Baramizi Lab logo

NEO Luxury Trend
ความหรูยุคใหม่ไม่ใช่แค่สิ่งของ
แต่คือประสบการณ์

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

NEO Luxury Trend
02
12.2025
view
771
SHARE

NEO Luxury Trend
ความหรูยุคใหม่ไม่ใช่แค่สิ่งของ
แต่คือประสบการณ์

ความหรูยุคใหม่ไม่ใช่ “ของ” แต่คือ “ประสบการณ์ คุณค่า และความหมาย”

โลกของ Luxury กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในปี 2025 ไม่ได้ถูกนิยามด้วยโลโก้หรือสัญลักษณ์สถานะอีกต่อไป แต่สะท้อนถึงความ เข้าใจตัวตน คุณค่าชีวิต และความตั้งใจในการเลือกบริโภค (Intentional Consumption) มากกว่าที่เคย

ผู้บริโภคกลุ่ม Luxury โดยเฉพาะ Millennials และ Gen Z ไม่ได้มองความหรูในฐานะการแสดงความมั่งคั่ง แต่มองว่า Luxury คือ “คุณภาพของชีวิต” และ “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” ที่พวกเขาเลือกลงทุนอย่างตั้งใจ ทำให้เกิดแนวคิด NEO Luxury – New Luxury Paradigm ที่ผสมผสานความยั่งยืน เทคโนโลยี ประสบการณ์เฉพาะบุคคล และหัตถศิลป์เข้าด้วยกัน

บทความนี้จะพาไปสำรวจ 5 หลักการสำคัญที่กำลังกำหนดความหมายใหม่ของ Luxury ในปี 2025

1. Quiet Luxury: ความหรูหราแบบเงียบ ๆ ที่ซ่อนความเข้าใจลึกซึ้งในคุณภาพ

Quiet Luxury กลายเป็นตัวแทนของความหรูยุคนี้อย่างแท้จริง เพราะผู้บริโภคไม่ได้ต้องการประกาศความร่ำรวย แต่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพสูง ใช้งานได้นาน และบ่งบอกตัวตนกับคนที่ “เข้าใจจริง”

ลักษณะเด่นของ Quiet Luxury

    • คุณภาพเหนือปริมาณ: เลือกสินค้าชิ้นสำคัญแทนการซื้อจำนวนมาก

    • การบริโภคอย่างส่วนตัว: มีเพียง 17% เท่านั้นที่แชร์การซื้อ Luxury บนโซเชียล แปลว่าผู้บริโภคต้องการบริโภคเพื่อ “ตัวเอง” มากกว่าเพื่อสังคม

    • งาน Craftsmanship ที่โดดเด่น: เช่น การตัดเย็บแบบ Goodyear-welted หรือผลิตภัณฑ์ที่สร้างด้วยมือเพื่ออายุการใช้งานยาวนานหลายปี

Quiet Luxury จึงเป็นการนิยามความหรูผ่าน “ความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ลึกซึ้ง” แทนการโชว์ตัวตนแบบชัดเจน

2. Experiential Luxury: เมื่อประสบการณ์คือสถานะใหม่ของความหรู

ผู้บริโภคยุคนี้ให้ค่ากับ “สิ่งที่รู้สึกได้” มากกว่า “สิ่งที่ถือครอง” จนทำให้ 69% ของการใช้จ่าย Luxury อยู่ในหมวดประสบการณ์ เช่น การเดินทาง การรับประทานอาหาร และกิจกรรมไลฟ์สไตล์แทนที่สินค้าวัตถุ

สิ่งที่ผลักดัน Experiential Luxury ให้เติบโต:

    • 75% ของผู้บริโภค Luxury ให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าสินค้า

    • ความต้องการสร้างความทรงจำพิเศษ เช่น Dining Experience, Wellness Retreat, Adventure Travel

    • การเติบโตของภูมิทัศน์การท่องเที่ยว เช่น Wellness Tourism, Sports Tourism และ Honeymoon Experiences ที่สอดรับโดยนโยบาย TAT

นี่คือสัญญาณว่า Luxury กำลังย้ายจุดศูนย์กลางจาก “วัตถุ” ไปสู่ “ความหมาย”

3. Sustainability & Ethical Consumption: ความรับผิดชอบที่กลายเป็นมาตรฐานของแบรนด์หรู

ความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจสำคัญของ Luxury ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นเทรนด์ แต่เพราะผู้บริโภคคาดหวังให้แบรนด์แสดงความรับผิดชอบต่อโลกและสังคม

31% ของผู้บริโภค Luxury ระบุว่า Sustainability คือปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ตั้งแต่วัตถุดิบ วิธีผลิต สวัสดิการแรงงาน ไปจนถึงเส้นทางการจัดส่งที่โปร่งใส

เทรนด์ย่อยที่มาแรง

    • Second-Hand Luxury: ปรับทิศทางจาก “การครอบครอง” เป็น “การหมุนเวียนคุณค่า”

    • Luxury Rental & Circular Models: บริการเช่ากระเป๋า เสื้อผ้า และแม้แต่ Supercar ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเข้าถึง Luxury ได้ง่ายขึ้น

    • แบรนด์เริ่มให้ความสำคัญกับ Carbon Neutral Manufacturing และการใช้วัสดุรีไซเคิลระดับพรีเมียมมากขึ้น

Sustainability จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “เงื่อนไขสำคัญ” ของ Loyalty ในตลาด Luxury ยุคใหม่

4. Personalization & Co-Creation: Luxury ที่ออกแบบร่วมกันกับผู้บริโภค

ผู้บริโภคต้องการเป็น “เจ้าของประสบการณ์” ไม่ใช่แค่ “เจ้าของสินค้า” ทำให้ Personalization และ Co-Creation เติบโตอย่างมาก

แบรนด์หรูทั่วโลกใช้ AI และข้อมูลเชิงลึกเพื่อ:

    • วิเคราะห์สไตล์และความชอบเฉพาะบุคคล

    • พยากรณ์ลักษณะการซื้อ

    • แนะนำสินค้าเฉพาะสำหรับแต่ละคนแบบเรียลไทม์

ผลลัพธ์คือประสบการณ์แบบ Bespoke ที่ไม่ต้องอยู่ในร้าน แต่เกิดขึ้นใน สภาพแวดล้อมดิจิทัล เช่น

    • Virtual Try-On

    • AI Stylist

    • Co-Creation Studio ที่ให้ลูกค้าปรับแต่งสินค้าแบบ Interactive

Luxury จึงมีนิยามใหม่: เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ร่วมกันของแบรนด์และผู้บริโภค

5. Wellness as the New Luxury: สุขภาพคือความหรูที่ทุกคนลงทุน

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หมวด Wellness, Longevity และ Beauty จะเติบโตเร็วที่สุดในตลาด Luxury เพราะผู้บริโภคมองว่า
“สุขภาพที่ดี คือสถานะที่แท้จริงของคนที่มีคุณภาพชีวิตสูง”

โดยเฉพาะ Gen Z ที่มองว่า

การดูแลสุขภาพเป็นการลงทุนในตัวตน ภาพลักษณ์ และศักยภาพในระยะยาว

เทรนด์ที่ชัดเจน เช่น

    • เสื้อผ้าออกกำลังกายระดับพรีเมียม

    • โปรแกรมดูแลสุขภาพเชิงลึก (Longevity Program)

    • การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    • อาหารและผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพคุณภาพสูง

Wellness จึงไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ แต่เป็น “รหัสสถานะใหม่” ของผู้บริโภคยุคนี้

มิติใหม่ของการบริโภค Luxury ในปี 2025

ความหรูในยุคนี้มีความหมายลึกกว่าแค่ราคา แต่เกี่ยวข้องกับแนวคิด 4 ประการต่อไปนี้:

1. Emotional Purchases ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์ ความพึงพอใจ และความเชื่อมโยงเชิงคุณค่า มากกว่าการคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยเพียงอย่างเดียว

2. Private Consumption การบริโภค Luxury ที่ไม่ต้องแสดงให้ผู้อื่นเห็น แต่เป็นการลงทุนเพื่อประสบการณ์ส่วนตัว

3. Digital Integration ผู้บริโภคไทยกว่า 54% ต้องการซื้อสินค้า Luxury ผ่านช่องทางดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์แบรนด์หรือแพลตฟอร์ม Multi-brand

4. Rare Meaningful Experiences การเติบโตของ Wellness Travel, Sports Tourism และกิจกรรมพิเศษ แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความหมาย” ไม่ใช่ “ความหรูเพื่อแสดงตัวตน”

บทสรุปส่งท้าย

NEO Luxury คือความหรูที่มีความหมายและสร้างคุณค่าระยะยาว

Luxury ในปี 2025 ไม่ได้อยู่ที่ราคา ไม่ได้อยู่ที่แบรนด์ และไม่ได้อยู่ที่การแสดงสถานะ
แต่เป็นการเลือกคุณค่า คุณภาพ และประสบการณ์ที่มีความหมายมากที่สุดต่อชีวิตของผู้บริโภค

ในยุคที่โลกเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว Luxury จะยังเป็นตลาดเติบโตอย่างมั่นคง แต่เฉพาะแบรนด์ที่เข้าใจจิตวิทยาผู้บริโภครุ่นใหม่เท่านั้นที่จะได้ไปต่อ

บทความโดย : ภูชิต มุณีวงศ์ (Future Trend Researcher)


บทความเทรนด์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

RECOMMEND

wellness Sleep Tourism
read more
18.02.2026 202

Sleep Tourism เมื่อการนอนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของมนุษย์ยุคใหม่

เมื่อ “การนอนหลับ” กลายเป็น New Luxury สินค้าที่แพงที่สุดในยุค Burnout  Future Wellness: Sleep Economy กำลังเปลี่ยนนิยามของการพักผ่อน เรากำลังเข้าสู่ยุคที่นิยามของ “การพักผ่อน” เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งใน Sub-sector ที่น่าจับตามองที่สุดคือ Sleep Economy อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “คุณภาพการนอน” โดยตรง คำถามสำคัญคือ ทำไมเรื่อง “นอน” ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก? The Insight: วิกฤตการนอนของคนเมือง เมื่อชีวิตรวนจนร่างกายตามไม่ทัน ปัญหาไม่ใช่แค่ “นอนน้อย” แต่คือภาวะ Social Jetlag  เวลาชีวิตรวนจากการทำงานข้ามเวลา เสพสื่อก่อนนอน และใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาชีวภาพ คนยุคปัจจุบันจึงไม่ได้แค่ “ง่วง” แต่กำลังโหยหา Deep Rest การพักผ่อนที่ฟื้นฟูระบบประสาทจริงๆ การนอนเฉยๆ อยู่บ้าน อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของเทรนด์ Sleep Tourism การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก “Check-in รัวๆ” เป็น “Check-out จากโลกภายนอก” Strategic Shift: เมื่อโรงแรมไม่ได้ขายเตียง แต่ขายการ Hack สมองให้หลับ สำหรับธุรกิจในกลุ่ม Welln […]

read more
26.01.2026 624

Gen Y เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y อายุ 29-44 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ คิดเป็นจำนวน 49.17% เป็นกลุ่มที่สะท้อนภาพ “วันทำงานตัวจริง” อย่างชัดเจนที่สุด พวกเขาเป็นวัยที่ต้องดูแลงาน บ้าน ครอบครัว การเงิน และยังต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไปพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ…พวกเขามี แรงจูงใจจะดูแลสุขภาพสูง แต่ก็มี อุปสรรคหนักที่สุด เช่นกัน Gen Y: เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง — แต่กลับเป็นวัยที่สนใจเทคโนโลยีสุขภาพมากที่สุด Gen Y เป็นกลุ่มที่ “เหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบตัว” มีผลกระทบมากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ให้ความ […]

read more
26.01.2026 561

Gen Baby Boomer วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ”

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Baby Boomer อายุ 60 ปีขึ้นไป คือกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 5.42% ของทั้งหมด 1,200 คน Gen Baby Boomer (60+): วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ” Gen Baby Boomer คือกลุ่มที่ให้คะแนนความสำคัญด้านสุขภาพสูงที่สุดในทุกช่วงวัย นี่คือวัยที่ ตระหนักแล้วว่า เวลาไม่ได้รอใคร และเหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบข้างยิ่ง ตอกย้ำความจำเป็นในการดูแล แต่ในขณะที่ความจำเป็นเพิ่มขึ้น อุปสรรคก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ค่าใช้จ่ายคือกำแพงสูงที่สุด และแม้จะเชื่อในแพทย์มากที่สุด พวกเขาก็พบว่าเสียงจากครอบครัว เว็บไซต์สุขภาพ และโซเช […]

read more
26.01.2026 644

เจาะอินไซต์นักกินไทย 6 สายพันธุ์ | Future Food Trend 2026

นักกินไทยในวันนี้…ไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกันอีกต่อไปBaramizi Lab ได้ศึกษารายงาน Future Food Trend 2026 จากการวิจัยเชิงปริมาณทั่วประเทศกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 820 คน เพื่อทำความเข้าใจความคิด ค่านิยม และทัศนคติด้านการกินของคนไทยยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผลการศึกษาพบว่า นักกินไทยสามารถจำแนกออกเป็น 6 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความสนใจ ค่านิยม และมุมมองต่ออาหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. Comfort-Loyal Eaters นักกินสายผูกพัน ผู้ผ่อนคลายและมีความสุขจากความคุ้นเคย มีสัดส่วน 15.5% กลุ่มนี้มีความสุขกับ “ความรู้สึกขณะกิน” มากกว่าการคำนึงถึงสุขภาพหรือคุณค่าทางสังคม ชอบความคุ้นเคย ความมั่นใจในแบรนด์เดิม และความพึงพอใจที่คาดเดาได้ รู้จักตัวเองดีว่าชอบอะไร มองการกินเป็นทั้งความสุขส่วนตัวและกิจกรรมสังสรรค์ 📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในสาวนักศึกษาและคนทำงานอิสระ หรือแม่บ้าน Gen X รายได้ไม่สูงมากนัก คนกรุงเทพฯ หรือคนเหนือ 2. Conscious Epicureans นักกินสายตระหนักรู้ ผู้พิถีพิถันทุกมิติ มีสัดส่วน 18.3% กลุ่มนี้คือ “นักกินผู้มีความพิถีพิถันใส่ใจ” ที่ตัดสินใจเลือกอาหารไม่เพียงแค่เพื่อลิ้มรส แต่เพื่อสอ […]

business trend 2026
read more
19.01.2026 850

BEYOND DISRUPTION เทรนด์ธุรกิจ 2026

รู้ก่อนนำคนอื่นไป “10 ก้าว”เทรนด์ขับเคลื่อนธุรกิจปี 2026 ที่ธุรกิจต้องเริ่มทำ ปี 2026 คือปีแห่ง “โอกาสธุรกิจ” สำหรับผู้ประกอบการเมื่อเทคโนโลยีใหม่ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และนโยบายระดับภูมิภาค เริ่มบรรจบกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจไม่ตกยุคและสร้างมูลค่าเหนือคู่แข่งเราได้รวบรวมเทรนด์โลกที่สำคัญ พร้อมแนวทางวัดผลตอบแทน (ROI) และกรอบการทำงานที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ 1. ปัญญาประดิษฐ์ตัวแทน (AI Agents) ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้อยู่แค่ในวงการด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป มันกลายเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจที่จับต้องได้ โดย Gartner คาดการณ์ว่า 40% ขององค์กรจะนำเอา AI Agent เข้ามาใช้ภายในปลายปี 2026 AI Agent ต่างจาก Generative AI ที่ดำเนินงานตามคำสั่ง AI Agent สามารถทำงานอิสระได้ ถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจเฉพาะเจาะจง และเรียนรู้ได้ตามเวลาจริง​ กรณีศึกษา :Nextoria บริษัทที่ปรึกษาด้าน M&A จากลอนดอน ที่นำแพลตฟอร์ม AI ชื่อว่า Juma (ชื่อเดิม Team-GPT) เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ AI ช่วยลดความซับซ้อนในขั้นตอน Due Diligence ปรับปรุงความแม่นยำของโมเดลการเงิน และให้ข้อมูลสนับสนุน […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง