เจาะอินไซต์นักกินไทย 6 สายพันธุ์ | Future Food Trend 2026
นักกินไทยในวันนี้…ไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกันอีกต่อไป
Baramizi Lab ได้ศึกษารายงาน Future Food Trend 2026 จากการวิจัยเชิงปริมาณทั่วประเทศกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 820 คน เพื่อทำความเข้าใจความคิด ค่านิยม และทัศนคติด้านการกินของคนไทยยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผลการศึกษาพบว่า นักกินไทยสามารถจำแนกออกเป็น 6 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความสนใจ ค่านิยม และมุมมองต่ออาหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้
1. Comfort-Loyal Eaters นักกินสายผูกพัน ผู้ผ่อนคลายและมีความสุขจากความคุ้นเคย มีสัดส่วน 15.5%
กลุ่มนี้มีความสุขกับ “ความรู้สึกขณะกิน” มากกว่าการคำนึงถึงสุขภาพหรือคุณค่าทางสังคม ชอบความคุ้นเคย ความมั่นใจในแบรนด์เดิม และความพึงพอใจที่คาดเดาได้ รู้จักตัวเองดีว่าชอบอะไร มองการกินเป็นทั้งความสุขส่วนตัวและกิจกรรมสังสรรค์
📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในสาวนักศึกษาและคนทำงานอิสระ หรือแม่บ้าน Gen X รายได้ไม่สูงมากนัก คนกรุงเทพฯ หรือคนเหนือ
2. Conscious Epicureans นักกินสายตระหนักรู้ ผู้พิถีพิถันทุกมิติ มีสัดส่วน 18.3%
กลุ่มนี้คือ “นักกินผู้มีความพิถีพิถันใส่ใจ” ที่ตัดสินใจเลือกอาหารไม่เพียงแค่เพื่อลิ้มรส แต่เพื่อสอดคล้องกับ “ตัวตน” “คุณค่าชีวิต” และ “เป้าหมายทางสังคม” พวกเขาเป็นคนที่มีทั้ง Self-Awareness สูง และ Explorer Mindset ที่รักการเปิดรับของใหม่แต่ยังมี Loyalty ต่อสิ่งที่ไว้วางใจ
📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในคนกรุงเทพฯ ทำอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน เจ้าของกิจการ และคนทำงานอิสระผ่านดิจิทัล ผู้มีครอบครัวที่มีลูกและลูกเล็ก รายได้ปานกลางจนถึงสูง
3. Balanced Social Foodies นักกินสายสมดุล ที่กินเพื่อรสชาติและมิตรภาพ มีสัดส่วน 28.9%
Segment นี้เป็นผู้บริโภคสาย Enjoyment + Connection คือเน้นการกินอย่างมีความสุข และชอบใช้เวลาในการกินเป็นกิจกรรมเชิงสัมพันธ์ เช่น กินกับครอบครัว เพื่อน แชร์รีวิว บอกต่อร้าน ชอบร้านที่มีบรรยากาศหรือมีเรื่องราว ไม่สุดโต่งในเรื่องสุขภาพ แต่ก็ใส่ใจพอสมควร
📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในคนอีสานหรือคนใต้ที่ทำอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน หรือเกษตรกร Gen Y หัวขบวนผู้มีครอบครัวที่มีลูกวัยเด็กรายได้ปานกลาง
4. Easygoing Eaters นักกินสายสบาย ไม่ยึดติดความหมาย กินตามใจในแต่ละวัน มีสัดส่วน 2.8%
เป็นกลุ่มที่ไม่ยึดติดกับอาหารในเชิงอารมณ์หรืออัตลักษณ์ พฤติกรรมการกินไม่คงที่และไม่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อหรือคุณค่า เป็นแนวกินเพื่ออยู่ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน ไม่ Loyalty และตัดสินใจเร็วบนพื้นฐานของความสะดวกและความพอใจตรงหน้า
📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นใน Gen Z จังหวัดปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันตกผู้เป็นเจ้าของกิจการ/ค้าขาย หรือรับราชการรายได้สูง
5. Convenience-Oriented Dabblers นักกินสายสะดวก ลองได้แต่ไม่ผูกพัน มีสัดส่วน 32.9%
กลุ่มนี้มีนิสัย “ลองไปเรื่อยๆ” เป็นพวก Explorer แบบไม่ผูกพัน ชอบความสะดวกรวดเร็วแต่ไม่ได้ด่วน ไม่ยึดติดกับรสชาติเดิมๆ หรือค่านิยมใดเป็นพิเศษ พร้อมลองใหม่ แต่ถ้ายังไม่ว้าวก็พร้อมจะเปลี่ยนทันที กินเพื่อเยียวยาความรู้สึกเครียดหรือเหนื่อยเป็นครั้งคราว
📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในคนทุกเพศ อาจมีเพศชายสูงกว่าภาพรวมเล็กน้อย โสด หลากหลายช่วงวัย หลากหลายอาชีพจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออก”
6. Refined Health Seekers นักกินสายละเมียดละไมใส่ใจสุขภาพ มีสัดส่วน 1.6%
กลุ่มนี้เป็นคนที่ “มีความคิดเป็นของตัวเองสูง” ไม่ได้กินตามแฟชั่นแต่กินตามคุณค่าที่ตนยึดถือ เชื่อมั่นในแบรนด์/ร้านที่รู้จักดี พร้อมแนะนำให้คนอื่น ใช้การกินสร้างคุณภาพชีวิตและความสุข
📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในผู้หญิงโสดหรือโสดแล้วแต่มีบุตรผู้ทำอาชีพอิสระ หรือแม่บ้าน และนักศึกษารายได้ส่วนตัวปานกลางค่อนข้างต่ำเป็นคนปริมณฑล อีสาน และภาคเหนือ”
บทสรุป
การทำความเข้าใจความแตกต่างของผู้บริโภคผ่านปัจจัยทางจิตวิทยา ช่วยให้แบรนด์มองเห็นกลุ่มเป้าหมายได้ชัดขึ้น เลือกโฟกัสได้ตรงจุด และสร้างตัวตนของแบรนด์ให้เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้อย่างมีความหมาย
บทความนี้สะท้อนให้เห็นทั้งโอกาสทางธุรกิจ กลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจ รูปแบบการกินที่กำลังเปิดโอกาสใหม่ ช่องทางการกระจายสินค้าและสื่อที่เข้าถึงผู้บริโภคได้จริง รวมถึงแนวทางในการพัฒนาโปรโมชั่นให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและทัศนคติที่เปลี่ยนไป
เนื้อหาในบทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายงาน Future Food Business Trend 2026–2027 หนังสือสรุปเทรนด์อาหารแห่งอนาคตประจำปี 2026 ที่รวบรวมอินไซต์เชิงลึกและมุมมองเชิงกลยุทธ์สำหรับธุรกิจอาหารอย่างครบถ้วน
ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อรายงานฉบับเต็มได้ที่
https://baramizilab.co.th/trend-reports/bundle-set-future-food-business-trend/
บทความโดย : คุณพลวัฒน์ จูเจริญ (Sr. Future Trend Researcher)
บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง






