให้กับทีมทำงานทีมต่างๆ รวมถึงเป็น KPI ของการสร้างแบรนด์ (Brand KPI) ได้อีกด้วย โจทย์ย่อยในกลุ่มนี้ เช่น

– การตรวจสอบสุขภาพแบรนด์ประจำปี (Brand Health Check) ตรวจสอบไปที่ผู้บริโภคในตลาดในภาพกลางเพื่อประเมินประสิทธิภาพการสื่อสารเข้าถึงผู้บริโภค – การประเมินความพึงพอใจจากการได้รับบริการ (Customer Satisfaction Survey) การประเมินค่า NPS (Net Promoter Score) และการประเมิน Brand Superfans Index หลายองค์กรใช้มาตรวัดเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดของทีมทำงาน

– Campaign Evaluation การประเมินพลลัพธ์หลังการ Launch Campaign การประเมินผลสม่ำเสมอในการดำเนินงานและใช้ผลข้อมูลที่ได้ในการพัฒนาการทำงานและคิดค้นกลยุทธ์ขับเคลื่อนหรือแก้เกมเสมอเป็นนิสัยที่ดีที่จะทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่นต่อการรับมือกับโลกอนาคต

2. ธุรกิจ/หน่วยงานจะหาข้อมูลมาตอบโจทย์โอกาสการใช้งานเหล่านั้นได้ยังไง? (Research Methodology)

วิธีการได้มาซึ่งข้อมูลเดี๋ยวนี้ก็มีตัวเลือกที่มากมายแบ่งที่มาของข้อมูลในยุคนี้ได้เป็นประมาณ 4 ที่มาค่ะ ได้แก่

     2.1 การเก็บข้อมูลไปที่กลุ่มเป้าหมายโดยตรง คือ การเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกมาจากกลุ่มเป้าหมายโดยตรงซึ่งนับเป็นวิธีแบบ Traditional ซึ่งต้องบอกว่ายังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่ค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ก็มีเครื่องมือสำหรับเก็บข้อมูลยุคใหม่ที่มีประโยชน์มากๆ เหมือนกันในข้อนี้จึงอาจจะแบ่งย่อยด้วยมิติของทันสมัยของเครื่องมือ

2.1.1 เครื่องมือดั้งเดิม: วิธีการเก็บข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน ได้แก่ การทำ Focus Group (สนทนากลุ่ม), การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) หรือขยับขึ้นเป็นวิธีที่สร้างความมีส่วนร่วมมากขึ้นชวนให้ผู้เข้าร่วมได้คิดสร้างสรรค์ได้วิธีการ User Co-creation นอกจากนี้ยังมีวิธีการที่ใช้การสังเกตการณ์ ส่วนการเก็บข้อมูลแบบเชิงปริมาณ วิธีการที่นิยมใช้ เช่น การเก็บแบบสอบถาม หรือการสัมภาษณ์แบบต่อหน้า (Face-to-face Interview) ซึ่งการกระจายกลุ่มตัวอย่างจะขึ้นกับขอบเขตที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ วิธีการที่ใช้งานกันมีวนเวียนอยู่เท่านี้ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ คอนเทนต์ที่นักวิจัยจะใส่เข้าไปเพื่อดึงประเด็นสำคัญออกมาจากกลุ่มตัวอย่างให้ได้ ที่ Baramizi Lab เรามีหลักการ Future Lab Research Methodology ที่จะมีจุดเน้นในการสร้างคอนเทนต์ที่จะใช้ในการล้วง Insight & Unmet Needs จากกลุ่มเป้าหมายทำให้ได้ข้อมูลที่เต็มไปด้วยโอกาสแห่งอนาคต

2.1.2 เครื่องมือสมัยใหม่: ความสมัยใหม่ในการวิจัยเชิงคุณภาพน่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์ใหม่เข้าช่วย อาทิ การสัมภาษณ์ผ่านโปรแกรมประชุมทางไกล การใช้อุปกรณ์ Track ลูกตาเพื่อศึกษาตำแหน่งการมองหรืออื่นๆ ด้านการวิจัยเชิงปริมาณเครื่องมือสมัยที่ถูกนำมาใช้มาก ได้แก่ แบบสอบถามออนไลน์ ซึ่งมีข้อดีด้านงบประมาณที่ลดลงและสามารถเชื่อมต่อการแสดงผลได้แบบ Real-Time และนอกจากจะมีเครื่องมือที่เป็นแบบสอบถามออนไลน์แล้วในยุคนี้ยังมีบริการสะสมถังของกลุ่มเป้าหมาย (Panelist) ที่จะสามารถทำให้ปล่อยแบบสอบถามออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วและได้สัดส่วนของกลุ่มตัวอย่างตามที่กำหนด

     2.2 การเก็บข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) คือ การศึกษาผ่านข้อมูลต่างๆ ที่มีคนทำไว้แล้ว เช่น ข้อมูลวิจัยในอดีต, ข้อมูลวิจัยเทรนด์, กรณีศึกษา, ข้อมูลคู่แข่งที่มีการเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์เป็นอย่างมากกับโจทย์ของการค้นหาอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะข้อมูลวิจัยเทรนด์ที่เหมือนทำหน้าที่เปิดให้เห็นประตูสู่อนาคตหลายๆ บานให้เห็นโอกาสที่เป็นไปได้ทั้งหมด

     2.3 การเก็บข้อมูลด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีสมัยใหม่ ด้วยโลกในยุคปัจจุบันการติดต่อสื่อสารและกิจกรรมต่างๆ ของผู้คนย้ายไปอยู่ในโลกออนไลน์ แทบทั้งหมด อีกทั้งมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ถูกพัฒนาขึ้นมากมาย ทำให้เกิดโอกาสในการได้มาซึ่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้น (แต่ไม่อาจบอกได้ว่ามาแทนที่รูปแบบ Traditional ได้นะคะ เรียกว่าเกิดโอกาสการได้มาซึ่งข้อมูลแบบใหม่ที่เครื่องมือดั้งเดิมทำไม่ได้ แต่ในฟังก์ชั่นการใช้ข้อมูลของธุรกิจ ข้อมูลที่มาจากวิธีดั้งเดิมยังคงมีความสำคัญอยู่) สามารถแบ่งกลุ่มเทคโนโลยีที่มาใช้เก็บข้อมูลได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

2.3.1 Social Listening ต้องยกให้เป็นเครื่องมือที่เก็บข้อมูลวิจัยยุคใหม่ที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย เนื่องจากทุกวันนี่ผู้คนทั้งหมดอยู่ในโลกสังคมออนไลน์ ผู้คนในนั้นมีการ Generate ข้อมูลความในใจกันตลอดเวลา ดังนั้น การมีเครื่องมือที่สามารถกวาดเรื่องราวทั้งหมดเหล่านั้นออกมาได้ ทำให้เกิดโอกาสในการเข้าถึงข้อมูล Insight ที่ทันต่อเหตุการณ์ ข้อมูลที่จะได้จากการวิจัยด้วยวิธีนี้สามารถสร้างประโยชน์ในการวิเคราะห์ได้ทั้งกับโจทย์เชิงประเมิน และโจทย์ในการค้นหาอะไรใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม เราต้องใช้ข้อมูลบนความเข้าใจที่มาว่าข้อมูลบนโลกโซเชียลไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดของคนทั้งหมด อาจมีคนที่เสียงดังกว่าคนทั่วไป อาจมีการโพสต์เรื่องราวที่รู้สึกมากกว่ามาตรฐานปกติไม่ว่าจะโกรธ ดีใจ หรือเศร้าเสียใจ และเงื่อนไขที่จำกัดอีกเรื่องหนึ่งคือ เงื่อนไขที่แพลตฟอร์มยอมให้เก็บข้อมูล เช่น Facebook ที่ไม่ยินยอมให้เก็บข้อมูลที่เป็นแอคเคานต์บุคคลเก็บได้เฉพาะ Fanpage เป็นต้น

2.3.2 อุปกรณ์เพื่อการเก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรม (ทั้งพฤติกรรมออนไลน์และออฟไลน์) กลุ่มนี้ในปัจจุบันน่าจะขอมัดรวมรูปแบบเทคโนโลยีที่หลากหลายไว้ด้วยกันก่อน อุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรมนี้ มีตั้งแต่ พฤติกรรมการเข้าใช้แพลตฟอร์มกรณีมีเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มเป็นของตัวเองซึ่งโดยทั่วไปทุกพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในออนไลน์ย่อมทิ้ง Footprint ไว้อยู่แล้วเมื่อมีการเก็บและทำการวิเคราะห์ก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้, พฤติกรรมการซื้อสินค้า เช่น ระบบ CRM ต่างๆ ที่มีการเก็บข้อมูลลูกค้าและสมาชิกอย่างต่อเนื่อง นำมาสู่การวิเคราะห์ Segmentation ได้, พฤติกรรมในพื้นที่สโตร์ เช่น อุปกรณ์ประเภทกล้องที่จับพฤติกรรมที่เกิดขึ้น, พฤติกรรมการมองข้อมูลต่างๆ (ใช้อุปกรณ์ประเภทกล้องเช่นกัน) เหล่านี้ล้วนเริ่มมีตัวเลือกเข้ามาให้แบรนด์ธุรกิจได้เลือกใช้งานอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ข้อมูลทุกท่านต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องรู้วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลของเราและให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นมากกว่าให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีหรือความใหม่ของอุปกรณ์ในการเก็บข้อมูล

3. ธุรกิจ/หน่วยงานได้ข้อมูลมาแล้วต้องใช้ข้อมูลยังไง?

โดยปกติผู้ที่มีโจทย์ในการใช้ข้อมูลและกำหนดโจทย์อย่างแม่นยำจนได้ข้อมูลที่ตรงกับความต้องการแล้วก็ย่อมดึงข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ตามที่วางแผน แต่จากประสบการณ์ของ Baramizi Lab เราพบว่าอาจมีข้อมูลบางกลุ่มที่ผู้ใช้งานยังไม่คุ้นเคยมากนักแต่เป็นประโยชน์ เช่น ข้อมูลวิจัยเทรนด์ ที่สามารถใช้ประโยชน์ในกระบวนการคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ขององค์กรได้, ข้อมูลประเภท Psychological Segmentation ที่เสนอข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมายที่ถูกแบ่งส่วนตลาดด้วยปัจจัยทางจิตวิทยา, ข้อมูลด้าน Needs และ Unmet Needs ของกลุ่มเป้าหมาย เหล่านี้เป็นข้อมูลที่เหมาะสำหรับการใช้งานสร้างสรรค์กลยุทธ์ การนำกระบวนการเวิร์คช็อปการใช้ข้อมูลเข้ามาดำเนินการภายในองค์กรและใช้ข้อมูลป้อนให้ผู้เข้าร่วมมีทางเลือกในการคิดสร้างสรรค์ที่แม่นยำ กระบวนการเวิร์คช็อปที่นำมาใช้ อาทิ Trend Gymnasium Workshop, Brand Future Vision Workshop กิจกรรมเหล่านี้นอกเหนือจากเป็นการทำให้ทีมได้ใช้ข้อมูลอย่างเต็มที่แล้วยังเป็นการแนะแนวทางกระบวนการทำงานที่ทีมสามารถทำซ้ำเพื่อสร้างกิจกรรมทำงานร่วมกันจนเป็นกิจวัตรในองค์กรได้อีกด้วย

หวังว่าบทความในตอนนี้จะช่วยให้คุณผู้อ่านเกิดมุมมองในการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรยุคใหม่ที่ใช้ข้อมูลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนะคะ

 

ผู้เขียน

คุณปรมา ทิพย์ธนทรัพย์

หัวหน้าทีมนักวิจัยแห่งศูนย์วิจัยเทรนด์และคอนเซปต์แห่งอนาคต บารามีซี่ แล็บ

RECOMMEND

read more
18.05.2026 175

อนาคตตลาด Software โลกเปลี่ยนไปแค่ไหน และแอปแบบไหนที่กำลังจะตาย?

คนทำธุรกิจหรือผู้บริหาร เราหมดเงินไปเท่าไหร่แล้วกับการซื้อซอฟต์แวร์ที่เซลส์บอกว่า “ดีที่สุด” แต่สุดท้ายพนักงานกลับไม่อยากใช้ เพราะมันยุ่งยาก ซับซ้อน และเพิ่มภาระมากกว่าจะช่วยลดงาน? วันนี้ตลาดซอฟต์แวร์ทั่วโลกกำลังก้าวผ่านจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เรากำลังโบกมือลาซอฟต์แวร์ที่เป็นแค่ “เครื่องมือรับคำสั่ง” และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่คิดแทนและทำงานล่วงหน้าให้เราได้ คอลัมน์ สาระ Trend ย่อยง่าย วันนี้ จะพาคุณไปเจาะลึกว่า อนาคตของเทคโนโลยีนี้จะเดินไปทางไหน และซอฟต์แวร์แบบไหนที่จะสูญพันธุ์ไปจากตลาดในเร็วๆ ภาพรวม: ตลาด Software ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทิศทางของเทคโนโลยีต่อจากนี้ จะไม่ได้แข่งกันที่ว่าใครมีฟีเจอร์เยอะกว่ากัน แต่แข่งกันที่ “ความฉลาดและเข้าถึงง่าย” โดยมี 3 เทรนด์หลักที่จะเข้ามาเปลี่ยนเกม: AI-First Software: ต่อจากนี้ AI จะไม่ใช่แค่ปุ่มกดหรือ “ลูกเล่นเสริม” อีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นแกนกลางของระบบ ซอฟต์แวร์จะสามารถเดาใจเราได้ว่าเราต้องการข้อมูลอะไร และจัดการสรุปมาให้ก่อนที่เราจะเอ่ยปากถามเสียอีก ยุคของ Citizen Dev […]

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027
read more
24.04.2026 630

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027

ถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์เวลเนสไทย ปี 2026 การดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเทคโนโลยีที่สร้างความกดดัน ไปสู่ยุคของการแสวงหาสมดุลและการฟื้นฟูร่างกายจากพื้นฐาน มาทำความเข้าใจInsightผู้บริโภคยุคใหม่และMega Trendด์ที่จะกำหนดทิศทางตลาดกันครับ 2 อินไซต์พฤติกรรมสุขภาพยุคใหม่ 1. Health is the New Wealth (สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว) ผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อป่วย เป็นการลงทุนกับสุขภาพระยะยาว กว่าครึ่งของผู้บริโภคตั้งงบดูแลสุขภาพไว้ที่ 1,000–3,000 บาทต่อเดือน โดย 72% ให้ความสำคัญกับสุขภาพองค์รวมมากกว่าความงามภายนอก เรื่องที่คนกังวลสูงสุดคือ การควบคุมน้ำหนัก การเสริมภูมิคุ้มกัน การนอนหลับ สุขภาพจิต และระบบขับถ่าย 2. Value-Driven & Evidence-Based (เน้นความคุ้มค่าและต้องมีหลักฐาน) แม้เศรษฐกิจจะตึงตัว แต่คนไทยไม่ยอมลดสเปกเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าสุขภาพ ผู้บริโภคยุคนี้คือ “Value Hackers” ที่ไม่เน้นของถูกที่สุด แต่เน้นของที่ส่วนผสมโปร่งใส (Clean Label) และพิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริง แบรนด์ไม่สามารถใช้การโฆษณาเกินจริงได้อีกต่อไป แต่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสต […]

Business Foresight 2035
read more
08.04.2026 304

Business Foresight 2035: เมื่อองค์กรมี Data มากขึ้น แต่กลับตัดสินใจยากขึ้น

วันนี้หลายองค์กรไม่ได้ขาดข้อมูล แต่กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่คือ “มองอนาคตไม่ตรงกัน” แม้แต่ละแผนกจะมีความเชี่ยวชาญของตัวเอง แต่เมื่อพูดถึงการวางกลยุทธ์ระยะยาว กลับมีมุมมองที่แตกต่างกัน ทำให้การตัดสินใจยิ่งซับซ้อนขึ้น ทำไมองค์กรยุคนี้ต้องมอง “เทรนด์ธุรกิจอนาคต” ให้ชัดขึ้น ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็ว “เทรนด์” ไม่ใช่แค่เรื่องของการตลาด แต่กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางของ โมเดลธุรกิจ ประสบการณ์ลูกค้า และโอกาสใหม่ในอนาคต คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ องค์กรรู้ว่าเทรนด์คืออะไร แต่คือ องค์กรสามารถ “ใช้เทรนด์เพื่อตัดสินใจ” ได้หรือไม่ Business Foresight 2035: Workshop เทรนด์เพื่อผู้บริหาร โครงการ Business Foresight 2035 เป็น workshop เทรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้บริหาร มองเห็นภาพอนาคตในระยะ 5–10 ปี โดย Baramizi Lab ได้ร่วมออกแบบและจัด Workshop นี้ ร่วมกับทีมผู้บริหารของ IMPACT Exhibition Management Co., Ltd. ที่เน้นการแลกเปลี่ยน มากกว่าการบรรยาย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 Insight จาก Workshop: ทำไมองค์กรยังใช้ Data ไม่ได้เต็มที่ จากการทำ workshop ผู้บริหาร พบความท้าทายสำคัญที่หลายองค์กรเผชิญ ได้แก […]

Health & Well-being x Food Industry
read more
27.03.2026 502

Health & Well-being x Food Industry

เมื่อ “อาหาร” ไม่ได้มีไว้แค่อิ่ม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือดูแลชีวิต ในอดีต การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ มักหมายถึงการลดแคลอรี หรือหลีกเลี่ยงไขมัน แต่ในวันนี้ ผู้บริโภคไม่ได้คิดแค่นั้นอีกต่อไป พวกเขากำลังตั้งคำถามใหม่ว่า “สิ่งที่กินเข้าไป…ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาวได้อย่างไร?” นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ Health & Well-being Economy อย่างเต็มตัว จาก “กินเพื่อไม่ป่วย”  สู่ “กินเพื่อออกแบบชีวิต” ข้อมูลจากรายงาน Health & Well-being Trends 2026  สะท้อนว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราว แต่เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หันมาให้ความสำคัญกับ การป้องกัน (Preventive Health) ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ (Premium for Better Life) มองหาอาหารที่ให้ “ผลลัพธ์เฉพาะด้าน” มากขึ้น ส่งผลให้อาหารไม่ได้เป็นแค่สินค้า แต่กลายเป็น Solution ของชีวิตในแต่ละวัน 4 ทิศทางสำคัญของ Food Industry ที่กำลังเกิดขึ้น 1. Edible Beauty การดูแลความงาม…เริ […]

brand health check and superfans
read more
03.04.2026 422

5 เหตุผลที่แบรนด์ต้อง “ตรวจสุขภาพแบรนด์” ทุกปี

เมื่อยอดขายไม่โต… อาจไม่ใช่เพราะคุณทำไม่พอ แต่เพราะคุณ “มองไม่เห็น” ในหลายธุรกิจ เรามักเห็นภาพแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ งบการตลาดเพิ่มขึ้น แคมเปญมีมากขึ้น ทีมทำงานหนักขึ้น แต่ผลลัพธ์กลับ “ไม่โตอย่างที่ควรจะเป็น” คำถามคือ… ปัญหาอยู่ที่ “การทำไม่มากพอ”หรืออยู่ที่ “คุณยังไม่รู้ว่าแบรนด์ของคุณอยู่จุดไหนในใจลูกค้า” จากยอดขาย สู่ “สุขภาพของแบรนด์” สิ่งที่หลายองค์กรอาจมองข้าม คือ ยอดขายเป็นเพียง “ปลายทาง” ของผลลัพธ์ แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนยอดขายจริง ๆ คือ การรับรู้ ความรู้สึกเชื่อมโยง ประสบการณ์และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Brand Monitoring หรือ “การตรวจสุขภาพแบรนด์” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินว่า แบรนด์ของคุณ “แข็งแรง” แค่ไหนในสายตาและความรู้สึกของลูกค้า 5 เหตุผลที่แบรนด์ต้องตรวจสุขภาพทุกปี 1. เพื่อเข้าใจ “เส้นทางความสัมพันธ์” ของลูกค้าอย่างแท้จริง ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจซื้อทันที แต่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ Brand Awareness — รู้จักแบรนด์ Brand Relevance — รู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับชีวิต Acceptable Performance — ยอมรับในสิ่งที่แบรนด์ทำ Advantage — เชื่อว่าแบรนด์ดีกว่าค […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง