Baramizi Lab logo

What is a Unmet Need? (ความต้องการที่ซ่อนอยู่คืออะไร)

Kullanıcılar hızlı işlem bettilt yapmak istediklerinde bağlantısına yöneliyor.

Bahis dünyasında dürüstlük, şeffaflık ve güven prensipleriyle bahsegel giriş hareket eden, her oyuncusuna eşit koşullarda oyun deneyimi yaşatır.

2026 sürümünde yenilikçi kampanyalar sunacak olan bettilt bekleniyor.

Hızlı işlem isteyen kullanıcılar pinco ile avantajlı erişim sağlıyor.

Promosyon avcıları için bettilt giriş kampanyaları büyük bir fırsat sunuyor.

What is a Unmet Need

What is a Unmet Need? (ความต้องการที่ซ่อนอยู่คืออะไร)

What is a Unmet Need? (ความต้องการที่ซ่อนอยู่คืออะไร)

นวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกมักไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยีล้ำยุคเสมอไป แต่มักเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “ความต้องการลึกๆ ของลูกค้าคืออะไร” ความต้องการลึกๆ หรือที่เรียกว่า Unmet Need ในเชิงทฤษฎีการออกแบบ และนวัตกรรมความต้องการของผู้ใช้งานสามารถแบ่งออกเป็นหลายระดับตั้งแต่ความต้องการพื้นฐานที่ผู้ใช้อธิบายได้อย่างชัดเจน ไปจนถึงความต้องการที่ยังไม่สามารถระบุ หรือรับรู้ได้ด้วยตนเองซึ่งเรียกว่า Hidden Needs หรือ Unmet Needs ความต้องการเหล่านี้มักอยู่ในระดับที่ลึกกว่าการแสดงออกทั่วไป เป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในพฤติกรรม ความรู้สึก หรือสภาพแวดล้อมที่ผู้ใช้อาศัยอยู่

แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับการออกแบบที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centered Design) และแนวทาง Outcome-Driven Innovation ของ Ulwick (2005) ซึ่งชี้ว่า ความเข้าใจใน “งานที่ผู้ใช้อยากให้เสร็จ (Jobs to Be Done)” นั้นต้องลึกซึ้งกว่าคำพูดหรือแบบสอบถามทั่วไป เพราะผู้ใช้จำนวนมากไม่สามารถบอกความต้องการที่แท้จริงของตนออกมาได้อย่างตรงไปตรงมา (Latent or Unarticulated Needs)

ตัวอย่างของ Hidden Needs ได้แก่ ความรู้สึกไม่มั่นใจในที่ทำงาน ความไม่สะดวกที่ไม่ได้พูดถึงในชีวิตประจำวัน หรือการอยากควบคุมสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว  การทำความเข้าใจ Hidden Need ไม่ได้เกิดขึ้นจากการตั้งคำถามทั่วไป เช่น “คุณต้องการอะไร?” แต่ต้องใช้เครื่องมือ และกระบวนการวิจัยเชิงลึก เพื่อสกัดจากผู้บริโภค เมื่อองค์กรสามารถระบุ Hidden Need ได้อย่างถูกต้อง ก็มีแนวโน้มสูงที่จะสามารถพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตรงใจมากขึ้น

กรณีศึกษาการพัฒนา Unmet Need สู่นวัตกรรม ในโลกธุรกิจ

Dyson: แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง Dyson ที่จับสังเกตพฤติกรรมการล้างมือหลังใช้ห้องน้ำเสร็จ คนเหล่านั้นต้องการให้มือที่ใช้งานไปมีความสะอาด แต่ด้วยสภาพแวดล้อมของห้องน้ำที่ทำอย่างไรก็เจอเเต่พื้นสัมผัส และสิ่งสกปรก เครื่องเป่าลมทั่วไปก็มีเสียงวิจารณ์ในเรื่องของอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม เเทนที่จะทำความสะอาดกลับเป็นการเพิ่มปริมาณเชื้อโรค Dyson จึงได้ทำการออกผลิคภัณฑ์เครื่องเป่ามือ Dyson Airblade ทำงานโดยใช้กระแสลมที่ผ่านการกรองที่แรงเพื่อเป่ามือให้แห้งอย่างรวดเร็วและถูกสุขอนามัย แทนที่จะใช้ความร้อนเพื่อระเหยความชื้น เครื่องเป่ามือจะดูดอากาศเข้ามา กรองผ่านตัวกรอง HEPA จากนั้นจึงเป่าลมผ่านช่องเปิดแคบๆ เพื่อสร้างกระแสลมความเร็วสูงที่ “ขูด” น้ำออกจากมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Tesla: หลังจากการค้นพบว่าเจ้าของรถมีความคาดหวังลึกๆ ว่ารถควร “พัฒนาได้ตลอดเวลา” โดยไม่ต้องเข้าศูนย์หรือต้องซื้อรุ่นใหม่ พวกเขาจึงพัฒนา ระบบ Over-the-Air Updates ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพหรือปลดล็อกฟีเจอร์ใหม่ให้กับรถยนต์ได้ทุกสัปดาห์ กลายเป็นประสบการณ์ที่เหมือนกับใช้สมาร์ตโฟนมากกว่าการครอบครองสินทรัพย์แบบเดิม และเปลี่ยนวิธีคิดของทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์

Loom: การเห็นว่าคนจำนวนมากต้องเข้าประชุมและสื่อสารในสภาวะที่ไม่ได้มีเวลาคิดหรือเตรียมตัว Loom จึงสร้างแพลตฟอร์มวิดีโอที่ช่วยให้ผู้คนสามารถสื่อสารไอเดียผ่านวิดีโอสั้นแบบอะซิงโครนัส (Asynchronous) คือการสื่อสารใดๆ ที่ไม่ได้ทำแบบเรียลไทม์นั่นหมายความว่าคำถามหรือข้อความจะไม่ได้รับคำตอบในทันที แต่จะได้รับคำตอบหลังจากช่วงเวลาหนึ่งเมื่อผู้รับสะดวก และตอบกลับด้วยความใคร่ครวญกับคำตอบอย่างดีที่สุด ผลลัพธ์คือวัฒนธรรมการทำงานที่เคารพจังหวะของแต่ละคน ลดภาระการประชุม และเพิ่มคุณภาพของความคิด

ทั้งสามกรณีศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า นวัตกรรมที่มีพลังสูงสุดมักเกิดจากการมองเห็น “ช่องว่างที่ยังไม่ถูกพูดถึง” ของความต้องการที่แท้จริงของผู้คน ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดีกว่าคู่แข่ง แต่เป็นการ “เข้าใจผู้ใช้อย่างลึกซึ้ง” จนสามารถออกแบบประสบการณ์ที่ตรงใจได้ก่อนที่ผู้บริโภคจะเอ่ยปากขอเสียอีก

ในโลกที่ผู้คนมีทางเลือกมากมาย และสามารถเปลี่ยนความภักดีต่อแบรนด์ได้ง่ายขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา การสร้างสินค้าและบริการที่สามารถ “เชื่อมต่อกับความรู้สึกภายใน” ได้อย่างแม่นยำ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการออกแบบที่ดี แต่คือ กลยุทธ์สำคัญของการอยู่รอดและเติบโตในโลกที่ซับซ้อน เพราะในท้ายที่สุด การชนะใจผู้บริโภคไม่ได้มาจากการเป็น “ทางเลือกที่ถูกกว่า หรือเร็วกว่าคู่แข่ง” แต่คือการเป็น “คำตอบที่ใช่” 

บทความโดย : กัณฑ์ฉัตร สมเหมาะ (Future Trend Researcher)

 ที่มา:
Ulwick, A. W. (2005). What Customers Want: Using Outcome-Driven Innovation to Create Breakthrough Products and Services. McGraw-Hill.
dyson.co.uk
https://caredge.com/guides/ota-updates-for-cars


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

RECOMMEND

wellness Sleep Tourism
read more
18.02.2026 202

Sleep Tourism เมื่อการนอนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของมนุษย์ยุคใหม่

เมื่อ “การนอนหลับ” กลายเป็น New Luxury สินค้าที่แพงที่สุดในยุค Burnout  Future Wellness: Sleep Economy กำลังเปลี่ยนนิยามของการพักผ่อน เรากำลังเข้าสู่ยุคที่นิยามของ “การพักผ่อน” เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งใน Sub-sector ที่น่าจับตามองที่สุดคือ Sleep Economy อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “คุณภาพการนอน” โดยตรง คำถามสำคัญคือ ทำไมเรื่อง “นอน” ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก? The Insight: วิกฤตการนอนของคนเมือง เมื่อชีวิตรวนจนร่างกายตามไม่ทัน ปัญหาไม่ใช่แค่ “นอนน้อย” แต่คือภาวะ Social Jetlag  เวลาชีวิตรวนจากการทำงานข้ามเวลา เสพสื่อก่อนนอน และใช้ชีวิตสวนทางกับนาฬิกาชีวภาพ คนยุคปัจจุบันจึงไม่ได้แค่ “ง่วง” แต่กำลังโหยหา Deep Rest การพักผ่อนที่ฟื้นฟูระบบประสาทจริงๆ การนอนเฉยๆ อยู่บ้าน อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของเทรนด์ Sleep Tourism การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก “Check-in รัวๆ” เป็น “Check-out จากโลกภายนอก” Strategic Shift: เมื่อโรงแรมไม่ได้ขายเตียง แต่ขายการ Hack สมองให้หลับ สำหรับธุรกิจในกลุ่ม Welln […]

read more
26.01.2026 624

Gen Y เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y อายุ 29-44 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ คิดเป็นจำนวน 49.17% เป็นกลุ่มที่สะท้อนภาพ “วันทำงานตัวจริง” อย่างชัดเจนที่สุด พวกเขาเป็นวัยที่ต้องดูแลงาน บ้าน ครอบครัว การเงิน และยังต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไปพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ…พวกเขามี แรงจูงใจจะดูแลสุขภาพสูง แต่ก็มี อุปสรรคหนักที่สุด เช่นกัน Gen Y: เจเนอเรชันที่ต้องดูแลทุกอย่างจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง — แต่กลับเป็นวัยที่สนใจเทคโนโลยีสุขภาพมากที่สุด Gen Y เป็นกลุ่มที่ “เหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบตัว” มีผลกระทบมากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ให้ความ […]

read more
26.01.2026 559

Gen Baby Boomer วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ”

คนแต่ละวัยดูแลสุขภาพไม่เหมือนกัน และความแตกต่างนี้กำลังสะท้อนอนาคตของธุรกิจสุขภาพไทย จากการสำรวจผู้บริโภค 1,200 คนทั่วประเทศ โดยบริษัท บารามีซี่ แล็บ ร่วมกับ IQQEW POLL พบว่า การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงโรค แต่คือการใช้ชีวิตอย่างตระหนักรู้ในทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต บทความนี้สะท้อนภาพพฤติกรรม ทัศนคติ และความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Baby Boomer อายุ 60 ปีขึ้นไป คือกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 5.42% ของทั้งหมด 1,200 คน Gen Baby Boomer (60+): วัยที่มองสุขภาพเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ไม่ใช่แค่ “สำคัญ” Gen Baby Boomer คือกลุ่มที่ให้คะแนนความสำคัญด้านสุขภาพสูงที่สุดในทุกช่วงวัย นี่คือวัยที่ ตระหนักแล้วว่า เวลาไม่ได้รอใคร และเหตุการณ์เจ็บป่วยของตัวเองหรือคนรอบข้างยิ่ง ตอกย้ำความจำเป็นในการดูแล แต่ในขณะที่ความจำเป็นเพิ่มขึ้น อุปสรรคก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ค่าใช้จ่ายคือกำแพงสูงที่สุด และแม้จะเชื่อในแพทย์มากที่สุด พวกเขาก็พบว่าเสียงจากครอบครัว เว็บไซต์สุขภาพ และโซเช […]

read more
26.01.2026 643

เจาะอินไซต์นักกินไทย 6 สายพันธุ์ | Future Food Trend 2026

นักกินไทยในวันนี้…ไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกันอีกต่อไปBaramizi Lab ได้ศึกษารายงาน Future Food Trend 2026 จากการวิจัยเชิงปริมาณทั่วประเทศกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 820 คน เพื่อทำความเข้าใจความคิด ค่านิยม และทัศนคติด้านการกินของคนไทยยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผลการศึกษาพบว่า นักกินไทยสามารถจำแนกออกเป็น 6 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความสนใจ ค่านิยม และมุมมองต่ออาหารที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ 1. Comfort-Loyal Eaters นักกินสายผูกพัน ผู้ผ่อนคลายและมีความสุขจากความคุ้นเคย มีสัดส่วน 15.5% กลุ่มนี้มีความสุขกับ “ความรู้สึกขณะกิน” มากกว่าการคำนึงถึงสุขภาพหรือคุณค่าทางสังคม ชอบความคุ้นเคย ความมั่นใจในแบรนด์เดิม และความพึงพอใจที่คาดเดาได้ รู้จักตัวเองดีว่าชอบอะไร มองการกินเป็นทั้งความสุขส่วนตัวและกิจกรรมสังสรรค์ 📍กลุ่มนี้มีสัดส่วนโดดเด่นในสาวนักศึกษาและคนทำงานอิสระ หรือแม่บ้าน Gen X รายได้ไม่สูงมากนัก คนกรุงเทพฯ หรือคนเหนือ 2. Conscious Epicureans นักกินสายตระหนักรู้ ผู้พิถีพิถันทุกมิติ มีสัดส่วน 18.3% กลุ่มนี้คือ “นักกินผู้มีความพิถีพิถันใส่ใจ” ที่ตัดสินใจเลือกอาหารไม่เพียงแค่เพื่อลิ้มรส แต่เพื่อสอ […]

business trend 2026
read more
19.01.2026 843

BEYOND DISRUPTION เทรนด์ธุรกิจ 2026

รู้ก่อนนำคนอื่นไป “10 ก้าว”เทรนด์ขับเคลื่อนธุรกิจปี 2026 ที่ธุรกิจต้องเริ่มทำ ปี 2026 คือปีแห่ง “โอกาสธุรกิจ” สำหรับผู้ประกอบการเมื่อเทคโนโลยีใหม่ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และนโยบายระดับภูมิภาค เริ่มบรรจบกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจไม่ตกยุคและสร้างมูลค่าเหนือคู่แข่งเราได้รวบรวมเทรนด์โลกที่สำคัญ พร้อมแนวทางวัดผลตอบแทน (ROI) และกรอบการทำงานที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ 1. ปัญญาประดิษฐ์ตัวแทน (AI Agents) ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้อยู่แค่ในวงการด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป มันกลายเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจที่จับต้องได้ โดย Gartner คาดการณ์ว่า 40% ขององค์กรจะนำเอา AI Agent เข้ามาใช้ภายในปลายปี 2026 AI Agent ต่างจาก Generative AI ที่ดำเนินงานตามคำสั่ง AI Agent สามารถทำงานอิสระได้ ถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจเฉพาะเจาะจง และเรียนรู้ได้ตามเวลาจริง​ กรณีศึกษา :Nextoria บริษัทที่ปรึกษาด้าน M&A จากลอนดอน ที่นำแพลตฟอร์ม AI ชื่อว่า Juma (ชื่อเดิม Team-GPT) เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ AI ช่วยลดความซับซ้อนในขั้นตอน Due Diligence ปรับปรุงความแม่นยำของโมเดลการเงิน และให้ข้อมูลสนับสนุน […]

Subscription

เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เทรนด์และวิจัยต่อเนื่อง