Baramizi Lab logo

NEO Luxury Trend
ความหรูยุคใหม่ไม่ใช่แค่สิ่งของ
แต่คือประสบการณ์

NEO Luxury Trend
02
12.2025
view
656
SHARE

NEO Luxury Trend
ความหรูยุคใหม่ไม่ใช่แค่สิ่งของ
แต่คือประสบการณ์

ความหรูยุคใหม่ไม่ใช่ “ของ” แต่คือ “ประสบการณ์ คุณค่า และความหมาย”

โลกของ Luxury กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในปี 2025 ไม่ได้ถูกนิยามด้วยโลโก้หรือสัญลักษณ์สถานะอีกต่อไป แต่สะท้อนถึงความ เข้าใจตัวตน คุณค่าชีวิต และความตั้งใจในการเลือกบริโภค (Intentional Consumption) มากกว่าที่เคย

ผู้บริโภคกลุ่ม Luxury โดยเฉพาะ Millennials และ Gen Z ไม่ได้มองความหรูในฐานะการแสดงความมั่งคั่ง แต่มองว่า Luxury คือ “คุณภาพของชีวิต” และ “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” ที่พวกเขาเลือกลงทุนอย่างตั้งใจ ทำให้เกิดแนวคิด NEO Luxury – New Luxury Paradigm ที่ผสมผสานความยั่งยืน เทคโนโลยี ประสบการณ์เฉพาะบุคคล และหัตถศิลป์เข้าด้วยกัน

บทความนี้จะพาไปสำรวจ 5 หลักการสำคัญที่กำลังกำหนดความหมายใหม่ของ Luxury ในปี 2025

1. Quiet Luxury: ความหรูหราแบบเงียบ ๆ ที่ซ่อนความเข้าใจลึกซึ้งในคุณภาพ

Quiet Luxury กลายเป็นตัวแทนของความหรูยุคนี้อย่างแท้จริง เพราะผู้บริโภคไม่ได้ต้องการประกาศความร่ำรวย แต่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพสูง ใช้งานได้นาน และบ่งบอกตัวตนกับคนที่ “เข้าใจจริง”

ลักษณะเด่นของ Quiet Luxury

    • คุณภาพเหนือปริมาณ: เลือกสินค้าชิ้นสำคัญแทนการซื้อจำนวนมาก

    • การบริโภคอย่างส่วนตัว: มีเพียง 17% เท่านั้นที่แชร์การซื้อ Luxury บนโซเชียล แปลว่าผู้บริโภคต้องการบริโภคเพื่อ “ตัวเอง” มากกว่าเพื่อสังคม

    • งาน Craftsmanship ที่โดดเด่น: เช่น การตัดเย็บแบบ Goodyear-welted หรือผลิตภัณฑ์ที่สร้างด้วยมือเพื่ออายุการใช้งานยาวนานหลายปี

Quiet Luxury จึงเป็นการนิยามความหรูผ่าน “ความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ลึกซึ้ง” แทนการโชว์ตัวตนแบบชัดเจน

2. Experiential Luxury: เมื่อประสบการณ์คือสถานะใหม่ของความหรู

ผู้บริโภคยุคนี้ให้ค่ากับ “สิ่งที่รู้สึกได้” มากกว่า “สิ่งที่ถือครอง” จนทำให้ 69% ของการใช้จ่าย Luxury อยู่ในหมวดประสบการณ์ เช่น การเดินทาง การรับประทานอาหาร และกิจกรรมไลฟ์สไตล์แทนที่สินค้าวัตถุ

สิ่งที่ผลักดัน Experiential Luxury ให้เติบโต:

    • 75% ของผู้บริโภค Luxury ให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าสินค้า

    • ความต้องการสร้างความทรงจำพิเศษ เช่น Dining Experience, Wellness Retreat, Adventure Travel

    • การเติบโตของภูมิทัศน์การท่องเที่ยว เช่น Wellness Tourism, Sports Tourism และ Honeymoon Experiences ที่สอดรับโดยนโยบาย TAT

นี่คือสัญญาณว่า Luxury กำลังย้ายจุดศูนย์กลางจาก “วัตถุ” ไปสู่ “ความหมาย”

3. Sustainability & Ethical Consumption: ความรับผิดชอบที่กลายเป็นมาตรฐานของแบรนด์หรู

ความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจสำคัญของ Luxury ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นเทรนด์ แต่เพราะผู้บริโภคคาดหวังให้แบรนด์แสดงความรับผิดชอบต่อโลกและสังคม

31% ของผู้บริโภค Luxury ระบุว่า Sustainability คือปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ตั้งแต่วัตถุดิบ วิธีผลิต สวัสดิการแรงงาน ไปจนถึงเส้นทางการจัดส่งที่โปร่งใส

เทรนด์ย่อยที่มาแรง

    • Second-Hand Luxury: ปรับทิศทางจาก “การครอบครอง” เป็น “การหมุนเวียนคุณค่า”

    • Luxury Rental & Circular Models: บริการเช่ากระเป๋า เสื้อผ้า และแม้แต่ Supercar ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเข้าถึง Luxury ได้ง่ายขึ้น

    • แบรนด์เริ่มให้ความสำคัญกับ Carbon Neutral Manufacturing และการใช้วัสดุรีไซเคิลระดับพรีเมียมมากขึ้น

Sustainability จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “เงื่อนไขสำคัญ” ของ Loyalty ในตลาด Luxury ยุคใหม่

4. Personalization & Co-Creation: Luxury ที่ออกแบบร่วมกันกับผู้บริโภค

ผู้บริโภคต้องการเป็น “เจ้าของประสบการณ์” ไม่ใช่แค่ “เจ้าของสินค้า” ทำให้ Personalization และ Co-Creation เติบโตอย่างมาก

แบรนด์หรูทั่วโลกใช้ AI และข้อมูลเชิงลึกเพื่อ:

    • วิเคราะห์สไตล์และความชอบเฉพาะบุคคล

    • พยากรณ์ลักษณะการซื้อ

    • แนะนำสินค้าเฉพาะสำหรับแต่ละคนแบบเรียลไทม์

ผลลัพธ์คือประสบการณ์แบบ Bespoke ที่ไม่ต้องอยู่ในร้าน แต่เกิดขึ้นใน สภาพแวดล้อมดิจิทัล เช่น

    • Virtual Try-On

    • AI Stylist

    • Co-Creation Studio ที่ให้ลูกค้าปรับแต่งสินค้าแบบ Interactive

Luxury จึงมีนิยามใหม่: เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ร่วมกันของแบรนด์และผู้บริโภค

5. Wellness as the New Luxury: สุขภาพคือความหรูที่ทุกคนลงทุน

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หมวด Wellness, Longevity และ Beauty จะเติบโตเร็วที่สุดในตลาด Luxury เพราะผู้บริโภคมองว่า
“สุขภาพที่ดี คือสถานะที่แท้จริงของคนที่มีคุณภาพชีวิตสูง”

โดยเฉพาะ Gen Z ที่มองว่า

การดูแลสุขภาพเป็นการลงทุนในตัวตน ภาพลักษณ์ และศักยภาพในระยะยาว

เทรนด์ที่ชัดเจน เช่น

    • เสื้อผ้าออกกำลังกายระดับพรีเมียม

    • โปรแกรมดูแลสุขภาพเชิงลึก (Longevity Program)

    • การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    • อาหารและผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพคุณภาพสูง

Wellness จึงไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ แต่เป็น “รหัสสถานะใหม่” ของผู้บริโภคยุคนี้

มิติใหม่ของการบริโภค Luxury ในปี 2025

ความหรูในยุคนี้มีความหมายลึกกว่าแค่ราคา แต่เกี่ยวข้องกับแนวคิด 4 ประการต่อไปนี้:

1. Emotional Purchases ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์ ความพึงพอใจ และความเชื่อมโยงเชิงคุณค่า มากกว่าการคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยเพียงอย่างเดียว

2. Private Consumption การบริโภค Luxury ที่ไม่ต้องแสดงให้ผู้อื่นเห็น แต่เป็นการลงทุนเพื่อประสบการณ์ส่วนตัว

3. Digital Integration ผู้บริโภคไทยกว่า 54% ต้องการซื้อสินค้า Luxury ผ่านช่องทางดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์แบรนด์หรือแพลตฟอร์ม Multi-brand

4. Rare Meaningful Experiences การเติบโตของ Wellness Travel, Sports Tourism และกิจกรรมพิเศษ แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความหมาย” ไม่ใช่ “ความหรูเพื่อแสดงตัวตน”

บทสรุปส่งท้าย

NEO Luxury คือความหรูที่มีความหมายและสร้างคุณค่าระยะยาว

Luxury ในปี 2025 ไม่ได้อยู่ที่ราคา ไม่ได้อยู่ที่แบรนด์ และไม่ได้อยู่ที่การแสดงสถานะ
แต่เป็นการเลือกคุณค่า คุณภาพ และประสบการณ์ที่มีความหมายมากที่สุดต่อชีวิตของผู้บริโภค

ในยุคที่โลกเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว Luxury จะยังเป็นตลาดเติบโตอย่างมั่นคง แต่เฉพาะแบรนด์ที่เข้าใจจิตวิทยาผู้บริโภครุ่นใหม่เท่านั้นที่จะได้ไปต่อ

บทความโดย : ภูชิต มุณีวงศ์ (Future Trend Researcher)


บทความเทรนด์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

RECOMMEND

สรุป Pinterest Predicts 2026
read more
19.12.2025 558

เจาะลึก Pinterest Predicts 2026: ถอดรหัส 4 กลยุทธ์ธุรกิจ เปลี่ยน “เทรนด์” ให้เป็น “ยอดขาย”

ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็ว การรู้เทรนด์ก่อนคู่แข่งเพียงก้าวเดียว อาจหมายถึงส่วนแบ่งการตลาดมหาศาล ล่าสุด Pinterest แพลตฟอร์มที่เปรียบเสมือน “ลูกแก้วพยากรณ์” ของโลกการตลาด ได้ปล่อยรายงาน Pinterest Predicts สำหรับปี 2026 ออกมาแล้ว ความน่าสนใจของรายงานนี้คือ Pinterest ไม่ได้วิเคราะห์จากสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่วิเคราะห์จาก “Search Intent” (เจตนาการค้นหา) ของผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งมักจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความต้องการซื้อที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เราพบว่าปี 2026 จะไม่ใช่ปีแห่งความ “เรียบง่าย” หรือ “มินิมอล” อีกต่อไป แต่มันคือปีแห่งการแสดงออก (Expression), สัมผัส (Sensory), และการผสมผสาน (Hybrid) นี่คือ 4 กลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่เราถอดรหัสมาจากเทรนด์ เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักการตลาดนำไปปรับทิศทางแบรนด์ได้ทันที กลยุทธ์ที่ 1: Sensory Marketing – เอาชนะใจด้วย “ผิวสัมผัส” และ “สีสัน” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราคุ้นชินกับความงามแบบ “Clean Girl Aesthetic” และงานดีไซน์แบบ “Flat Design […]

read more
18.12.2025 476

Classic or Create Christmas Tree เศรษฐกิจ ธุรกิจ พฤติกรรม ที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงของต้นคริสต์มาส

เศรษฐกิจ ธุรกิจ พฤติกรรม ที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงของต้นคริสต์มาส แม้เทศกาลคริสต์มาสจะไม่ได้มีต้นกำเนิดที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยโดยตรง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความนิยมและอิทธิพลของเทศกาลได้แพร่กระจายไปแทบทุกมุมโลก “บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง” กลายเป็นกลิ่นอายที่พบได้ทั้งในเมืองใหญ่ ห้างสรรพสินค้า พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงพื้นที่ส่วนตัวอย่างบ้านและคอนโด ในบริบทของการออกแบบและตกแต่งที่อยู่อาศัย “ต้นคริสต์มาส” (หรือก็คือต้นส้น) ทำหน้าที่เป็น “พระเอก” ของงานนี้มาอย่างยาวนาน เป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้คนรับรู้ถึงเทศกาลได้ทันที อย่างไรก็ตาม หากมองต้นคริสต์มาสในฐานะ “องค์ประกอบการออกแบบ” มากกว่าของประดับตามฤดูกาล คำถามสำคัญคือที่ผ่านมา และในอนาคต อะไรบ้างที่จะเข้ามากำหนดหน้าตาและบทบาทของมัน? แน่นอนว่าเรามักบอกว่าเลือกเพราะ “ความสวยงาม” แต่ความจริงแล้ว การเลือกนั้นมีระบบเศรษฐกิจ สภาพสังคม และค่านิยมร่วมสมัยซ่อนอยู่เสมอ ตั้งแต่รูปแบบการอยู่อาศัยในเมือง ความคุ้มค่าและต้นทุนที่ผันผวน ตามข้อมูลขององค์การการค้าโลก (WTO) ปริมาณการค้าระหว่างประเทศโดยทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 15% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยมีแรงขับเ […]

10 Digital Marketing Trends 2026: การตลาดไทย
read more
05.12.2025 2,455

10 Digital Marketing Trends 2026: การตลาดไทย

ตลาดดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในประเทศไทยปี 2026 กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี AI พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และความคาดหวังด้านความรวดเร็วและความเป็นส่วนตัวที่สูงขึ้น ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 65.4 ล้านคน (91% ของประชากร) และผู้ใช้โซเชียลมีเดีย 56.6 ล้านคน (79.1% ของประชากร) โดยค่าใช้จ่ายโฆษณาดิจิทัลคาดว่าจะแตะ 34.5 พันล้านบาท (+10% YoY)​ บทความนี้สรุป 10 เทรนด์หลักที่นักการตลาดไทยต้องเข้าใจและปรับตัวให้ทันในปี 2026 ตั้งแต่การใช้ AI แบบ Agentic, การตลาดผ่าน Social Commerce, ไปจนถึงความสำคัญของ Sustainability และ Omnichannel Experience โดยแต่ละเทรนด์จะมีผลกระทบโดยตรงต่อกลยุทธ์การตลาดและการลงทุนของธุรกิจไทยในปีหน้า 1. Agentic AI Marketing: จาก Generative AI สู่ AI ผู้ช่วยที่แท้จริง ปี 2026 เป็นปีที่ AI จะก้าวจากเครื่องมือสร้างคอนเทนต์ (Generative AI) ไปสู่ “Agentic AI” ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้อย่างอัตโนมัติและชาญฉลาด AI ในปี 2026 จะไม่ใช่แค่ตอบคำถามหรือสร้างภาพ แต่จะสามารถวางแผนแคมเปญ วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ปรับกลยุทธ์แบบเรียลไทม์ และดำเนินการตั […]

cotent tourism
read more
25.12.2025 234

หลังยุคโควิด… การเดินทางของเราก็เปลี่ยนไป

เมื่อโลกหยุดเดินชั่วขณะ หลายคนเริ่มมองเห็นว่า “การท่องเที่ยว” ไม่ได้หมายถึงการไปพักผ่อนแบบเดิมอีกต่อไป แต่มันคือการได้ค้นพบตัวเอง เรียนรู้เรื่องราวรอบตัว และเติมความหมายบางอย่างที่เราอาจหลงลืมไปในช่วงที่ต้องอยู่กับที่เป็นเวลานาน หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านไป พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน คนเดินทาง “อย่างตั้งใจมากขึ้น” ใส่ใจ “ที่มาที่ไปของสถานที่” มากกว่าเพียงภาพถ่าย อยากรู้ “เบื้องหลังประสบการณ์” มากกว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้า นี่จึงเป็นจุดที่ Content Tourism หรือ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เนื้อหาและเรื่องราว เริ่มกลายเป็นกระแสสำคัญที่กำลังเติบโต เพราะคนในยุคนี้…ไม่ได้อยากเที่ยวแค่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ต้องการ “เชื่อมโยง” กับผู้คน สถานที่ วัฒนธรรม และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พบเจอ Content Tourism คืออะไร? มันคือการเดินทางที่ดึงดูดเรา ด้วยเรื่องราว เพราะทุกสถานที่ ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก ล้วนมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เกิดขึ้น มีผู้คนที่เคยใช้ชีวิต มีประวัติที่ถูกส่งต่อ มีวิธีคิดที่ทำให้เราเข้าใจโลกได้มากขึ้น Content Tourism ทำให้การเดินทางไม […]

Wellness Thailand
read more
24.12.2025 372

Wellness Thailand: จาก “Service Destination” สู่การก้าวไปครองบัลลังก์ “Wellness Destination” ของโลก

คุณอยากเห็นประเทศไทยยืนอยู่ตรงไหนในตลาด Global Wellness ที่คนทั่วโลกนึกถึงเป็นอันดับแรก?  เมื่อการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่คือการ “ยกระดับคุณภาพชีวิต”  กระแสเทรนด์เรื่อง Wellness เป็นโอกาสทองที่ไทยกำลังจะคว้าโอกาสเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาด Wellness Tourism ระดับโลก เพราะด้วยศักยภาพที่เรามีครบ ทั้งด้านการแพทย์สูง (Medical) และ ด้านภูมิปัญญาจากธรรมชาติและจิตวิญญาณท้องถิ่น (Wisdom of Nature) และในปัจจุบันเมื่อการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่คือการ “ยกระดับคุณภาพชีวิต” ยิ่งทำให้ไทยมีโอกาสในการวางตำแหน่งตัวเองด้วยจุดแข็งแบบ “Bi-Polar Strategy” หรือ “กลยุทธ์ 2 ขั้ว” ได้อย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายศักยภาพ  (เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น ฮ่องกง และมาเลเซีย) ที่มองหาการดูแลสุขภาพแบบรากฐานองค์รวมจนถึงระดับเซลล์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งตรงนี้เอง…ที่ประเทศไทยกำลัง “ยืนอยู่บนโอกาสครั้งใหญ่” ขั้วที่ 1: Advanced Tech – ความแข็งแกร่งระดับ Medical Hub ถ้าพูดถึงการรักษาพยาบาล ไทยติดอันดับ 1 ใน 20 ประเทศด้านการแพทย์ท่องเที่ยว ที่สร้างรายได้ 670 พันล้านบาทจากธุรกิจ Wellnes […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง