Baramizi Lab logo

BEYOND DISRUPTION เทรนด์ธุรกิจ 2026

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

business trend 2026
19
01.2026
view
884
SHARE

BEYOND DISRUPTION เทรนด์ธุรกิจ 2026

รู้ก่อนนำคนอื่นไป “10 ก้าว”เทรนด์ขับเคลื่อนธุรกิจปี 2026 ที่ธุรกิจต้องเริ่มทำ

ปี 2026 คือปีแห่ง “โอกาสธุรกิจ” สำหรับผู้ประกอบการ
เมื่อเทคโนโลยีใหม่ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และนโยบายระดับภูมิภาค เริ่มบรรจบกันอย่างชัดเจน

เพื่อให้ธุรกิจไม่ตกยุคและสร้างมูลค่าเหนือคู่แข่ง
เราได้รวบรวมเทรนด์โลกที่สำคัญ พร้อมแนวทางวัดผลตอบแทน (ROI) และกรอบการทำงานที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

1. ปัญญาประดิษฐ์ตัวแทน (AI Agents)

ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้อยู่แค่ในวงการด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป มันกลายเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจที่จับต้องได้ โดย Gartner คาดการณ์ว่า 40% ขององค์กรจะนำเอา AI Agent เข้ามาใช้ภายในปลายปี 2026 AI Agent ต่างจาก Generative AI ที่ดำเนินงานตามคำสั่ง AI Agent สามารถทำงานอิสระได้ ถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจเฉพาะเจาะจง และเรียนรู้ได้ตามเวลาจริง​

กรณีศึกษา :Nextoria บริษัทที่ปรึกษาด้าน M&A จากลอนดอน ที่นำแพลตฟอร์ม AI ชื่อว่า Juma (ชื่อเดิม Team-GPT) เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ AI ช่วยลดความซับซ้อนในขั้นตอน Due Diligence ปรับปรุงความแม่นยำของโมเดลการเงิน และให้ข้อมูลสนับสนุนการเจรจาต่อรอง จนทำให้ Nextoria สามารถ “ปิดดีลได้เร็วขึ้นถึง 35%” พร้อมความถูกต้องแม่นยำที่สูงขึ้นกว่าเดิม

2. Social Commerce: ช่องทางการขายที่เติบโตเร็วที่สุด

ภาพรวมระดับโลก (Global Context): Social Commerce ได้กลายเป็นกระแสหลักของการค้าออนไลน์ไปแล้ว
ข้อมูลชี้ว่าตั้งแต่ปี 2023 ยอดขายผ่านช่องทางนี้ครองส่วนแบ่งถึง 17% ของการขายออนไลน์ทั้งหมดทั่วโลก

การเติบโตในตลาดสหรัฐฯ (US Market Forecast): แนวโน้มนี้ยังคงพุ่งทะยานต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่คาดการณ์ว่าในปี 2025 ตลาดจะมีมูลค่าสูงถึง 114.7 พันล้านดอลลาร์ ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 14.4% ต่อปี

กุญแจความสำเร็จ: Shoppertainment ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตัวเลขเหล่านี้คือเทรนด์ “Shoppertainment” (การผสานความบันเทิงเข้ากับการช้อปปิ้ง) ผู้สร้างคอนเทนต์ไม่ได้แค่ขายของ แต่เน้นสร้างความสนุกและประสบการณ์ร่วม ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าทำให้อัตราการตัดสินใจซื้อ (Conversion Rate) สูงกว่าเว็บไซต์ E-commerce ทั่วไปถึง 30%

อนาคตปี 2030: ยุคแห่ง Live Shopping จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นในรูปแบบ “Live Shopping” ซึ่งเป็นการรวมความบันเทิง การค้นพบสินค้า และการจ่ายเงินไว้ในจุดเดียว คาดการณ์ว่าตลาด Live Shopping ทั่วโลกจะเติบโตจากหลักหมื่นล้านในปัจจุบัน พุ่งแตะระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ:

  • Micro-influencers ทรงพลัง: อินฟลูเอนเซอร์ระดับย่อย (Micro-influencers) มักสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าคนดังระดับมหาชน เนื่องจากได้รับความไว้วางใจจากชุมชนผู้ติดตามที่เหนียวแน่นกว่า
  • UGC และ Short Video: เนื้อหาที่สร้างโดยผู้ใช้จริง (User-Generated Content) และวิดีโอสั้น เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการตัดสินใจซื้อ
  • ความสมจริง (Authenticity): ความเป็นธรรมชาติและจริงใจของคลิปสั้น ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดในการดึงดูดความสนใจ

3.เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy): โอกาสมหาศาลสำหรับไทย

กลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามองและมีอัตราการเติบโตสูงสุด ได้แก่:

  • อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ (Wellness Real Estate): เติบโต 15.8% ต่อปี
  • สุขภาพจิต (Mental Wellness): เติบโต 10.1% ต่อปี
  • ธุรกิจน้ำพุร้อนและแร่ธรรมชาติ: เติบโต 10% ต่อปี

สถานการณ์ในประเทศไทย: โตสวนกระแสถึง 2 เท่า ตัดภาพมาที่ประเทศไทย ในปี 2023 (พ.ศ. 2566) ตลาดเวลเนสไทยมีมูลค่า 4.19 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจเพราะ “เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า” จากปีก่อนหน้า โดยโครงสร้างลูกค้าปัจจุบันประกอบด้วยคนไทย 60% และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40%

โอกาสทองของผู้ประกอบการ: “ช่องว่างในตลาดโรงแรม” ข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดสำหรับนักลงทุนคือ 62% ของโรงแรมเชิงสุขภาพในไทย ยังเป็นผู้ประกอบการอิสระ (Non-branded) หรือยังไม่มีแบรนด์บริหารจัดการระดับสากล นี่จึงเป็นโอกาสมหาศาลสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ หรือเชนโรงแรมต่าง ๆ ที่จะเข้ามาสร้างมาตรฐานและยึดครองส่วนแบ่งตลาดในจุดนี้

โครงการระดับเรือธง (Key Benchmarks) ที่เปิดตัวในปี 2566:

  1. Fivelements (เกาะสมุย): รีสอร์ต Wellness ระดับไฮเอนด์
  2. Clinique La Prairie (ภูเก็ต): ศูนย์สุขภาพและเวลเนสระดับโลก
  3. Tiva Ao Makham (ภูเก็ต): โครงการใหม่จากเครือเซ็นทารา (Centara)

ช่องว่างทางการตลาด (Market Gaps) ที่น่าสนใจ:

  1. Wellness Hospitality: โรงแรมเชิงสุขภาพที่มีทำเลศักยภาพสูง แต่ยังขาดการบริหารจัดการโดยแบรนด์ระดับสากล
  2. AgeTech Solutions: แอปพลิเคชันอัจฉริยะและเทคโนโลยีเพื่อดูแลผู้สูงอายุ
  3. Personalized Wellness Packages: บริการสุขภาพเฉพาะบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน AI
  4. Nutrition & Smart Fitness: ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ (มูลค่า 1.98 แสนล้านบาท) และเทคโนโลยีการออกกำลังกาย

4.Context-aware AI และบริการ “Context-as-a-Service”

แม้ว่า Generative AI ในปัจจุบันจะทรงพลังมาก แต่ยังมีข้อจำกัดเมื่อต้องนำไปใช้ในบริบททางธุรกิจที่ซับซ้อน ธุรกิจต่างๆ จึงจำเป็นต้อง “เทรน” (Train) หรือปรับจูน AI เหล่านี้ให้เข้าใจกฎระเบียบ เงื่อนไขเฉพาะ และข้อมูลเชิงลึกระดับย่อย (Micro-level data) เพื่อให้ AI สามารถนำมาใช้งานได้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุด

โอกาสทางธุรกิจใหม่: Context Engineering กำลังกลายเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยบริษัทที่ปรึกษา, สำนักงานกฎหมาย และผู้ให้บริการข้อมูลชั้นนำ กำลังเร่งพัฒนาโซลูชันแบบ Context-as-a-Service เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถปรับแต่ง AI ให้มีความฉลาดเฉพาะทาง และสร้างจุดเด่นที่แตกต่างในตลาดได้ (Niche)

สำหรับธุรกิจไทย: ในขณะที่ประเทศไทยกำลังตื่นตัวเรื่อง AI นี่คือโอกาสทองสำหรับบริษัทที่ปรึกษา (Consultants), ผู้บริหารข้อมูล (CDOs) และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ในการสร้างโซลูชัน AI ที่ถูกปรับแต่งให้เหมาะสมกับท้องถิ่น (Localization) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำความเข้าใจ ภาษาไทย, ข้อกฎหมายในประเทศ และพลวัตของตลาดไทย

 

5.ความท้าทายในยุค “Post-Globalization” และการปฏิรูปห่วงโซ่อุปทาน

ยุคทองของโลกาภิวัตน์ที่ไร้พรมแดนหรือแนวคิด “โลกแบน” (The World is Flat) ได้สิ้นสุดลงแล้ว สัญญาณที่ชัดเจนคือสงครามการค้า การใช้มาตรการกำแพงภาษี และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้โครงสร้างการค้าโลกเปลี่ยนไป

กลยุทธ์รับมือสำหรับธุรกิจไทย:

  • Nearshoring: พิจารณาย้ายฐานการผลิตมายังประเทศใกล้เคียง หรือปรับขนาดการผลิตให้มีความคล่องตัวมากขึ้น
  • Glocalization: ยกระดับมาตรฐานสู่สากล (Global) โดยยังคงจุดแข็งและเอกลักษณ์ของท้องถิ่น (Local) เอาไว้
  • Digital Resilience: ลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้ห่วงโซ่อุปทาน สามารถปรับเปลี่ยนได้ทันทีเมื่อเกิดวิกฤต
  • ASEAN Focus: ขยายและเจาะตลาดในภูมิภาคอาเซียนให้เข้มข้นขึ้น

โอกาสทองของการดึงดูดการลงทุน: ทุนจีนกำลังเร่งกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานออกนอกประเทศ (Decoupling) ส่งผลให้กลยุทธ์ “China Plus One” ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้—รวมถึงประเทศไทย—จะยังคงได้รับอานิสงส์สำคัญจากการย้ายฐานผลิตนี้ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้—รวมถึงประเทศไทย—จะยังคงได้รับอานิสงส์สำคัญจากการย้ายฐานผลิตนี้

6. Creator Economy: ผู้ขับเคลื่อนหลักในห่วงโซ่มูลค่า

ตลาดเศรษฐกิจผู้สร้างสรรค์เนื้อหา (Creator Economy) ในสหรัฐฯ คาดว่าจะเติบโตจาก 1.23 หมื่นล้านดอลลาร์ (ปี 2566) พุ่งสู่ 2.06 หมื่นล้านดอลลาร์ (ปี 2569) ส่งผลให้แบรนด์ต่างๆ กำลัง จัดสรรงบประมาณใหม่ (Budget Reallocation) เพื่อมุ่งเน้นไปที่ Influencer Marketing มากขึ้น

ผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่พิสูจน์แล้ว:

  • High Return: การตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์สร้างผลตอบแทนได้เฉลี่ย
    5.78 – 20 ดอลลาร์ ต่อทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนไป
  • Outperform: ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการโฆษณาดิจิทัลแบบดั้งเดิม
    (Traditional Digital Ads) ถึง 11 เท่า
  • Top Tier Success: แคมเปญที่ประสบความสำเร็จสูงสุดสามารถทำยอดขายได้ถึง 18-20 ดอลลาร์ ต่อเงินลงทุน 1 ดอลลาร์

ทำไม Micro-influencers ถึงเป็นผู้ชนะ: กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ระดับย่อย (Micro-influencers) มักมีประสิทธิภาพเหนือกว่ารายใหญ่ เนื่องจากมีอัตราการมีส่วนร่วม (Engagement Rate) ที่สูงกว่า ได้รับความไว้วางใจจากชุมชนที่เหนียวแน่น และมีความสามารถในการปิดการขาย (Conversion) ที่ยอดเยี่ยม ปัจจัยเหล่านี้ทำให้องค์กรกว่า 71% ตัดสินใจเพิ่มงบประมาณด้านนี้ต่อเนื่องทุกปี

โอกาสสำหรับประเทศไทย: ประเทศไทยมีรากฐาน Creator ที่แข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะในกลุ่มความงาม แฟชั่น สุขภาพ และการท่องเที่ยว โอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจคือการสร้าง “แพลตฟอร์มสนับสนุน Creator แบบครบวงจร” ที่มาพร้อมกับระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics), เครื่องมือช่วยทำงานร่วมกัน (Collaboration Tools) และระบบการชำระเงินที่ไร้รอยต่อ

7. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): ขุมทรัพย์มูลค่า 7 แสนล้านดอลลาร์

แม้ว่าคำว่า “ความยั่งยืน” (Sustainability) มักจะถูกเชื่อมโยงกับการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่โมเดล เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นั้นแท้จริงแล้วคือเครื่องมือสร้างกำไรที่วัดผลได้ จากผลสำรวจพบว่า 97% ของบริษัทที่นำแนวคิดนี้มาใช้ มีเป้าหมายที่เหนือกว่าแค่เรื่องโลกสวย แต่เพื่อสร้าง “ผลกำไร” และ “ความได้เปรียบทางการแข่งขัน”

ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่พิสูจน์แล้ว:

  • Revenue Growth: 70% ขององค์กรคาดการณ์ว่าแนวทาง Circular จะช่วยเพิ่มรายได้ภายในปี 2029 (พ.ศ. 2572)
  • Top-line Growth: โมเดลหมุนเวียนช่วยสร้างการเติบโตของรายได้รวมได้ถึง 15-20%
  • Cost Reduction: ช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบลงได้ 10-15%

Market Value: ตลาด Circular Economy มีศักยภาพแตะระดับ 700 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573)

กรณีศึกษาความสำเร็จ (Use Case): Philips ร่วมมือกับโรงพยาบาลในการอัปเกรดอุปกรณ์ทางการแพทย์
(เช่น เครื่อง MRI, CT scanner) ผ่านโปรแกรมแลกเปลี่ยนเครื่องเก่า (Trade-in) เพื่อรับส่วนลด โดย Philips จะนำเครื่องเก่าไปผ่านกระบวนการปรับปรุงสภาพใหม่ (Refurbish) และนำกลับมาจำหน่ายอีกครั้ง โมเดลนี้ช่วยให้โรงพยาบาลประหยัดงบประมาณ ในขณะที่ Philips สามารถเข้าถึงตลาดกลุ่มใหม่ที่ต้องการสินค้าราคาจับต้องได้ (Affordability)

8.บริบทเฉพาะของไทย: 10 เทรนด์ขับเคลื่อนปี 2566

นอกเหนือจากเทรนด์ระดับโลกแล้ว ประเทศไทยยังมี “ปัจจัยเฉพาะตัว” ที่แตกต่าง ซึ่งธุรกิจต้องจับตามองเป็นพิเศษ:

  1. AI Agent Localization: การประยุกต์ใช้ AI ที่เข้าใจภาษาไทยและบริบทท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
  2. ทุนจีน (Chinese Capital): การวางตำแหน่งธุรกิจไทยให้เหนือกว่าคู่แข่งจากจีน โดยเน้นจุดแข็งเรื่อง “คุณภาพและการบริการ” (Service & Quality)
  3. Longevity & AgeTech: สังคมสูงวัยผลักดันความต้องการเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ (Healthcare Technology)
  4. Targeted Tourism: การเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวเน้นปริมาณ (Mass Tourism) สู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เช่น Wellness, Medical, MICE และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
  5. Gen Well: คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) รวมถึงประสบการณ์ด้านสุขภาวะ
  6. Brand Values: การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งเพื่อสร้างความแตกต่าง (Differentiation) หลุดพ้นจากสงครามราคาสินค้าทั่วไป
  7. Materiality in Action: ESG ต้องไม่ใช่แค่คำโฆษณา แต่ต้องเป็นแกนหลักของกลยุทธ์องค์กรที่จับต้องได้จริง
  8. Bioconvergence: การบรรจบกันของเทคโนโลยีชีวภาพและดิจิทัล สร้างโอกาสในธุรกิจการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) และเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture)
  9. Trust: “ความไว้วางใจ” คือต้นทุนใหม่ (New Capital) ที่จะเป็นตัวชี้วัดแพ้ชนะในการแข่งขันระยะยาว


9. นโยบาย ESG และการวัดผลความยั่งยืน

สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ ESG คาดว่าจะแตะระดับ 33.9 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2566 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าสถาบันการเงินและนักลงทุนกำลังผลักดันให้ความยั่งยืน
กลายเป็นเรื่องจริงจังทางธุรกิจ

ผลตอบแทนจากการเปลี่ยนผ่าน (The Green Advantage): บริษัทที่มีความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนอย่างแท้จริงจะได้รับสิทธิประโยชน์สำคัญ
ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำ (Lower-cost financing), ความเสี่ยงทางธุรกิจที่ลดลง และโอกาสในการดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถ (Talent) ซึ่งต้องการทำงานในองค์กรที่มีเป้าหมายเพื่อสังคม

ตัวเลขที่น่าสนใจ:

  • 47% ของผู้บริหารระดับสูง (C-Level) คาดการณ์ว่าการเพิกเฉยหรือลดความสำคัญของ ESG จะนำไปสู่การหยุดชะงักทางธุรกิจ
  • 60% ของผู้บริหารระบุว่า ความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานช่วยให้ดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ได้จริง

ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์สำหรับธุรกิจไทย (Strategic Recommendations)

ผู้ประกอบการที่จะประสบความสำเร็จในปีนี้ ควรปรับใช้กลยุทธ์ดังนี้:

  1. ชิงความได้เปรียบในระยะสั้น (Quick Wins for First Movers): การนำ AI Agent มาใช้งานมีกรอบเวลาคืนทุนสั้นเพียง 3-6 เดือน แต่สร้างผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ได้สูงถึง 5-10 เท่า ถือเป็นการเดิมพันระยะสั้นที่คุ้มค่าที่สุด
  2. สมดุลเกมยาว (Balance with Long-term): ธุรกิจในกลุ่ม Wellness Economy และโมเดล Circular Economy อาจต้องใช้เวลา 6-12 เดือนในการตั้งไข่ แต่จะสร้างมูลค่าที่มั่นคงและยั่งยืน (Steady-state value) ในระยะยาว
  3. ใช้กลยุทธ์ควบคู่ (Dual Track Strategy): บริหารจัดการ Social Commerce และ Creator Partnerships ไปพร้อมกัน โดยใช้ทรัพยากรดิจิทัลชุดเดียวกันเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด
  4. บริหารความเสี่ยงด้านความเชื่อมั่น (Trust Management): ในโลกที่สถานการณ์มีความผันผวนสูง “ความโปร่งใส” และ “ความไว้วางใจ” คือตัวตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ชนะในตลาด
  5. ยึดข้อมูลเป็นศูนย์กลาง (Data-Centric): ใช้การตัดสินใจบนฐานข้อมูล (Data-driven) ตั้งแต่การกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การยิงโฆษณา ไปจนถึงการวัดผล ROI ในทุกมิติ

บทสรุป (Executive Summary)

ปี 2566 เปรียบเสมือน “หน้าต่างแห่งโอกาส” (Window of Opportunity) ที่เปิดกว้างสำหรับธุรกิจไทย โดยเฉพาะองค์กรที่กล้าปรับตัวและเคลื่อนที่เร็ว

ผู้ที่สามารถวางตำแหน่งธุรกิจให้สอดคล้องกับเทรนด์ AI, Wellness, Social Commerce และ Circular Economy จะสามารถคว้า “ส่วนแบ่งการตลาดที่เหนือกว่า” (Outsized Share) ในการเติบโตระลอกใหม่นี้ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างขีดความสามารถในการตัดสินใจด้วยข้อมูลจริง เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น

บทความโดย : ภูชิต มุณีวงศ์ (Future Trend Researcher)


บทความเทรนด์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

RECOMMEND

wellness Sleep Tourism
read more
18.02.2026 208

Sleep Tourism เมื่อการนอนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของมนุษย์ยุคใหม่

เมื่อ “การนอนหลับ” กลายเป็น New Luxury สินค้าที่แพงที่สุดในยุค Burnout  Future Wellness: Sleep Economy กำลังเปลี่ยนนิยามของการพักผ่อน เรากำลังเข้าสู่ยุคที่นิยามของ “การพักผ่อน” เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งใน Sub-sector ที่น่าจับตามองที่สุดคือ Sleep Economy อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “คุณภาพการนอน” โดยตรง คำถามสำคัญคือ ทำไมเรื่อง “นอน” ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก? The Insight: วิกฤตการนอนของคนเมือง เมื่อชีวิตรวนจนร่างกายตามไม่ทัน ปัญหาไม่ใช่แค่ “นอนน้อย” แต่คือภาวะ Social Jetlag  เวลาชีวิตรวนจากการทำงานข้ามเวลา เสพสื่อก่อนนอน และใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาชีวภาพ คนยุคปัจจุบันจึงไม่ได้แค่ “ง่วง” แต่กำลังโหยหา Deep Rest การพักผ่อนที่ฟื้นฟูระบบประสาทจริงๆ การนอนเฉยๆ อยู่บ้าน อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของเทรนด์ Sleep Tourism การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก “Check-in รัวๆ” เป็น “Check-out จากโลกภายนอก” Strategic Shift: เมื่อโรงแรมไม่ได้ขายเตียง แต่ขายการ Hack สมองให้หลับ สำหรับธุรกิจในกลุ่ม Welln […]

read more
26.01.2026 648

Gen Y เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y อายุ 29-44 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ คิดเป็นจำนวน 49.17% เป็นกลุ่มที่สะท้อนภาพ “วันทำงานตัวจริง” อย่างชัดเจนที่สุด พวกเขาเป็นวัยที่ต้องดูแลงาน บ้าน ครอบครัว การเงิน และยังต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไปพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ…พวกเขามี แรงจูงใจจะดูแลสุขภาพสูง แต่ก็มี อุปสรรคหนักที่สุด เช่นกัน Gen Y: เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง — แต่กลับเป็นวัยที่สนใจเทคโนโลยีสุขภาพมากที่สุด Gen Y เป็นกลุ่มที่ “เหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบตัว” มีผลกระทบมากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ให้ความ […]

read more
26.01.2026 570

Gen Baby Boomer วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ”

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Baby Boomer อายุ 60 ปีขึ้นไป คือกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 5.42% ของทั้งหมด 1,200 คน Gen Baby Boomer (60+): วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ” Gen Baby Boomer คือกลุ่มที่ให้คะแนนความสำคัญด้านสุขภาพสูงที่สุดในทุกช่วงวัย นี่คือวัยที่ ตระหนักแล้วว่า เวลาไม่ได้รอใคร และเหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบข้างยิ่ง ตอกย้ำความจำเป็นในการดูแล แต่ในขณะที่ความจำเป็นเพิ่มขึ้น อุปสรรคก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ค่าใช้จ่ายคือกำแพงสูงที่สุด และแม้จะเชื่อในแพทย์มากที่สุด พวกเขาก็พบว่าเสียงจากครอบครัว เว็บไซต์สุขภาพ และโซเช […]

read more
26.01.2026 686

เจาะอินไซต์นักกินไทย 6 สายพันธุ์ | Future Food Trend 2026

นักกินไทยในวันนี้…ไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกันอีกต่อไปBaramizi Lab ได้ศึกษารายงาน Future Food Trend 2026 จากการวิจัยเชิงปริมาณทั่วประเทศกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 820 คน เพื่อทำความเข้าใจความคิด ค่านิยม และทัศนคติด้านการกินของคนไทยยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผลการศึกษาพบว่า นักกินไทยสามารถจำแนกออกเป็น 6 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความสนใจ ค่านิยม และมุมมองต่ออาหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. Comfort-Loyal Eaters นักกินสายผูกพัน ผู้ผ่อนคลายและมีความสุขจากความคุ้นเคย มีสัดส่วน 15.5% กลุ่มนี้มีความสุขกับ “ความรู้สึกขณะกิน” มากกว่าการคำนึงถึงสุขภาพหรือคุณค่าทางสังคม ชอบความคุ้นเคย ความมั่นใจในแบรนด์เดิม และความพึงพอใจที่คาดเดาได้ รู้จักตัวเองดีว่าชอบอะไร มองการกินเป็นทั้งความสุขส่วนตัวและกิจกรรมสังสรรค์ 📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในสาวนักศึกษาและคนทำงานอิสระ หรือแม่บ้าน Gen X รายได้ไม่สูงมากนัก คนกรุงเทพฯ หรือคนเหนือ 2. Conscious Epicureans นักกินสายตระหนักรู้ ผู้พิถีพิถันทุกมิติ มีสัดส่วน 18.3% กลุ่มนี้คือ “นักกินผู้มีความพิถีพิถันใส่ใจ” ที่ตัดสินใจเลือกอาหารไม่เพียงแค่เพื่อลิ้มรส แต่เพื่อสอ […]

business trend 2026
read more
19.01.2026 884

BEYOND DISRUPTION เทรนด์ธุรกิจ 2026

รู้ก่อนนำคนอื่นไป “10 ก้าว”เทรนด์ขับเคลื่อนธุรกิจปี 2026 ที่ธุรกิจต้องเริ่มทำ ปี 2026 คือปีแห่ง “โอกาสธุรกิจ” สำหรับผู้ประกอบการเมื่อเทคโนโลยีใหม่ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และนโยบายระดับภูมิภาค เริ่มบรรจบกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจไม่ตกยุคและสร้างมูลค่าเหนือคู่แข่งเราได้รวบรวมเทรนด์โลกที่สำคัญ พร้อมแนวทางวัดผลตอบแทน (ROI) และกรอบการทำงานที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ 1. ปัญญาประดิษฐ์ตัวแทน (AI Agents) ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้อยู่แค่ในวงการด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป มันกลายเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจที่จับต้องได้ โดย Gartner คาดการณ์ว่า 40% ขององค์กรจะนำเอา AI Agent เข้ามาใช้ภายในปลายปี 2026 AI Agent ต่างจาก Generative AI ที่ดำเนินงานตามคำสั่ง AI Agent สามารถทำงานอิสระได้ ถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจเฉพาะเจาะจง และเรียนรู้ได้ตามเวลาจริง​ กรณีศึกษา :Nextoria บริษัทที่ปรึกษาด้าน M&A จากลอนดอน ที่นำแพลตฟอร์ม AI ชื่อว่า Juma (ชื่อเดิม Team-GPT) เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ AI ช่วยลดความซับซ้อนในขั้นตอน Due Diligence ปรับปรุงความแม่นยำของโมเดลการเงิน และให้ข้อมูลสนับสนุน […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง