Baramizi Lab logo

5 Health Mindsets: The Next Big Opportunity: เข้าใจ 5 กลุ่มสุขภาพ = เจอโอกาสใหม่ก่อนใคร

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

10
11.2025
view
829
SHARE

5 Health Mindsets: The Next Big Opportunity: เข้าใจ 5 กลุ่มสุขภาพ = เจอโอกาสใหม่ก่อนใคร

สำรวจทิศทาง 5 พฤติกรรมสุขภาพคนไทย: สัญญาณบ่งชี้โอกาสธุรกิจบริการสุขภาพยุคใหม่

เคยไหม? รู้ว่าควรตรวจสุขภาพประจำปี แต่ก็เลื่อนออกไปเรื่อยๆ

หรือรอให้ป่วยก่อนจึงเริ่มใส่ใจสุขภาพ — พฤติกรรมนี้สะท้อนภาพ “ความเฉยเมย” ของคนไทยที่ยังฝังแน่นในวัฒนธรรมการดูแลตัวเอง

ปัจจุบัน คนไทยเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น แต่พฤติกรรมการดูแลตัวเองยังค่อนข้างหลากหลาย บางคนใส่ใจเรื่องการออกกำลังกาย รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่บางส่วนยังละเลยเนื่องจากเวลาจำกัด งานยุ่ง หรือค่าใช้จ่ายสูง

บริษัท บารามีซี่ แล็บ และ IQQEW POLL ได้สำรวจผู้บริโภคจำนวน 1200 คนทั่วประเทศ จากผลสำรวจล่าสุด พบว่า 

  • 58.83% ของผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของตนเอง โดยเฉพาะกลุ่ม Gen X ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเป็นอย่างมาก
  • แม้ผู้บริโภคไทยส่วนใหญ่รับรู้ถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปี แต่กว่า 37.75% ยังคงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพมากนัก รู้สึกว่ายังไม่จำเป็นต้องตรวจหรือดูแลสุขภาพ พฤติกรรมนี้สะท้อนถึงความ “เฉยเมย” ที่ฝังรากลึก ซึ่งมักเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความยุ่งวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่าย หรือความกลัวผลตรวจ และไม่มีเวลาในการดูแลสุขภาพ
  • ในกลุ่ม Gen Y ราว 52.20% ระบุว่าพวกเขากลัวผลตรวจสุขภาพจนไม่อยากเข้ารับการตรวจ
  • ข้อมูลจากแพทย์ ครอบครัว เว็บไซต์ และโซเชียลมีเดีย ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภค 58.83% เริ่มใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Baby Boomer
  • กว่า 52.67% ของผู้บริโภคยอมรับว่าเทรนด์สุขภาพในสังคมมีผลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของพวกเขา

ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ต่อไปเราจะเจาะลึกผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม เพื่อเข้าใจพฤติกรรมและแรงจูงใจด้านสุขภาพอย่างแท้จริง

5 Segment พฤติกรรมและทัศนคติด้านสุขภาพของกลุ่มผู้บริโภค

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพฤติกรรมจากกลุ่มตัวอย่างพบว่า พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของคนไทยสามารถจำแนกได้เป็น 5 กลุ่มหลัก (Health Segmentation) ซึ่งสะท้อนทั้งทัศนคติ ความกลัว แรงจูงใจ และระดับการมีส่วนร่วมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

1. กลุ่ม Health-Minded Achievers (สายสุขภาพตัวจริง – ลงมือทำและพร้อมจ่าย)
มีสัดส่วนอยู่ที่ 14.83%

เป็นกลุ่มที่ใส่ใจสุขภาพเชิงรุก มีแรงจูงใจจากภาพลักษณ์และเป้าหมายชีวิต ใช้เทคโนโลยีติดตามสุขภาพ และพร้อมลงทุนกับบริการคุณภาพ

กลุ่มนี้คือ “สายสุขภาพตัวจริง” ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พวกเขาตรวจสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์ ใช้เทคโนโลยีติดตามสุขภาพ และมักได้รับแรงบันดาลใจจากทั้งแพทย์ ครอบครัว และเทรนด์ในสังคม และพร้อมลงทุนกับบริการคุณภาพ

แรงผลักดันสำคัญมาจาก “ความต้องการมีรูปร่างและบุคลิกภาพที่ดี” ควบคู่กับความเข้าใจว่าการป้องกันโรคสำคัญกว่าการรักษา

กลุ่มนี้จึงมักเป็นผู้บริโภคที่เปิดรับบริการใหม่ ๆ และพร้อมทดลองนวัตกรรมด้านสุขภาพ เช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคล หรือบริการ Digital Health

Demographic ของคนกลุ่มนี้ :
ส่วนใหญ่เป็น กลุ่ม Gen X ซึ่งมีรายได้อยู่ในช่วง 30,001 – 50,000 บาทต่อเดือน กลุ่มนี้มักมีความมั่นคงทางการเงินระดับหนึ่ง และให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและมีคุณภาพ

Insight เชิงกลยุทธ์:

กลุ่มนี้คือ “แบรนด์แอมบาสเดอร์ทางสุขภาพ” ที่พร้อมแชร์ประสบการณ์ดี ๆ บนโซเชียล — ธุรกิจจึงควรใช้พวกเขาเป็น Early Adopters เพื่อขยายอิทธิพลเชิงบวกในวงกว้าง

พฤติกรรมเด่น:
เป็นกลุ่มที่เปิดรับเทคโนโลยีสุขภาพเกือบทุกมิติในระดับสูง — ไม่ว่าจะเป็น Wellness / ชะลอวัย , การดูแลเชิงป้องกัน, หรือ บริการนอกสถานพยาบาล ยังให้ความสนใจกับ Precision Medicine และ AI มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด

โอกาสทางธุรกิจ:

    • พัฒนา บริการสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized & Precision Health) เช่น โปรแกรมดูแลแบบใช้ข้อมูลพันธุกรรม
    • ต่อเชื่อมกับเทรนด์ Health Tech & Smart Wellness เช่น AI Health Tracking, Data-driven Coaching
    • สร้างประสบการณ์แบบ “Hospital Beyond Walls” ให้บริการต่อเนื่องผ่านแอปหรืออุปกรณ์ติดตามสุขภาพ

2. กลุ่ม Balanced Maintainers (ดูแลแบบพอดี – สุขภาพในจังหวะชีวิต)
มีสัดส่วน 28.25%

มองสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่เร่งด่วน ต้องการความสะดวกและสมดุลในชีวิต

เป็นกลุ่มที่มองการดูแลสุขภาพว่า “สำคัญ แต่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน” พวกเขาอาจออกกำลังกายหรือไปตรวจสุขภาพตามรอบปี แต่ไม่ถึงขั้นเข้มงวดหรือใช้เทคโนโลยีติดตามร่างกาย ต้องการความสะดวกและสมดุลในชีวิต
แรงจูงใจมักมาจาก “เหตุการณ์รอบตัว” เช่น คนใกล้ชิดล้มป่วย หรือช่วงที่ร่างกายเริ่มอ่อนล้า
กลุ่มนี้ต้องการบริการสุขภาพที่ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย และไม่รบกวนวิถีชีวิตมากนัก เช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพมาตรฐาน หรือบริการให้คำปรึกษาเชิงป้องกันแบบเป็นมิตร

Demographic ของคนกลุ่มนี้ :
ส่วนใหญ่เป็น กลุ่ม Gen Y ที่มีรายได้ ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน สะท้อนถึงกลุ่มคนวัยทำงานตอนต้น หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพ ยังอยู่ในช่วงสร้างรายได้และประสบการณ์

Insight เชิงกลยุทธ์:
นี่คือกลุ่มที่มี “ศักยภาพการเติบโต” เพราะเมื่อมีเหตุการณ์กระตุ้น (เช่น ป่วยเล็กน้อย) พวกเขาจะพร้อมอัปเกรดสู่กลุ่มสุขภาพเชิงรุกได้ไม่ยาก

พฤติกรรมเด่น:
กลุ่มนี้ให้คะแนนปานกลางต่อเทคโนโลยีสุขภาพใหม่ ๆ โดยเน้นไปที่สิ่งที่ “เป็นจริงและเห็นผลได้ทันที” เช่น การดูแลเชิงป้องกัน ดูแลนอกสถานพยาบาล แต่ยังไม่ให้ความสำคัญมากกับเทคโนโลยีเชิงลึกอย่าง AI หรือ Clinical Trials มากเท่าที่ควร

โอกาสทางธุรกิจ:

    • พัฒนา บริการสุขภาพแนว Practical & Accessible เช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพที่เชื่อมกับแอปนัดหมาย หรือบริการโค้ชสุขภาพผ่าน Line / Mobile App
    • ใช้การสื่อสารแบบ “ง่าย ใช้ได้จริง” แทนการเน้นเทคโนโลยีซับซ้อน
    • เสริมด้วย บริการติดตามผลหลังตรวจ เพื่อสร้างความรู้สึกว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัว

3. กลุ่ม Motivated Worriers (อยากดูแลแต่ยังกลัว)
มีสัดส่วน 31.08%

กลุ่มนี้มีแรงจูงใจสูงแต่มี “อุปสรรคทางใจ” เช่น กลัวผลตรวจ หรือกังวลค่าใช้จ่าย

นี่คือกลุ่มที่ “ตั้งใจจะดูแลสุขภาพ” แต่ยังมีความกังวลในใจ ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ผลตรวจ หรือความไม่มั่นใจในขั้นตอน กลุ่มนี้มีแรงจูงใจสูงแต่มี “อุปสรรคทางใจ” เช่น กลัวผลตรวจ หรือกังวลค่าใช้จ่าย
แม้จะมีแรงจูงใจสูงจากเหตุการณ์ป่วยของตนเองหรือคนรอบข้าง แต่ความกลัวและความไม่แน่ใจมักเป็นสิ่งฉุดรั้ง
การเข้าถึงกลุ่มนี้จึงต้องเน้น “สร้างความอุ่นใจ” มากกว่าแค่การให้ข้อมูล เช่น บริการให้คำปรึกษาก่อนตรวจสุขภาพ โปรแกรมโค้ชชิ่ง หรือคลินิกที่ให้ความรู้ควบคู่กับการดูแลจิตใจ

Demographic ของคนกลุ่มนี้ :
ส่วนใหญ่เป็น กลุ่ม Gen Y รายได้เฉลี่ยอยู่ในช่วง 15,001 – 30,000 บาทต่อเดือน กลุ่มนี้มีศักยภาพในการเติบโตสูง สนใจการพัฒนาตนเอง และเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Insight เชิงกลยุทธ์:
นี่คือ “กลุ่มที่กำลังจะเปลี่ยนพฤติกรรม” ถ้าธุรกิจสามารถลดความกลัวและเพิ่มความมั่นใจได้ พวกเขาจะกลายเป็นกลุ่มลูกค้าประจำในระยะยาว

พฤติกรรมเด่น:
แม้กลุ่มนี้จะมีความสนใจในบริการสุขภาพใหม่ ๆ ในระดับกลาง ทั้งการดูแลเชิงป้องกัน Wellness / ชะลอวัย แต่ให้คะแนนค่อนข้างต่ำกับ AI / Clinical Trials / Telemedicine เนื่องจากยังมีความกังวลเรื่องความแม่นยำ ความปลอดภัย และค่าใช้จ่าย

โอกาสทางธุรกิจ:

    • ออกแบบบริการในแนว “Tech with Trust” เช่น การมีแพทย์ให้คำปรึกษาร่วมกับระบบดิจิทัล
    • สร้าง บริการทดลองใช้ / โปรแกรมฟรีเบื้องต้น เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสก่อนตัดสินใจ
    • เน้นการสื่อสารแบบ “ให้ความรู้มากกว่าขาย” เพื่อสร้างความมั่นใจ

4. กลุ่ม Unconcerned Pragmatists (สุขภาพยังไม่ใช่เรื่องหลักในชีวิต)
มีสัดส่วน 6.83%

กลุ่มนี้ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพ มองว่าเป็นเรื่องเสียเวลาและค่าใช้จ่าย

คนกลุ่มนี้ยังไม่รู้สึกถึงความจำเป็นในการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง เห็นว่าการตรวจหรือออกกำลังกายเป็นเรื่องเสียเวลาและสิ้นเปลือง
เทคโนโลยีสุขภาพและเทรนด์ในสังคมยังไม่สามารถกระตุ้นให้เปลี่ยนพฤติกรรมได้
แม้จะเป็นกลุ่มที่มีการมีส่วนร่วมต่ำ แต่ก็ถือเป็น “ตลาดเงียบ” ที่สามารถกระตุ้นได้ด้วยการสื่อสารแบบตรงใจ เช่น การเชื่อมโยงสุขภาพกับครอบครัว ความมั่นคงทางการเงิน หรือคุณภาพชีวิตระยะยาว

Demographic ของคนกลุ่มนี้ : 
ส่วนใหญ่เป็น กลุ่ม Gen Z และ Gen Y ที่มีรายได้ ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเทคโนโลยีและเทรนด์ใหม่ ๆ แม้รายได้ยังไม่สูง แม้คนรุ่นใหม่จะเปิดรับเทคโนโลยีและข้อมูลสุขภาพมากขึ้น แต่พวกเขายังไม่เห็น “ความเร่งด่วน” ของการดูแลสุขภาพ เพราะแรงจูงใจหลักยังอยู่ที่ “ภาพลักษณ์” และ “ความสะดวกในชีวิตประจำวัน” มากกว่าการป้องกันในระยะยาว

Insight เชิงกลยุทธ์:
แม้จะเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพ แต่พวกเขาคือ “กลุ่มศักยภาพระยะยาว” ที่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้ หากมีเหตุการณ์ในชีวิตมากระตุ้น เช่น เจ็บป่วย หรือมีครอบครัว

พฤติกรรมเด่น:
เป็นกลุ่มที่มีค่าความสนใจในเทคโนโลยีสุขภาพต่ำที่สุดในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ AI / Precision Medicine Telemedicine Clinical Trials แต่ยังให้ความสำคัญระดับหนึ่งกับ การดูแลเชิงป้องกันและ บริการนอกสถานพยาบาลซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาเปิดใจต่อบริการที่ “ไม่ยุ่งยาก” และ “สะดวก”

โอกาสทางธุรกิจ:

    • เสนอ บริการสุขภาพเชิง Lifestyle & Convenience เช่น ตรวจสุขภาพใกล้บ้าน, Drive-thru Clinic, หรือแพ็กเกจเช็กสุขภาพพร้อมของแถม
    • ใช้ กลยุทธ์ Educate & Engage ผ่านคอนเทนต์เข้าใจง่ายและสื่อโซเชียล
    • ทำให้เทคโนโลยี “มองเห็นประโยชน์ได้ทันที” เช่น ระบบจองคิวที่ลดเวลารอ

5. กลุ่ม Fear-driven Perfectionists (กลัวป่วยแต่ใส่ใจสุดขีด)
มีสัดส่วน 19.00%

กลุ่มนี้มีทั้ง “ความกลัวและความใส่ใจ” สูง ใช้เทคโนโลยีและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ พร้อมจ่ายเพื่อความมั่นใจสูงสุด

เป็นกลุ่มที่ให้คะแนนสูงเกือบทุกด้าน ทั้งการให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความกลัวโรค และการตรวจอย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีความกลัวอยู่เบื้องหลัง แต่พวกเขาเลือกที่จะ “เผชิญหน้าด้วยการดูแลตัวเองอย่างเข้มข้น”
ใช้เทคโนโลยีสุขภาพเป็นประจำ ติดตามข้อมูลจากแพทย์และสื่อออนไลน์ และต้องการความมั่นใจในทุกขั้นตอน
นี่คือกลุ่มที่พร้อมลงทุนกับบริการสุขภาพระดับพรีเมียม เช่น โปรแกรมตรวจลึกเฉพาะบุคคล Executive Check-up หรือบริการ Wellness Concierge ที่ให้ความรู้สึกพิเศษและปลอดภัย

Demographic ของคนกลุ่มนี้ :
ส่วนใหญ่เป็น กลุ่ม Gen Y มีรายได้อยู่ในช่วง 15,001 – 30,000 บาทต่อเดือน สะท้อนถึงคนรุ่นวัยทำงานที่กำลังสร้างตัว มีแนวโน้มมองหาสมดุลระหว่างงาน ชีวิต และสุขภาพ

Insight เชิงกลยุทธ์:
นี่คือกลุ่มที่มี “ศักยภาพการใช้จ่ายสูง” และมีแนวโน้มเป็นลูกค้าประจำของบริการสุขภาพระดับบน ธุรกิจควรสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านบริการติดตามผลและประสบการณ์ที่ให้ความมั่นใจสูงสุด

พฤติกรรมเด่น:
ให้ความสนใจในทุกหมวดเกิน 40% เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะ Wellness / ชะลอวัย  ศูนย์เฉพาะทาง / วิจัย ดูแลจากระยะไกล Membership / สิทธิพิเศษ  และยังสนใจ AI และ Precision Medicine สูงเป็นอันดับต้น ๆ

โอกาสทางธุรกิจ:

    • พัฒนา บริการ Premium Health Assurance เช่น Executive Wellness, โปรแกรมตรวจเจาะลึก, หรือบริการ Home Health Monitoring
    • เสนอ Membership Program แบบ Exclusive ที่ให้สิทธิ์ตรวจ / ปรึกษา / ดูแลต่อเนื่อง
    • สร้าง แพลตฟอร์ม Health Concierge ที่รวมข้อมูลสุขภาพ เทคโนโลยี และการบริการไว้ในที่เดียว

บทสรุปส่งท้าย

เมื่อมองในภาพรวม พบว่ากลุ่มผู้บริโภคด้านสุขภาพในปัจจุบันไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แต่สะท้อนให้เห็น “ระดับการตื่นตัว” ที่ต่างกันตั้งแต่กลุ่มที่ดูแลอย่างจริงจัง ไปจนถึงกลุ่มที่ยังต้องการแรงกระตุ้นหรือความเข้าใจเพิ่มเติม การจำแนกกลุ่มเช่นนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดว่าการส่งเสริมสุขภาพหรือพัฒนาเทคโนโลยีและบริการใหม่ ๆ ต้องเข้าใจทั้ง แรงจูงใจส่วนบุคคล (Intrinsic Motivation) และ อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมและสังคม (External Influence) จึงจะสามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

บทความโดย : โสรัจ คงคารัตน์ (Senior Brand and Innovation Researcher)


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

RECOMMEND

wellness Sleep Tourism
read more
18.02.2026 202

Sleep Tourism เมื่อการนอนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของมนุษย์ยุคใหม่

เมื่อ “การนอนหลับ” กลายเป็น New Luxury สินค้าที่แพงที่สุดในยุค Burnout  Future Wellness: Sleep Economy กำลังเปลี่ยนนิยามของการพักผ่อน เรากำลังเข้าสู่ยุคที่นิยามของ “การพักผ่อน” เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งใน Sub-sector ที่น่าจับตามองที่สุดคือ Sleep Economy อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “คุณภาพการนอน” โดยตรง คำถามสำคัญคือ ทำไมเรื่อง “นอน” ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก? The Insight: วิกฤตการนอนของคนเมือง เมื่อชีวิตรวนจนร่างกายตามไม่ทัน ปัญหาไม่ใช่แค่ “นอนน้อย” แต่คือภาวะ Social Jetlag  เวลาชีวิตรวนจากการทำงานข้ามเวลา เสพสื่อก่อนนอน และใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาชีวภาพ คนยุคปัจจุบันจึงไม่ได้แค่ “ง่วง” แต่กำลังโหยหา Deep Rest การพักผ่อนที่ฟื้นฟูระบบประสาทจริงๆ การนอนเฉยๆ อยู่บ้าน อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของเทรนด์ Sleep Tourism การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก “Check-in รัวๆ” เป็น “Check-out จากโลกภายนอก” Strategic Shift: เมื่อโรงแรมไม่ได้ขายเตียง แต่ขายการ Hack สมองให้หลับ สำหรับธุรกิจในกลุ่ม Welln […]

read more
26.01.2026 624

Gen Y เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y อายุ 29-44 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ คิดเป็นจำนวน 49.17% เป็นกลุ่มที่สะท้อนภาพ “วันทำงานตัวจริง” อย่างชัดเจนที่สุด พวกเขาเป็นวัยที่ต้องดูแลงาน บ้าน ครอบครัว การเงิน และยังต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไปพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ…พวกเขามี แรงจูงใจจะดูแลสุขภาพสูง แต่ก็มี อุปสรรคหนักที่สุด เช่นกัน Gen Y: เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง — แต่กลับเป็นวัยที่สนใจเทคโนโลยีสุขภาพมากที่สุด Gen Y เป็นกลุ่มที่ “เหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบตัว” มีผลกระทบมากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ให้ความ […]

read more
26.01.2026 560

Gen Baby Boomer วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ”

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Baby Boomer อายุ 60 ปีขึ้นไป คือกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 5.42% ของทั้งหมด 1,200 คน Gen Baby Boomer (60+): วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ” Gen Baby Boomer คือกลุ่มที่ให้คะแนนความสำคัญด้านสุขภาพสูงที่สุดในทุกช่วงวัย นี่คือวัยที่ ตระหนักแล้วว่า เวลาไม่ได้รอใคร และเหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบข้างยิ่ง ตอกย้ำความจำเป็นในการดูแล แต่ในขณะที่ความจำเป็นเพิ่มขึ้น อุปสรรคก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ค่าใช้จ่ายคือกำแพงสูงที่สุด และแม้จะเชื่อในแพทย์มากที่สุด พวกเขาก็พบว่าเสียงจากครอบครัว เว็บไซต์สุขภาพ และโซเช […]

read more
26.01.2026 644

เจาะอินไซต์นักกินไทย 6 สายพันธุ์ | Future Food Trend 2026

นักกินไทยในวันนี้…ไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกันอีกต่อไปBaramizi Lab ได้ศึกษารายงาน Future Food Trend 2026 จากการวิจัยเชิงปริมาณทั่วประเทศกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 820 คน เพื่อทำความเข้าใจความคิด ค่านิยม และทัศนคติด้านการกินของคนไทยยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผลการศึกษาพบว่า นักกินไทยสามารถจำแนกออกเป็น 6 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความสนใจ ค่านิยม และมุมมองต่ออาหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. Comfort-Loyal Eaters นักกินสายผูกพัน ผู้ผ่อนคลายและมีความสุขจากความคุ้นเคย มีสัดส่วน 15.5% กลุ่มนี้มีความสุขกับ “ความรู้สึกขณะกิน” มากกว่าการคำนึงถึงสุขภาพหรือคุณค่าทางสังคม ชอบความคุ้นเคย ความมั่นใจในแบรนด์เดิม และความพึงพอใจที่คาดเดาได้ รู้จักตัวเองดีว่าชอบอะไร มองการกินเป็นทั้งความสุขส่วนตัวและกิจกรรมสังสรรค์ 📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในสาวนักศึกษาและคนทำงานอิสระ หรือแม่บ้าน Gen X รายได้ไม่สูงมากนัก คนกรุงเทพฯ หรือคนเหนือ 2. Conscious Epicureans นักกินสายตระหนักรู้ ผู้พิถีพิถันทุกมิติ มีสัดส่วน 18.3% กลุ่มนี้คือ “นักกินผู้มีความพิถีพิถันใส่ใจ” ที่ตัดสินใจเลือกอาหารไม่เพียงแค่เพื่อลิ้มรส แต่เพื่อสอ […]

business trend 2026
read more
19.01.2026 844

BEYOND DISRUPTION เทรนด์ธุรกิจ 2026

รู้ก่อนนำคนอื่นไป “10 ก้าว”เทรนด์ขับเคลื่อนธุรกิจปี 2026 ที่ธุรกิจต้องเริ่มทำ ปี 2026 คือปีแห่ง “โอกาสธุรกิจ” สำหรับผู้ประกอบการเมื่อเทคโนโลยีใหม่ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และนโยบายระดับภูมิภาค เริ่มบรรจบกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจไม่ตกยุคและสร้างมูลค่าเหนือคู่แข่งเราได้รวบรวมเทรนด์โลกที่สำคัญ พร้อมแนวทางวัดผลตอบแทน (ROI) และกรอบการทำงานที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ 1. ปัญญาประดิษฐ์ตัวแทน (AI Agents) ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้อยู่แค่ในวงการด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป มันกลายเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจที่จับต้องได้ โดย Gartner คาดการณ์ว่า 40% ขององค์กรจะนำเอา AI Agent เข้ามาใช้ภายในปลายปี 2026 AI Agent ต่างจาก Generative AI ที่ดำเนินงานตามคำสั่ง AI Agent สามารถทำงานอิสระได้ ถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจเฉพาะเจาะจง และเรียนรู้ได้ตามเวลาจริง​ กรณีศึกษา :Nextoria บริษัทที่ปรึกษาด้าน M&A จากลอนดอน ที่นำแพลตฟอร์ม AI ชื่อว่า Juma (ชื่อเดิม Team-GPT) เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ AI ช่วยลดความซับซ้อนในขั้นตอน Due Diligence ปรับปรุงความแม่นยำของโมเดลการเงิน และให้ข้อมูลสนับสนุน […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง