Baramizi Lab logo

อนาคตตลาด Software โลกเปลี่ยนไปแค่ไหน และแอปแบบไหนที่กำลังจะตาย?

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

18
05.2026
view
6
SHARE

อนาคตตลาด Software โลกเปลี่ยนไปแค่ไหน และแอปแบบไหนที่กำลังจะตาย?

คนทำธุรกิจหรือผู้บริหาร เราหมดเงินไปเท่าไหร่แล้วกับการซื้อซอฟต์แวร์ที่เซลส์บอกว่า “ดีที่สุด” แต่สุดท้ายพนักงานกลับไม่อยากใช้ เพราะมันยุ่งยาก ซับซ้อน และเพิ่มภาระมากกว่าจะช่วยลดงาน?

วันนี้ตลาดซอฟต์แวร์ทั่วโลกกำลังก้าวผ่านจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เรากำลังโบกมือลาซอฟต์แวร์ที่เป็นแค่ “เครื่องมือรับคำสั่ง” และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่คิดแทนและทำงานล่วงหน้าให้เราได้ คอลัมน์ สาระ Trend ย่อยง่าย วันนี้ จะพาคุณไปเจาะลึกว่า อนาคตของเทคโนโลยีนี้จะเดินไปทางไหน และซอฟต์แวร์แบบไหนที่จะสูญพันธุ์ไปจากตลาดในเร็วๆ

ภาพรวม: ตลาด Software ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ทิศทางของเทคโนโลยีต่อจากนี้ จะไม่ได้แข่งกันที่ว่าใครมีฟีเจอร์เยอะกว่ากัน แต่แข่งกันที่ “ความฉลาดและเข้าถึงง่าย” โดยมี 3 เทรนด์หลักที่จะเข้ามาเปลี่ยนเกม:

  1. AI-First Software: ต่อจากนี้ AI จะไม่ใช่แค่ปุ่มกดหรือ “ลูกเล่นเสริม” อีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นแกนกลางของระบบ ซอฟต์แวร์จะสามารถเดาใจเราได้ว่าเราต้องการข้อมูลอะไร และจัดการสรุปมาให้ก่อนที่เราจะเอ่ยปากถามเสียอีก
  2. ยุคของ Citizen Developers: หมดยุคที่ต้องพึ่งพาโปรแกรมเมอร์เพียงอย่างเดียว แพลตฟอร์มประเภท Low-code และ No-code จะทำให้คนทำงานทั่วไป (อย่างฝ่ายการตลาด หรือ HR) สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือระบบ Automation เล็กๆ ขึ้นมาใช้เองได้ง่ายเหมือนการต่อเลโก้
  3. เล็กแต่ลึก (Micro-SaaS & Vertical SaaS): ซอฟต์แวร์แบบครอบจักรวาลจะเริ่มเสื่อมความนิยม ธุรกิจจะหันไปใช้แอปขนาดเล็กที่แก้ปัญหาเฉพาะจุดได้อย่างเฉียบขาด หรือซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมนั้นๆ โดยเฉพาะ (เช่น แอปจัดการคลินิกสัตว์ หรือ ระบบหลังบ้านร้านกาแฟ)

 อะไรคือเบื้องหลังที่ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงนี้?

การที่ตลาดต้องรีบวิวัฒนาการตัวเองไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่มาจากแรงบีบคั้นของพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีรอบตัว:

  1. การก้าวกระโดดของ Generative AI: การมาถึงของ AI ที่สร้างเนื้อหา เขียนโค้ด และวิเคราะห์ข้อมูลได้เอง ทำให้บริษัทซอฟต์แวร์ทุกรายต้องรีบอัปเกรดตัวเอง ใครไม่มี AI ฝังอยู่คือ “ตกรถ” ทันที
  2. API Economy (เศรษฐกิจแห่งการเชื่อมต่อ): ปัจจุบันไม่มีองค์กรไหนใช้ซอฟต์แวร์แค่ตัวเดียวอีกแล้ว ซอฟต์แวร์ที่ดีต้องคุยกับแอปอื่นรู้เรื่อง ข้อมูลต้องไหลเวียนผ่าน API ได้อย่างไร้รอยต่อ
  3. Digital Transformation ที่ยังไม่จบ: ธุรกิจยังคงต้องการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ (Productivity) ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน การใช้ระบบอัตโนมัติจึงยังเป็นทางรอดที่หลายบริษัทโหยหา
  4. ความปลอดภัยข้อมูล (Cybersecurity): กฎหมายอย่าง PDPA หรือ GDPR บังคับให้ระบบต้องรัดกุมขึ้น ซอฟต์แวร์ยุคใหม่จึงต้องมาพร้อมระบบหลังบ้านที่ปลอดภัยตั้งแต่เริ่มสร้าง (Secure by Design)

 ความคาดหวังของคนทำงานยุคใหม่ ที่เปลี่ยนไปตลอดกาล

ถ้าคุณเป็นผู้บริหารที่ต้องเลือกซื้อเครื่องมือให้ทีม นี่คือสิ่งที่พนักงานของคุณกำลังมองหา:

  • Zero Learning Curve (ไม่ต้องมีคู่มือ): คนยุคนี้ไม่มีความอดทนมานั่งอ่านคู่มือหนาๆ หรือเข้าอบรมเป็นวันๆ ซอฟต์แวร์ต้องหน้าตาเป็นมิตร หรือดีที่สุดคือสามารถสั่งงานด้วย “ภาษาคน” พิมพ์บอกไปตรงๆ ว่าอยากได้อะไร แล้วระบบจัดการให้เลย
  • Hyper-Personalization: ระบบที่ดีต้องรู้ใจผู้ใช้งาน ปรับแต่งเมนู และการแจ้งเตือนให้เข้ากับสไตล์การทำงานของพนักงานคนนั้นๆ โดยอัตโนมัติ
  • ซื้อผลลัพธ์ ไม่ใช่ซื้อฟีเจอร์ (Outcome-Based): องค์กรจะเลิกจ่ายเงินเพื่อฟีเจอร์ล้ำๆ แต่จะจ่ายเงินก็ต่อเมื่อซอฟต์แวร์นั้นการันตีได้ว่าจะช่วย “ลดเวลาทำงานลง 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์” หรือ “เพิ่มยอดปิดการขายได้ 20%”
  • Invisible Tech (เทคโนโลยีไร้ตัวตน): สุดยอดซอฟต์แวร์คือแอปที่แอบทำงานอยู่เบื้องหลัง จัดการเรื่องน่าเบื่อให้เสร็จสรรพ โดยที่ผู้ใช้แทบไม่ต้องคลิกอะไรเลย

 Adapt or Die: ซอฟต์แวร์แบบไหนที่จะ “ตาย” ไปจากตลาด?

เมื่อผู้ใช้คาดหวังสูงขึ้น กฎการคัดเลือกตามธรรมชาติของโลกธุรกิจก็จะทำงาน ซอฟต์แวร์กลุ่มนี้คือกลุ่มที่กำลังนับถอยหลังสู่วันสูญพันธุ์:

  1. Siloed Software (แอปที่ปิดกั้นตัวเอง): ซอฟต์แวร์ที่ไม่ยอมเชื่อมต่อกับระบบอื่น บังคับให้พนักงานต้อง Export ไฟล์ Excel ออกมา แล้วพิมพ์กรอกข้อมูลเข้าไปใหม่ด้วยมือ… เตรียมตัวบอกลาได้เลย
  2. Bloated Legacy (ระบบเก่าแก่ที่เทอะทะ): ซอฟต์แวร์องค์กรรุ่นเดอะที่หน้าตาซับซ้อน โหลดช้า และพยายามเป็นทุกอย่างให้ทุกคน แต่ทำอะไรได้ไม่ดีสักอย่าง
  3. Basic Rule-Based (ระบบอัตโนมัติแบบทื่อๆ): ซอฟต์แวร์ที่ทำได้แค่ “รับคำสั่งเป๊ะๆ” จะถูกแทนที่ด้วย AI Agents ที่สามารถวิเคราะห์บริบท ตัดสินใจแทน และยืดหยุ่นได้เหมือนมนุษย์มากขึ้น
  4. ระบบที่ปฏิเสธ Cloud อย่างสิ้นเชิง: แม้บางองค์กรจะห่วงเรื่องความปลอดภัย แต่ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีทางเลือกในการทำงานบน Cloud เลย จะสูญเสียความสามารถในการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ (โดยเฉพาะ AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูง) และจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในที่สุด

บทสรุป

ในอนาคตอันใกล้นี้ การตัดสินใจเลือกลงทุนในเทคโนโลยี จะไม่ใช่แค่การหาเครื่องมือมาช่วยทำงานให้เร็วขึ้น แต่คือการหา “ผู้ช่วยดิจิทัล” ที่ฉลาดพอจะคิดล่วงหน้าและแบกรับความน่าเบื่อแทนทีมงานของคุณได้ เพื่อให้มนุษย์ได้เอาเวลาไปโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ “ความคิดสร้างสรรค์และกลยุทธ์” นั่นเองครับ

บทความโดย : ภูชิต มุณีวงศ์ (Future Trend Researcher)


บทความเทรนด์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

RECOMMEND

read more
18.05.2026 6

อนาคตตลาด Software โลกเปลี่ยนไปแค่ไหน และแอปแบบไหนที่กำลังจะตาย?

คนทำธุรกิจหรือผู้บริหาร เราหมดเงินไปเท่าไหร่แล้วกับการซื้อซอฟต์แวร์ที่เซลส์บอกว่า “ดีที่สุด” แต่สุดท้ายพนักงานกลับไม่อยากใช้ เพราะมันยุ่งยาก ซับซ้อน และเพิ่มภาระมากกว่าจะช่วยลดงาน? วันนี้ตลาดซอฟต์แวร์ทั่วโลกกำลังก้าวผ่านจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เรากำลังโบกมือลาซอฟต์แวร์ที่เป็นแค่ “เครื่องมือรับคำสั่ง” และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่คิดแทนและทำงานล่วงหน้าให้เราได้ คอลัมน์ สาระ Trend ย่อยง่าย วันนี้ จะพาคุณไปเจาะลึกว่า อนาคตของเทคโนโลยีนี้จะเดินไปทางไหน และซอฟต์แวร์แบบไหนที่จะสูญพันธุ์ไปจากตลาดในเร็วๆ ภาพรวม: ตลาด Software ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทิศทางของเทคโนโลยีต่อจากนี้ จะไม่ได้แข่งกันที่ว่าใครมีฟีเจอร์เยอะกว่ากัน แต่แข่งกันที่ “ความฉลาดและเข้าถึงง่าย” โดยมี 3 เทรนด์หลักที่จะเข้ามาเปลี่ยนเกม: AI-First Software: ต่อจากนี้ AI จะไม่ใช่แค่ปุ่มกดหรือ “ลูกเล่นเสริม” อีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นแกนกลางของระบบ ซอฟต์แวร์จะสามารถเดาใจเราได้ว่าเราต้องการข้อมูลอะไร และจัดการสรุปมาให้ก่อนที่เราจะเอ่ยปากถามเสียอีก ยุคของ Citizen Dev […]

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027
read more
24.04.2026 322

6 Mega Trends Health & Wellness 2026–2027

ถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์เวลเนสไทย ปี 2026 การดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเทคโนโลยีที่สร้างความกดดัน ไปสู่ยุคของการแสวงหาสมดุลและการฟื้นฟูร่างกายจากพื้นฐาน มาทำความเข้าใจInsightผู้บริโภคยุคใหม่และMega Trendด์ที่จะกำหนดทิศทางตลาดกันครับ 2 อินไซต์พฤติกรรมสุขภาพยุคใหม่ 1. Health is the New Wealth (สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว) ผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อป่วย เป็นการลงทุนกับสุขภาพระยะยาว กว่าครึ่งของผู้บริโภคตั้งงบดูแลสุขภาพไว้ที่ 1,000–3,000 บาทต่อเดือน โดย 72% ให้ความสำคัญกับสุขภาพองค์รวมมากกว่าความงามภายนอก เรื่องที่คนกังวลสูงสุดคือ การควบคุมน้ำหนัก การเสริมภูมิคุ้มกัน การนอนหลับ สุขภาพจิต และระบบขับถ่าย 2. Value-Driven & Evidence-Based (เน้นความคุ้มค่าและต้องมีหลักฐาน) แม้เศรษฐกิจจะตึงตัว แต่คนไทยไม่ยอมลดสเปกเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าสุขภาพ ผู้บริโภคยุคนี้คือ “Value Hackers” ที่ไม่เน้นของถูกที่สุด แต่เน้นของที่ส่วนผสมโปร่งใส (Clean Label) และพิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริง แบรนด์ไม่สามารถใช้การโฆษณาเกินจริงได้อีกต่อไป แต่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสต […]

Business Foresight 2035
read more
08.04.2026 237

Business Foresight 2035: เมื่อองค์กรมี Data มากขึ้น แต่กลับตัดสินใจยากขึ้น

วันนี้หลายองค์กรไม่ได้ขาดข้อมูล แต่กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่คือ “มองอนาคตไม่ตรงกัน” แม้แต่ละแผนกจะมีความเชี่ยวชาญของตัวเอง แต่เมื่อพูดถึงการวางกลยุทธ์ระยะยาว กลับมีมุมมองที่แตกต่างกัน ทำให้การตัดสินใจยิ่งซับซ้อนขึ้น ทำไมองค์กรยุคนี้ต้องมอง “เทรนด์ธุรกิจอนาคต” ให้ชัดขึ้น ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็ว “เทรนด์” ไม่ใช่แค่เรื่องของการตลาด แต่กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางของ โมเดลธุรกิจ ประสบการณ์ลูกค้า และโอกาสใหม่ในอนาคต คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ องค์กรรู้ว่าเทรนด์คืออะไร แต่คือ องค์กรสามารถ “ใช้เทรนด์เพื่อตัดสินใจ” ได้หรือไม่ Business Foresight 2035: Workshop เทรนด์เพื่อผู้บริหาร โครงการ Business Foresight 2035 เป็น workshop เทรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้บริหาร มองเห็นภาพอนาคตในระยะ 5–10 ปี โดย Baramizi Lab ได้ร่วมออกแบบและจัด Workshop นี้ ร่วมกับทีมผู้บริหารของ IMPACT Exhibition Management Co., Ltd. ที่เน้นการแลกเปลี่ยน มากกว่าการบรรยาย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 Insight จาก Workshop: ทำไมองค์กรยังใช้ Data ไม่ได้เต็มที่ จากการทำ workshop ผู้บริหาร พบความท้าทายสำคัญที่หลายองค์กรเผชิญ ได้แก […]

Health & Well-being x Food Industry
read more
27.03.2026 460

Health & Well-being x Food Industry

เมื่อ “อาหาร” ไม่ได้มีไว้แค่อิ่ม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือดูแลชีวิต ในอดีต การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ มักหมายถึงการลดแคลอรี หรือหลีกเลี่ยงไขมัน แต่ในวันนี้ ผู้บริโภคไม่ได้คิดแค่นั้นอีกต่อไป พวกเขากำลังตั้งคำถามใหม่ว่า “สิ่งที่กินเข้าไป…ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาวได้อย่างไร?” นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ Health & Well-being Economy อย่างเต็มตัว จาก “กินเพื่อไม่ป่วย”  สู่ “กินเพื่อออกแบบชีวิต” ข้อมูลจากรายงาน Health & Well-being Trends 2026  สะท้อนว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากกระแสชั่วคราว แต่เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หันมาให้ความสำคัญกับ การป้องกัน (Preventive Health) ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ (Premium for Better Life) มองหาอาหารที่ให้ “ผลลัพธ์เฉพาะด้าน” มากขึ้น ส่งผลให้อาหารไม่ได้เป็นแค่สินค้า แต่กลายเป็น Solution ของชีวิตในแต่ละวัน 4 ทิศทางสำคัญของ Food Industry ที่กำลังเกิดขึ้น 1. Edible Beauty การดูแลความงาม…เริ […]

brand health check and superfans
read more
03.04.2026 384

5 เหตุผลที่แบรนด์ต้อง “ตรวจสุขภาพแบรนด์” ทุกปี

เมื่อยอดขายไม่โต… อาจไม่ใช่เพราะคุณทำไม่พอ แต่เพราะคุณ “มองไม่เห็น” ในหลายธุรกิจ เรามักเห็นภาพแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ งบการตลาดเพิ่มขึ้น แคมเปญมีมากขึ้น ทีมทำงานหนักขึ้น แต่ผลลัพธ์กลับ “ไม่โตอย่างที่ควรจะเป็น” คำถามคือ… ปัญหาอยู่ที่ “การทำไม่มากพอ”หรืออยู่ที่ “คุณยังไม่รู้ว่าแบรนด์ของคุณอยู่จุดไหนในใจลูกค้า” จากยอดขาย สู่ “สุขภาพของแบรนด์” สิ่งที่หลายองค์กรอาจมองข้าม คือ ยอดขายเป็นเพียง “ปลายทาง” ของผลลัพธ์ แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนยอดขายจริง ๆ คือ การรับรู้ ความรู้สึกเชื่อมโยง ประสบการณ์และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Brand Monitoring หรือ “การตรวจสุขภาพแบรนด์” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินว่า แบรนด์ของคุณ “แข็งแรง” แค่ไหนในสายตาและความรู้สึกของลูกค้า 5 เหตุผลที่แบรนด์ต้องตรวจสุขภาพทุกปี 1. เพื่อเข้าใจ “เส้นทางความสัมพันธ์” ของลูกค้าอย่างแท้จริง ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจซื้อทันที แต่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ Brand Awareness — รู้จักแบรนด์ Brand Relevance — รู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับชีวิต Acceptable Performance — ยอมรับในสิ่งที่แบรนด์ทำ Advantage — เชื่อว่าแบรนด์ดีกว่าค […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง