Baramizi Lab logo

5 Health Mindsets: The Next Big Opportunity: เข้าใจ 5 กลุ่มสุขภาพ = เจอโอกาสใหม่ก่อนใคร

10
11.2025
view
676
SHARE

5 Health Mindsets: The Next Big Opportunity: เข้าใจ 5 กลุ่มสุขภาพ = เจอโอกาสใหม่ก่อนใคร

สำรวจทิศทาง 5 พฤติกรรมสุขภาพคนไทย: สัญญาณบ่งชี้โอกาสธุรกิจบริการสุขภาพยุคใหม่

เคยไหม? รู้ว่าควรตรวจสุขภาพประจำปี แต่ก็เลื่อนออกไปเรื่อยๆ

หรือรอให้ป่วยก่อนจึงเริ่มใส่ใจสุขภาพ — พฤติกรรมนี้สะท้อนภาพ “ความเฉยเมย” ของคนไทยที่ยังฝังแน่นในวัฒนธรรมการดูแลตัวเอง

ปัจจุบัน คนไทยเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น แต่พฤติกรรมการดูแลตัวเองยังค่อนข้างหลากหลาย บางคนใส่ใจเรื่องการออกกำลังกาย รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่บางส่วนยังละเลยเนื่องจากเวลาจำกัด งานยุ่ง หรือค่าใช้จ่ายสูง

บริษัท บารามีซี่ แล็บ และ IQQEW POLL ได้สำรวจผู้บริโภคจำนวน 1200 คนทั่วประเทศ จากผลสำรวจล่าสุด พบว่า 

  • 58.83% ของผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของตนเอง โดยเฉพาะกลุ่ม Gen X ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเป็นอย่างมาก
  • แม้ผู้บริโภคไทยส่วนใหญ่รับรู้ถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปี แต่กว่า 37.75% ยังคงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพมากนัก รู้สึกว่ายังไม่จำเป็นต้องตรวจหรือดูแลสุขภาพ พฤติกรรมนี้สะท้อนถึงความ “เฉยเมย” ที่ฝังรากลึก ซึ่งมักเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความยุ่งวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่าย หรือความกลัวผลตรวจ และไม่มีเวลาในการดูแลสุขภาพ
  • ในกลุ่ม Gen Y ราว 52.20% ระบุว่าพวกเขากลัวผลตรวจสุขภาพจนไม่อยากเข้ารับการตรวจ
  • ข้อมูลจากแพทย์ ครอบครัว เว็บไซต์ และโซเชียลมีเดีย ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภค 58.83% เริ่มใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Baby Boomer
  • กว่า 52.67% ของผู้บริโภคยอมรับว่าเทรนด์สุขภาพในสังคมมีผลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของพวกเขา

ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ต่อไปเราจะเจาะลึกผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม เพื่อเข้าใจพฤติกรรมและแรงจูงใจด้านสุขภาพอย่างแท้จริง

5 Segment พฤติกรรมและทัศนคติด้านสุขภาพของกลุ่มผู้บริโภค

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพฤติกรรมจากกลุ่มตัวอย่างพบว่า พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของคนไทยสามารถจำแนกได้เป็น 5 กลุ่มหลัก (Health Segmentation) ซึ่งสะท้อนทั้งทัศนคติ ความกลัว แรงจูงใจ และระดับการมีส่วนร่วมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

1. กลุ่ม Health-Minded Achievers (สายสุขภาพตัวจริง – ลงมือทำและพร้อมจ่าย)
มีสัดส่วนอยู่ที่ 14.83%

เป็นกลุ่มที่ใส่ใจสุขภาพเชิงรุก มีแรงจูงใจจากภาพลักษณ์และเป้าหมายชีวิต ใช้เทคโนโลยีติดตามสุขภาพ และพร้อมลงทุนกับบริการคุณภาพ

กลุ่มนี้คือ “สายสุขภาพตัวจริง” ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พวกเขาตรวจสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์ ใช้เทคโนโลยีติดตามสุขภาพ และมักได้รับแรงบันดาลใจจากทั้งแพทย์ ครอบครัว และเทรนด์ในสังคม และพร้อมลงทุนกับบริการคุณภาพ

แรงผลักดันสำคัญมาจาก “ความต้องการมีรูปร่างและบุคลิกภาพที่ดี” ควบคู่กับความเข้าใจว่าการป้องกันโรคสำคัญกว่าการรักษา

กลุ่มนี้จึงมักเป็นผู้บริโภคที่เปิดรับบริการใหม่ ๆ และพร้อมทดลองนวัตกรรมด้านสุขภาพ เช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคล หรือบริการ Digital Health

Demographic ของคนกลุ่มนี้ :
ส่วนใหญ่เป็น กลุ่ม Gen X ซึ่งมีรายได้อยู่ในช่วง 30,001 – 50,000 บาทต่อเดือน กลุ่มนี้มักมีความมั่นคงทางการเงินระดับหนึ่ง และให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและมีคุณภาพ

Insight เชิงกลยุทธ์:

กลุ่มนี้คือ “แบรนด์แอมบาสเดอร์ทางสุขภาพ” ที่พร้อมแชร์ประสบการณ์ดี ๆ บนโซเชียล — ธุรกิจจึงควรใช้พวกเขาเป็น Early Adopters เพื่อขยายอิทธิพลเชิงบวกในวงกว้าง

พฤติกรรมเด่น:
เป็นกลุ่มที่เปิดรับเทคโนโลยีสุขภาพเกือบทุกมิติในระดับสูง — ไม่ว่าจะเป็น Wellness / ชะลอวัย , การดูแลเชิงป้องกัน, หรือ บริการนอกสถานพยาบาล ยังให้ความสนใจกับ Precision Medicine และ AI มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด

โอกาสทางธุรกิจ:

    • พัฒนา บริการสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized & Precision Health) เช่น โปรแกรมดูแลแบบใช้ข้อมูลพันธุกรรม
    • ต่อเชื่อมกับเทรนด์ Health Tech & Smart Wellness เช่น AI Health Tracking, Data-driven Coaching
    • สร้างประสบการณ์แบบ “Hospital Beyond Walls” ให้บริการต่อเนื่องผ่านแอปหรืออุปกรณ์ติดตามสุขภาพ

2. กลุ่ม Balanced Maintainers (ดูแลแบบพอดี – สุขภาพในจังหวะชีวิต)
มีสัดส่วน 28.25%

มองสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่เร่งด่วน ต้องการความสะดวกและสมดุลในชีวิต

เป็นกลุ่มที่มองการดูแลสุขภาพว่า “สำคัญ แต่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน” พวกเขาอาจออกกำลังกายหรือไปตรวจสุขภาพตามรอบปี แต่ไม่ถึงขั้นเข้มงวดหรือใช้เทคโนโลยีติดตามร่างกาย ต้องการความสะดวกและสมดุลในชีวิต
แรงจูงใจมักมาจาก “เหตุการณ์รอบตัว” เช่น คนใกล้ชิดล้มป่วย หรือช่วงที่ร่างกายเริ่มอ่อนล้า
กลุ่มนี้ต้องการบริการสุขภาพที่ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย และไม่รบกวนวิถีชีวิตมากนัก เช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพมาตรฐาน หรือบริการให้คำปรึกษาเชิงป้องกันแบบเป็นมิตร

Demographic ของคนกลุ่มนี้ :
ส่วนใหญ่เป็น กลุ่ม Gen Y ที่มีรายได้ ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน สะท้อนถึงกลุ่มคนวัยทำงานตอนต้น หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพ ยังอยู่ในช่วงสร้างรายได้และประสบการณ์

Insight เชิงกลยุทธ์:
นี่คือกลุ่มที่มี “ศักยภาพการเติบโต” เพราะเมื่อมีเหตุการณ์กระตุ้น (เช่น ป่วยเล็กน้อย) พวกเขาจะพร้อมอัปเกรดสู่กลุ่มสุขภาพเชิงรุกได้ไม่ยาก

พฤติกรรมเด่น:
กลุ่มนี้ให้คะแนนปานกลางต่อเทคโนโลยีสุขภาพใหม่ ๆ โดยเน้นไปที่สิ่งที่ “เป็นจริงและเห็นผลได้ทันที” เช่น การดูแลเชิงป้องกัน ดูแลนอกสถานพยาบาล แต่ยังไม่ให้ความสำคัญมากกับเทคโนโลยีเชิงลึกอย่าง AI หรือ Clinical Trials มากเท่าที่ควร

โอกาสทางธุรกิจ:

    • พัฒนา บริการสุขภาพแนว Practical & Accessible เช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพที่เชื่อมกับแอปนัดหมาย หรือบริการโค้ชสุขภาพผ่าน Line / Mobile App
    • ใช้การสื่อสารแบบ “ง่าย ใช้ได้จริง” แทนการเน้นเทคโนโลยีซับซ้อน
    • เสริมด้วย บริการติดตามผลหลังตรวจ เพื่อสร้างความรู้สึกว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัว

3. กลุ่ม Motivated Worriers (อยากดูแลแต่ยังกลัว)
มีสัดส่วน 31.08%

กลุ่มนี้มีแรงจูงใจสูงแต่มี “อุปสรรคทางใจ” เช่น กลัวผลตรวจ หรือกังวลค่าใช้จ่าย

นี่คือกลุ่มที่ “ตั้งใจจะดูแลสุขภาพ” แต่ยังมีความกังวลในใจ ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ผลตรวจ หรือความไม่มั่นใจในขั้นตอน กลุ่มนี้มีแรงจูงใจสูงแต่มี “อุปสรรคทางใจ” เช่น กลัวผลตรวจ หรือกังวลค่าใช้จ่าย
แม้จะมีแรงจูงใจสูงจากเหตุการณ์ป่วยของตนเองหรือคนรอบข้าง แต่ความกลัวและความไม่แน่ใจมักเป็นสิ่งฉุดรั้ง
การเข้าถึงกลุ่มนี้จึงต้องเน้น “สร้างความอุ่นใจ” มากกว่าแค่การให้ข้อมูล เช่น บริการให้คำปรึกษาก่อนตรวจสุขภาพ โปรแกรมโค้ชชิ่ง หรือคลินิกที่ให้ความรู้ควบคู่กับการดูแลจิตใจ

Demographic ของคนกลุ่มนี้ :
ส่วนใหญ่เป็น กลุ่ม Gen Y รายได้เฉลี่ยอยู่ในช่วง 15,001 – 30,000 บาทต่อเดือน กลุ่มนี้มีศักยภาพในการเติบโตสูง สนใจการพัฒนาตนเอง และเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Insight เชิงกลยุทธ์:
นี่คือ “กลุ่มที่กำลังจะเปลี่ยนพฤติกรรม” ถ้าธุรกิจสามารถลดความกลัวและเพิ่มความมั่นใจได้ พวกเขาจะกลายเป็นกลุ่มลูกค้าประจำในระยะยาว

พฤติกรรมเด่น:
แม้กลุ่มนี้จะมีความสนใจในบริการสุขภาพใหม่ ๆ ในระดับกลาง ทั้งการดูแลเชิงป้องกัน Wellness / ชะลอวัย แต่ให้คะแนนค่อนข้างต่ำกับ AI / Clinical Trials / Telemedicine เนื่องจากยังมีความกังวลเรื่องความแม่นยำ ความปลอดภัย และค่าใช้จ่าย

โอกาสทางธุรกิจ:

    • ออกแบบบริการในแนว “Tech with Trust” เช่น การมีแพทย์ให้คำปรึกษาร่วมกับระบบดิจิทัล
    • สร้าง บริการทดลองใช้ / โปรแกรมฟรีเบื้องต้น เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสก่อนตัดสินใจ
    • เน้นการสื่อสารแบบ “ให้ความรู้มากกว่าขาย” เพื่อสร้างความมั่นใจ

4. กลุ่ม Unconcerned Pragmatists (สุขภาพยังไม่ใช่เรื่องหลักในชีวิต)
มีสัดส่วน 6.83%

กลุ่มนี้ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพ มองว่าเป็นเรื่องเสียเวลาและค่าใช้จ่าย

คนกลุ่มนี้ยังไม่รู้สึกถึงความจำเป็นในการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง เห็นว่าการตรวจหรือออกกำลังกายเป็นเรื่องเสียเวลาและสิ้นเปลือง
เทคโนโลยีสุขภาพและเทรนด์ในสังคมยังไม่สามารถกระตุ้นให้เปลี่ยนพฤติกรรมได้
แม้จะเป็นกลุ่มที่มีการมีส่วนร่วมต่ำ แต่ก็ถือเป็น “ตลาดเงียบ” ที่สามารถกระตุ้นได้ด้วยการสื่อสารแบบตรงใจ เช่น การเชื่อมโยงสุขภาพกับครอบครัว ความมั่นคงทางการเงิน หรือคุณภาพชีวิตระยะยาว

Demographic ของคนกลุ่มนี้ : 
ส่วนใหญ่เป็น กลุ่ม Gen Z และ Gen Y ที่มีรายได้ ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเทคโนโลยีและเทรนด์ใหม่ ๆ แม้รายได้ยังไม่สูง แม้คนรุ่นใหม่จะเปิดรับเทคโนโลยีและข้อมูลสุขภาพมากขึ้น แต่พวกเขายังไม่เห็น “ความเร่งด่วน” ของการดูแลสุขภาพ เพราะแรงจูงใจหลักยังอยู่ที่ “ภาพลักษณ์” และ “ความสะดวกในชีวิตประจำวัน” มากกว่าการป้องกันในระยะยาว

Insight เชิงกลยุทธ์:
แม้จะเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพ แต่พวกเขาคือ “กลุ่มศักยภาพระยะยาว” ที่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้ หากมีเหตุการณ์ในชีวิตมากระตุ้น เช่น เจ็บป่วย หรือมีครอบครัว

พฤติกรรมเด่น:
เป็นกลุ่มที่มีค่าความสนใจในเทคโนโลยีสุขภาพต่ำที่สุดในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ AI / Precision Medicine Telemedicine Clinical Trials แต่ยังให้ความสำคัญระดับหนึ่งกับ การดูแลเชิงป้องกันและ บริการนอกสถานพยาบาลซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาเปิดใจต่อบริการที่ “ไม่ยุ่งยาก” และ “สะดวก”

โอกาสทางธุรกิจ:

    • เสนอ บริการสุขภาพเชิง Lifestyle & Convenience เช่น ตรวจสุขภาพใกล้บ้าน, Drive-thru Clinic, หรือแพ็กเกจเช็กสุขภาพพร้อมของแถม
    • ใช้ กลยุทธ์ Educate & Engage ผ่านคอนเทนต์เข้าใจง่ายและสื่อโซเชียล
    • ทำให้เทคโนโลยี “มองเห็นประโยชน์ได้ทันที” เช่น ระบบจองคิวที่ลดเวลารอ

5. กลุ่ม Fear-driven Perfectionists (กลัวป่วยแต่ใส่ใจสุดขีด)
มีสัดส่วน 19.00%

กลุ่มนี้มีทั้ง “ความกลัวและความใส่ใจ” สูง ใช้เทคโนโลยีและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ พร้อมจ่ายเพื่อความมั่นใจสูงสุด

เป็นกลุ่มที่ให้คะแนนสูงเกือบทุกด้าน ทั้งการให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความกลัวโรค และการตรวจอย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีความกลัวอยู่เบื้องหลัง แต่พวกเขาเลือกที่จะ “เผชิญหน้าด้วยการดูแลตัวเองอย่างเข้มข้น”
ใช้เทคโนโลยีสุขภาพเป็นประจำ ติดตามข้อมูลจากแพทย์และสื่อออนไลน์ และต้องการความมั่นใจในทุกขั้นตอน
นี่คือกลุ่มที่พร้อมลงทุนกับบริการสุขภาพระดับพรีเมียม เช่น โปรแกรมตรวจลึกเฉพาะบุคคล Executive Check-up หรือบริการ Wellness Concierge ที่ให้ความรู้สึกพิเศษและปลอดภัย

Demographic ของคนกลุ่มนี้ :
ส่วนใหญ่เป็น กลุ่ม Gen Y มีรายได้อยู่ในช่วง 15,001 – 30,000 บาทต่อเดือน สะท้อนถึงคนรุ่นวัยทำงานที่กำลังสร้างตัว มีแนวโน้มมองหาสมดุลระหว่างงาน ชีวิต และสุขภาพ

Insight เชิงกลยุทธ์:
นี่คือกลุ่มที่มี “ศักยภาพการใช้จ่ายสูง” และมีแนวโน้มเป็นลูกค้าประจำของบริการสุขภาพระดับบน ธุรกิจควรสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านบริการติดตามผลและประสบการณ์ที่ให้ความมั่นใจสูงสุด

พฤติกรรมเด่น:
ให้ความสนใจในทุกหมวดเกิน 40% เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะ Wellness / ชะลอวัย  ศูนย์เฉพาะทาง / วิจัย ดูแลจากระยะไกล Membership / สิทธิพิเศษ  และยังสนใจ AI และ Precision Medicine สูงเป็นอันดับต้น ๆ

โอกาสทางธุรกิจ:

    • พัฒนา บริการ Premium Health Assurance เช่น Executive Wellness, โปรแกรมตรวจเจาะลึก, หรือบริการ Home Health Monitoring
    • เสนอ Membership Program แบบ Exclusive ที่ให้สิทธิ์ตรวจ / ปรึกษา / ดูแลต่อเนื่อง
    • สร้าง แพลตฟอร์ม Health Concierge ที่รวมข้อมูลสุขภาพ เทคโนโลยี และการบริการไว้ในที่เดียว

บทสรุปส่งท้าย

เมื่อมองในภาพรวม พบว่ากลุ่มผู้บริโภคด้านสุขภาพในปัจจุบันไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แต่สะท้อนให้เห็น “ระดับการตื่นตัว” ที่ต่างกันตั้งแต่กลุ่มที่ดูแลอย่างจริงจัง ไปจนถึงกลุ่มที่ยังต้องการแรงกระตุ้นหรือความเข้าใจเพิ่มเติม การจำแนกกลุ่มเช่นนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดว่าการส่งเสริมสุขภาพหรือพัฒนาเทคโนโลยีและบริการใหม่ ๆ ต้องเข้าใจทั้ง แรงจูงใจส่วนบุคคล (Intrinsic Motivation) และ อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมและสังคม (External Influence) จึงจะสามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

บทความโดย : โสรัจ คงคารัตน์ (Senior Brand and Innovation Researcher)


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

RECOMMEND

สรุป Pinterest Predicts 2026
read more
19.12.2025 558

เจาะลึก Pinterest Predicts 2026: ถอดรหัส 4 กลยุทธ์ธุรกิจ เปลี่ยน “เทรนด์” ให้เป็น “ยอดขาย”

ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็ว การรู้เทรนด์ก่อนคู่แข่งเพียงก้าวเดียว อาจหมายถึงส่วนแบ่งการตลาดมหาศาล ล่าสุด Pinterest แพลตฟอร์มที่เปรียบเสมือน “ลูกแก้วพยากรณ์” ของโลกการตลาด ได้ปล่อยรายงาน Pinterest Predicts สำหรับปี 2026 ออกมาแล้ว ความน่าสนใจของรายงานนี้คือ Pinterest ไม่ได้วิเคราะห์จากสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่วิเคราะห์จาก “Search Intent” (เจตนาการค้นหา) ของผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งมักจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความต้องการซื้อที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เราพบว่าปี 2026 จะไม่ใช่ปีแห่งความ “เรียบง่าย” หรือ “มินิมอล” อีกต่อไป แต่มันคือปีแห่งการแสดงออก (Expression), สัมผัส (Sensory), และการผสมผสาน (Hybrid) นี่คือ 4 กลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่เราถอดรหัสมาจากเทรนด์ เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักการตลาดนำไปปรับทิศทางแบรนด์ได้ทันที กลยุทธ์ที่ 1: Sensory Marketing – เอาชนะใจด้วย “ผิวสัมผัส” และ “สีสัน” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราคุ้นชินกับความงามแบบ “Clean Girl Aesthetic” และงานดีไซน์แบบ “Flat Design […]

read more
18.12.2025 476

Classic or Create Christmas Tree เศรษฐกิจ ธุรกิจ พฤติกรรม ที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงของต้นคริสต์มาส

เศรษฐกิจ ธุรกิจ พฤติกรรม ที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงของต้นคริสต์มาส แม้เทศกาลคริสต์มาสจะไม่ได้มีต้นกำเนิดที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยโดยตรง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความนิยมและอิทธิพลของเทศกาลได้แพร่กระจายไปแทบทุกมุมโลก “บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง” กลายเป็นกลิ่นอายที่พบได้ทั้งในเมืองใหญ่ ห้างสรรพสินค้า พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงพื้นที่ส่วนตัวอย่างบ้านและคอนโด ในบริบทของการออกแบบและตกแต่งที่อยู่อาศัย “ต้นคริสต์มาส” (หรือก็คือต้นส้น) ทำหน้าที่เป็น “พระเอก” ของงานนี้มาอย่างยาวนาน เป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้คนรับรู้ถึงเทศกาลได้ทันที อย่างไรก็ตาม หากมองต้นคริสต์มาสในฐานะ “องค์ประกอบการออกแบบ” มากกว่าของประดับตามฤดูกาล คำถามสำคัญคือที่ผ่านมา และในอนาคต อะไรบ้างที่จะเข้ามากำหนดหน้าตาและบทบาทของมัน? แน่นอนว่าเรามักบอกว่าเลือกเพราะ “ความสวยงาม” แต่ความจริงแล้ว การเลือกนั้นมีระบบเศรษฐกิจ สภาพสังคม และค่านิยมร่วมสมัยซ่อนอยู่เสมอ ตั้งแต่รูปแบบการอยู่อาศัยในเมือง ความคุ้มค่าและต้นทุนที่ผันผวน ตามข้อมูลขององค์การการค้าโลก (WTO) ปริมาณการค้าระหว่างประเทศโดยทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 15% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยมีแรงขับเ […]

10 Digital Marketing Trends 2026: การตลาดไทย
read more
05.12.2025 2,455

10 Digital Marketing Trends 2026: การตลาดไทย

ตลาดดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในประเทศไทยปี 2026 กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี AI พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และความคาดหวังด้านความรวดเร็วและความเป็นส่วนตัวที่สูงขึ้น ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 65.4 ล้านคน (91% ของประชากร) และผู้ใช้โซเชียลมีเดีย 56.6 ล้านคน (79.1% ของประชากร) โดยค่าใช้จ่ายโฆษณาดิจิทัลคาดว่าจะแตะ 34.5 พันล้านบาท (+10% YoY)​ บทความนี้สรุป 10 เทรนด์หลักที่นักการตลาดไทยต้องเข้าใจและปรับตัวให้ทันในปี 2026 ตั้งแต่การใช้ AI แบบ Agentic, การตลาดผ่าน Social Commerce, ไปจนถึงความสำคัญของ Sustainability และ Omnichannel Experience โดยแต่ละเทรนด์จะมีผลกระทบโดยตรงต่อกลยุทธ์การตลาดและการลงทุนของธุรกิจไทยในปีหน้า 1. Agentic AI Marketing: จาก Generative AI สู่ AI ผู้ช่วยที่แท้จริง ปี 2026 เป็นปีที่ AI จะก้าวจากเครื่องมือสร้างคอนเทนต์ (Generative AI) ไปสู่ “Agentic AI” ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้อย่างอัตโนมัติและชาญฉลาด AI ในปี 2026 จะไม่ใช่แค่ตอบคำถามหรือสร้างภาพ แต่จะสามารถวางแผนแคมเปญ วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ปรับกลยุทธ์แบบเรียลไทม์ และดำเนินการตั […]

cotent tourism
read more
25.12.2025 234

หลังยุคโควิด… การเดินทางของเราก็เปลี่ยนไป

เมื่อโลกหยุดเดินชั่วขณะ หลายคนเริ่มมองเห็นว่า “การท่องเที่ยว” ไม่ได้หมายถึงการไปพักผ่อนแบบเดิมอีกต่อไป แต่มันคือการได้ค้นพบตัวเอง เรียนรู้เรื่องราวรอบตัว และเติมความหมายบางอย่างที่เราอาจหลงลืมไปในช่วงที่ต้องอยู่กับที่เป็นเวลานาน หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านไป พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน คนเดินทาง “อย่างตั้งใจมากขึ้น” ใส่ใจ “ที่มาที่ไปของสถานที่” มากกว่าเพียงภาพถ่าย อยากรู้ “เบื้องหลังประสบการณ์” มากกว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้า นี่จึงเป็นจุดที่ Content Tourism หรือ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เนื้อหาและเรื่องราว เริ่มกลายเป็นกระแสสำคัญที่กำลังเติบโต เพราะคนในยุคนี้…ไม่ได้อยากเที่ยวแค่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ต้องการ “เชื่อมโยง” กับผู้คน สถานที่ วัฒนธรรม และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พบเจอ Content Tourism คืออะไร? มันคือการเดินทางที่ดึงดูดเรา ด้วยเรื่องราว เพราะทุกสถานที่ ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก ล้วนมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เกิดขึ้น มีผู้คนที่เคยใช้ชีวิต มีประวัติที่ถูกส่งต่อ มีวิธีคิดที่ทำให้เราเข้าใจโลกได้มากขึ้น Content Tourism ทำให้การเดินทางไม […]

Wellness Thailand
read more
24.12.2025 372

Wellness Thailand: จาก “Service Destination” สู่การก้าวไปครองบัลลังก์ “Wellness Destination” ของโลก

คุณอยากเห็นประเทศไทยยืนอยู่ตรงไหนในตลาด Global Wellness ที่คนทั่วโลกนึกถึงเป็นอันดับแรก?  เมื่อการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่คือการ “ยกระดับคุณภาพชีวิต”  กระแสเทรนด์เรื่อง Wellness เป็นโอกาสทองที่ไทยกำลังจะคว้าโอกาสเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาด Wellness Tourism ระดับโลก เพราะด้วยศักยภาพที่เรามีครบ ทั้งด้านการแพทย์สูง (Medical) และ ด้านภูมิปัญญาจากธรรมชาติและจิตวิญญาณท้องถิ่น (Wisdom of Nature) และในปัจจุบันเมื่อการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่คือการ “ยกระดับคุณภาพชีวิต” ยิ่งทำให้ไทยมีโอกาสในการวางตำแหน่งตัวเองด้วยจุดแข็งแบบ “Bi-Polar Strategy” หรือ “กลยุทธ์ 2 ขั้ว” ได้อย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายศักยภาพ  (เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น ฮ่องกง และมาเลเซีย) ที่มองหาการดูแลสุขภาพแบบรากฐานองค์รวมจนถึงระดับเซลล์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งตรงนี้เอง…ที่ประเทศไทยกำลัง “ยืนอยู่บนโอกาสครั้งใหญ่” ขั้วที่ 1: Advanced Tech – ความแข็งแกร่งระดับ Medical Hub ถ้าพูดถึงการรักษาพยาบาล ไทยติดอันดับ 1 ใน 20 ประเทศด้านการแพทย์ท่องเที่ยว ที่สร้างรายได้ 670 พันล้านบาทจากธุรกิจ Wellnes […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง