Baramizi Lab logo

การท่องเที่ยวของประเทศไทยจะไปต่อได้อย่างไร มิติไหนบ้างที่ต้องเร่งปรับเพื่อให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพ

29
10.2025
view
1,053
SHARE

การท่องเที่ยวของประเทศไทยจะไปต่อได้อย่างไร มิติไหนบ้างที่ต้องเร่งปรับเพื่อให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพ

แนวทางกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าการท่องเที่ยวของประเทศไทย ควรเปลี่ยนอย่างไรเพื่อให้มีความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงและพัฒนาประสบการณ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการมากยิ่งขึ้น 

Tourist – Centric มุ่งนักท่องเที่ยว (ยุคใหม่) เป็นศูนย์กลาง” คงจะเป็นเป้าหมายในการพัฒนาสินค้าการท่องเที่ยวที่ช่วยให้ประเทศของเรา ที่เป็นประเทศพึ่งพาทรัพยากรภายในที่หลากหลายมาทำประโยชน์ให้คุ้มค่ามากที่สุด 

คำถามถัดมาคือ เรื่องอะไรบ้างที่ต้องปรับ เพื่อสอดรับกับทิศทางเหล่านี้ในการพัฒนาสินค้าการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งสรุปได้เป็น 4 หัวข้อหลัก ได้แก่

1. การแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยว 

ปรับจาก : อายุ, เจนเนอเรชั่น เป็น “เที่ยวทำไม” วัตถุประสงค์การท่องเที่ยว ในกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง

ใช้วัตถุประสงค์การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวเป็นตัวแบ่งกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้มองเห็นถึงความสนใจ และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ต้องการได้รับ ซึ่งจะสัมพันธ์กับการสร้างสรรค์สินค้าทางการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์พวกเขาได้

2. การแบ่งกลุ่มประเภทการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว

ปรับจาก : ประเภทแหล่งท่องเที่ยว เป็น  “ประเภทประสบการณ์เน้นคุณค่าและประโยชน์ที่เป็น Meaningful Travel” 

เพื่อให้เข้าใจว่า “เที่ยวแล้วได้อะไร” ใช้ประเภทประสบการณ์ที่เน้นคุณค่าและประโยชน์ที่เป็น Meaningful Travel เป็นประเภทของสินค้าการท่องเที่ยวที่เป็นทางเลือกให้กับนักเดินทางแทน เพื่อสร้างทางเลือกที่ชัดเจน ตรงกับวัตถุประสงค์การท่องเที่ยว ทำให้สามารถบริหารความคาดหวังของนักท่องเที่ยวกับผู้สร้างสินค้าได้อย่างเจาะจง

3. การพัฒนาผลิตภัณฑ์

ปรับจาก : สร้าง Trip ท่องเที่ยวให้ เป็น “สร้างแนวคิด Short Journey ที่ท้องถิ่นร่วม Co-Create โดย Localize และ Connect เป็น Trip”

เพื่อให้รู้ว่า “สร้างประสบการณ์การเที่ยวให้ลึกซึ้ง” สร้าง Short Journey (1 วัน) ที่ขับเน้นประสบการณ์ที่ตรงกับคุณค่าของกลุ่มเป้าหมาย มีข้อกำกับถึงประสบการณ์ที่ชัดเจน แต่ปลายเปิดสำหรับการประยุกต์ใช้วัตถุดิบในแต่ละท้องถิ่น เป็นการเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นออกแบบตามแบบฉบับของตนเองและมีความยืดหยุ่นที่จะร้อยหลายๆ Short Journeys เป็นทริปที่ส่งมอบประสบการณ์ที่หลากหลายได้

4. การเสนอขาย

ปรับจาก : ขายเป็นแหล่งเป็นเส้นทาง เป็น “ขายเป็นธีม ที่มีทางเลือกใหม่ๆ ทั่วประเทศภายใต้ธีมเดียวกัน ตอบโจทย์ Amazing Hidden Unlimited”

เพื่อให้รับประสบการณ์ “เที่ยวเลือกได้และไม่ซ้ำ” สร้าง Short Journey (1 วัน) ที่ขับเน้นประสบการณ์ที่ตรงกับคุณค่าของกลุ่มเป้าหมาย มีข้อกำกับถึงประสบการณ์ที่ชัดเจน แต่ปลายเปิดสำหรับการประยุกต์ใช้วัตถุดิบในแต่ละท้องถิ่น เป็นการเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นออกแบบตามแบบฉบับของตนเองและมีความยืดหยุ่นที่จะร้อยหลายๆ Short Journeys เป็นทริปที่ส่งมอบประสบการณ์ที่หลากหลายได้

ประเทศไทยสามารถนำเสนอ Product Portfolio อะไรบ้างที่จะนำเสนอเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายได้

จากการศึกษาของเรา พบว่าความต้องการหลักของนักท่องเที่ยวในการออกเดินทางมีคุณค่าหลักอยู่ 4 มิติหลัก ซึ่งครอบคลุมมิติคุณประโยชน์ที่สัมพันธ์ไปกับแนวโน้มเทรนด์และมุมมองจากภาคีเครือข่ายในอุตสาหกรรมนี้ ได้แก่ 

1. กลุ่ม Healthy Life Expectancy – ออกเดินทางเพื่อตอบโจทย์สุขภาวะของชีวิตในทุกมิติ – สุขภาพกาย, สุขภาพใจ, สุขภาพความสัมพันธ์ของทั้งระหว่างเพื่อน คนรอบตัวและคนรัก

2. กลุ่ม Learn Life Long – ออกเดินทางเพราะต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่มีสิ้นสุด – เรียนรู้มิติวิถีชีวิตของคนต่างถิ่น, เรียนรู้มิติของสภาพแวดล้อม เมืองใหม่ที่ใหม่ๆ, เรียนรู้ในมิติขององค์ความรู้ท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม, เรียนรู้ความหลากหลายของธรรมชาติและระบบนิเวศที่แตกต่าง

3. กลุ่ม Excitement – ออกเดินทางเพราะต้องการประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น – ท้าทายขีดความกลัว, ได้ประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในชีวิตประจำวัน, ได้ท้าทายศักกยภาพร่างกาย หรือได้ประสบการณ์เหนือระดับสุดพิเศษ 

4. กลุ่ม Immersive Story – ออกเดินทางเพราะต้องการซึบซับรากเหง้า หรือเรื่องราว – สถานที่ที่ย้อนอดีต อิเวนต์ที่สวยงามยามเย็น, ตามรอยเรื่องราวแห่งศรัทธา, ตามรอยหนังหรือซีรีย์ที่ประทับใจ

ซึ่งจากงานวิจัยเทรนด์และการสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมประกอบกับแนวทางการพัฒนาสินค้าแบบ Product Themes ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงคุณค่าของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ

ประเด็นการพัฒนาภาคีเครือข่ายใน Supply Chain เพื่อนำไปสู่ประเด็นที่ควรได้รับการพัฒนา ให้ครบมิติของแนวคิดและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ได้ดังนี้

1. Localization

“เข้าใจพื้นที่ เข้าใจผู้คน สร้างเอกลักษณ์เฉพาะของไทยในแต่ละภูมิภาค” 

เป้าหมาย: ยกระดับภูมิภาคสู่ “Destination Branding” ที่ชัดเจน แข่งขันได้ และมีความร่วมมือในห่วงโซ่ท่องเที่ยว
แนวคิดนี้มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยยึด “ภูมิภาค” และ “อัตลักษณ์ท้องถิ่น” เป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้ทุกพื้นที่มีจุดขายเฉพาะตัวที่แตกต่างและสอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในยุคใหม่

2. Responsibility

“ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เพื่อสิ่งแวดล้อม สังคม และอนาคต”

เป้าหมาย: เปลี่ยนภาพลักษณ์ประเทศไทยจาก “Tourism Destination” สู่ “Responsible Tourism Leader” ในภูมิภาค เป็นการปรับทิศทางสู่การท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นแนวทาง Green Tourism และ Sustainable Practice

3. Hospitality

“ยกระดับการบริการด้วยหัวใจแบบไทยและประสิทธิภาพระดับโลก”

เป้าหมาย: สร้างภาพลักษณ์ “Thailand: The Land of Warm Hospitality”
เน้นการพัฒนาคนในอุตสาหกรรมบริการให้มีทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และเอกลักษณ์ “Thai Touch” ที่ไม่สามารถลอกเลียนได้

4. Standardization

“ยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ประสบการณ์ และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว”

เป้าหมาย: ให้ “คุณภาพ ความปลอดภัย และความหมาย” กลายเป็นตราสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย
มาตรฐานคือเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและมูลค่าเพิ่มให้กับประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย

5. Infrastructure

“วางรากฐานเพื่อการเดินทางที่ไร้รอยต่อ สะดวก และพร้อมเชื่อมโลก”

เป้าหมาย: ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายที่เดินทางสะดวก เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่
พัฒนาและบูรณาการระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง การขนส่ง และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

6. Digitalization

“ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี”

เป้าหมาย: พลิกบทบาทประเทศไทยให้เป็น “Smart Tourism Hub” ที่เชื่อมต่อคน ข้อมูล และโอกาสอย่างชาญฉลาด โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเพิ่มศักยภาพทางการตลาด การบริหารจัดการ และประสบการณ์นักท่องเที่ยว

ข้อมูลจากงานวิจัยโดย Baramizi Lab Co., Ltd. and Pradit Ratanawijitrasilp

บทความโดย : กรภัทร คงโชคชัย (Brand and Innovation Researcher)


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

RECOMMEND

read more
26.01.2026 108

Gen Y เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y อายุ 29-44 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ คิดเป็นจำนวน 49.17% เป็นกลุ่มที่สะท้อนภาพ “วันทำงานตัวจริง” อย่างชัดเจนที่สุด พวกเขาเป็นวัยที่ต้องดูแลงาน บ้าน ครอบครัว การเงิน และยังต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไปพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ…พวกเขามี แรงจูงใจจะดูแลสุขภาพสูง แต่ก็มี อุปสรรคหนักที่สุด เช่นกัน Gen Y: เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง — แต่กลับเป็นวัยที่สนใจเทคโนโลยีสุขภาพมากที่สุด Gen Y เป็นกลุ่มที่ “เหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบตัว” มีผลกระทบมากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ให้ความ […]

read more
26.01.2026 162

Gen Baby Boomer วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ”

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Baby Boomer อายุ 60 ปีขึ้นไป คือกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 5.42% ของทั้งหมด 1,200 คน Gen Baby Boomer (60+): วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ” Gen Baby Boomer คือกลุ่มที่ให้คะแนนความสำคัญด้านสุขภาพสูงที่สุดในทุกช่วงวัย นี่คือวัยที่ ตระหนักแล้วว่า เวลาไม่ได้รอใคร และเหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบข้างยิ่ง ตอกย้ำความจำเป็นในการดูแล แต่ในขณะที่ความจำเป็นเพิ่มขึ้น อุปสรรคก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ค่าใช้จ่ายคือกำแพงสูงที่สุด และแม้จะเชื่อในแพทย์มากที่สุด พวกเขาก็พบว่าเสียงจากครอบครัว เว็บไซต์สุขภาพ และโซเช […]

read more
26.01.2026 405

เจาะอินไซต์นักกินไทย 6 สายพันธุ์ | Future Food Trend 2026

นักกินไทยในวันนี้…ไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกันอีกต่อไปBaramizi Lab ได้ศึกษารายงาน Future Food Trend 2026 จากการวิจัยเชิงปริมาณทั่วประเทศกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 820 คน เพื่อทำความเข้าใจความคิด ค่านิยม และทัศนคติด้านการกินของคนไทยยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผลการศึกษาพบว่า นักกินไทยสามารถจำแนกออกเป็น 6 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความสนใจ ค่านิยม และมุมมองต่ออาหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. Comfort-Loyal Eaters นักกินสายผูกพัน ผู้ผ่อนคลายและมีความสุขจากความคุ้นเคย มีสัดส่วน 15.5% กลุ่มนี้มีความสุขกับ “ความรู้สึกขณะกิน” มากกว่าการคำนึงถึงสุขภาพหรือคุณค่าทางสังคม ชอบความคุ้นเคย ความมั่นใจในแบรนด์เดิม และความพึงพอใจที่คาดเดาได้ รู้จักตัวเองดีว่าชอบอะไร มองการกินเป็นทั้งความสุขส่วนตัวและกิจกรรมสังสรรค์ 📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในสาวนักศึกษาและคนทำงานอิสระ หรือแม่บ้าน Gen X รายได้ไม่สูงมากนัก คนกรุงเทพฯ หรือคนเหนือ 2. Conscious Epicureans นักกินสายตระหนักรู้ ผู้พิถีพิถันทุกมิติ มีสัดส่วน 18.3% กลุ่มนี้คือ “นักกินผู้มีความพิถีพิถันใส่ใจ” ที่ตัดสินใจเลือกอาหารไม่เพียงแค่เพื่อลิ้มรส แต่เพื่อสอ […]

business trend 2026
read more
19.01.2026 506

BEYOND DISRUPTION เทรนด์ธุรกิจ 2026

รู้ก่อนนำคนอื่นไป “10 ก้าว”เทรนด์ขับเคลื่อนธุรกิจปี 2026 ที่ธุรกิจต้องเริ่มทำ ปี 2026 คือปีแห่ง “โอกาสธุรกิจ” สำหรับผู้ประกอบการเมื่อเทคโนโลยีใหม่ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และนโยบายระดับภูมิภาค เริ่มบรรจบกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจไม่ตกยุคและสร้างมูลค่าเหนือคู่แข่งเราได้รวบรวมเทรนด์โลกที่สำคัญ พร้อมแนวทางวัดผลตอบแทน (ROI) และกรอบการทำงานที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ 1. ปัญญาประดิษฐ์ตัวแทน (AI Agents) ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้อยู่แค่ในวงการด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป มันกลายเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจที่จับต้องได้ โดย Gartner คาดการณ์ว่า 40% ขององค์กรจะนำเอา AI Agent เข้ามาใช้ภายในปลายปี 2026 AI Agent ต่างจาก Generative AI ที่ดำเนินงานตามคำสั่ง AI Agent สามารถทำงานอิสระได้ ถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจเฉพาะเจาะจง และเรียนรู้ได้ตามเวลาจริง​ กรณีศึกษา :Nextoria บริษัทที่ปรึกษาด้าน M&A จากลอนดอน ที่นำแพลตฟอร์ม AI ชื่อว่า Juma (ชื่อเดิม Team-GPT) เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ AI ช่วยลดความซับซ้อนในขั้นตอน Due Diligence ปรับปรุงความแม่นยำของโมเดลการเงิน และให้ข้อมูลสนับสนุน […]

read more
26.01.2026 70

Gen X กับมุมมองสุขภาพที่เปลี่ยนไป: อินไซต์จากคนวัยทำงานไทย

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen X อายุ 45–59 ปี คือกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 225 คน หรือคิดเป็น 18.75% ของทั้งหมด 1,200 คน Gen X รู้ดีว่าเวลาของสุขภาพไม่รอใคร Gen X เป็นช่วงวัยที่เริ่มหันกลับมาดูแลตัวเองอย่างจริงจัง จากประสบการณ์เจ็บป่วยของตนเองหรือคนรอบตัว ทำให้สุขภาพกลายเป็นเรื่องที่ไม่สามารถผัดวันประกันพรุ่งได้อีกต่อไป ข้อมูลชี้ว่า Gen X มีแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพสูง โดยเฉพาะจากประสบการณ์การเจ็บป่วย และให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพตามคำแนะนำแพทย์ แต่ในขณะเดียวกัน ยังเผชิญข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายและเวลา ส่งผลให้การดูแลสุขภาพอาจยังไม่ต่อเนื่องเท่าท […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง